เหตุที่โดนเฮียเจ้าของกิจการโรงสีพรรณรายณ์คนปัจจุบันตามกลับบ้าน ทั้งที่ยังไม่เสร็จธุระหรือแม้แต่จะได้ทราบการประเมินราคาความเสียหายของรถยนต์คู่กรณีเลยด้วยซ้ำ คุณครูสาวที่เพิ่งได้ย้ายกลับมาประจำถิ่นฐานก็จำต้องลุกเดินตามแผ่นหลังกว้างของลูกพี่ลูกน้องออกมาจากอู่ซ่อมรถใกล้ ๆ กับตลาด ก่อนสมองจะหยุดคิดเรื่องอื่น ตอนที่ได้เห็นใบหน้าของบิดามารดาซึ่งอุ้มชูตนเองมาด้วยใจรักตั้งแต่เกิด
“เสี่ย แม่บัว!”
ชายที่ไม่ว่ากาลเวลาจะกลืนกินสังขารไปมากแค่ไหน ทว่าความสุขทางใจที่มีมาตลอดหลังได้รับโอกาสอีกครั้งจากภรรยาแล้วสร้างครอบครัวที่มั่นคงมาร่วมกันอย่างยาวนานวาดรอยยิ้มออกมาไม่ได้ต่างกับเด็กซึ่งวิ่งตรงเข้าสู่อ้อมกอดของบุพการี
“เป็นยังไงบ้างลูก ยังตกใจอยู่ไหม”
แม้ว่ามันจะไม่ใช่อุบัติเหตุร้ายแรงอะไร แต่มีหรือที่คนเป็นพ่อแบบเขาจะไม่นึกห่วงลูกสาวคนโตซึ่งดื้อดึงขับรถมาเองด้วยระยะทางที่มันไม่ใช่ใกล้ ๆ เลย
คู่กรณีจะอ้างว่าตัวเองอายุอานามเยอะแล้วก็ไม่ควรประมาทเลินเล่อตั้งแต่ต้น การที่ณีนรินทร์ไม่เอาผิดหล่อน อีกทั้งยังช่วยนำรถเข้าไปซ่อมให้ถึงอู่ ผู้เป็นหลานชายเขาที่ทราบเรื่องไม่ไปตามด่าถึงบ้านหล่อนก็นับว่าดีมากแล้ว ฉะนั้นหากยังมีครั้งหน้าอีก ก็คงจะไม่พ้นต้องไปคุยกันต่อที่สถานีตำรวจ
อย่างไรเด็กคนนี้ถึงได้ความใจดี อีกทั้งยังเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจนบ้างครั้งแทบจะโดนเอารัดเอาเปรียบ หากแต่เห็นแบบนี้เจ้าตัวกลับกล้าออกไปใช้ชีวิตที่มันไกลหูไกลตาสิบเพชรพรรณรายณ์กับภรรยามาได้โดยไม่มีปัญหาอะไรอย่างน้องสาวฝาแฝด ที่มีเรื่องกันกับเพื่อนตั้งแต่อยู่ประถม ตอนพี่สาวแยกไปเรียนต่อที่กรุงเทพก็ได้วุ่นวายเข้าห้องปกครองเป็นว่าเล่น
แต่เขากับบัวหอมก็รักลูกสาวเท่าเทียมกันเสมอ สิ่งไหนไม่ดีก็ค่อย ๆ บอก ค่อย ๆ สอนกันมา
“ไม่จ้ะ หนูณีต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง”
หญิงสาวผละออกมาจากอ้อมกอดบิดามารดา ยกหลังมือขาวของตนเองเช็ดคราบน้ำตาจากความคะนึงหาท่านทั้งสอง ถึงแม้ว่าตอนบรรจุราชการครั้งแรกจะไม่ใช่ถิ่นทุรกันดารมาก หากแต่ก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนมือกิจการของคนในครอบครัว
ต่อให้ทุกคนจะคิดถึงกันมากเพียงใด ทว่าก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เลยไม่ค่อยมีเวลาว่างไปเยี่ยมเยียนกันมากมายนัก
“คราวหลังไม่เอาแล้วนะลูก เพราะถ้าหนูเป็นอะไรไป แม่กับเสี่ยจะอยู่กันยังไง” บัวหอมเองก็มีน้ำตาไม่ได้ต่างจากคนเป็นลูกสาว ตอนได้เห็นข้อความในกรุ๊ปครอบครัวเธอเองก็ตกใจมากเหมือนกัน เนื่องจากต่อให้เราจะไม่ไปชนเขาเข้า ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเขาจะไม่มาชนเรา ยิ่งเป็นตัวเธอเองที่ตามใจลูกสาวคนโต ปล่อยให้เจ้าตัวขับรถกลับบ้านมาเอง หากณีนรินทร์บาดเจ็บส่วนไหนก็มาจากการตัดสินใจของบัวหอมด้วย
“จ้ะ แม่บัวอย่าร้องไห้เลยนะจ๊ะ”
“หนูณี! เป็นไงบ้าง ไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่ไหม”
ผู้เป็นน้องสาวที่เพิ่งได้เปิดอ่านข้อความเมื่อหลายชั่วโมงก่อนของพี่สาวรีบวิ่งขึ้นบ้านมาด้วยความตื่นตระหนก ชนิดที่ว่าปราบเป็นยังไงตอนวัยรุ่น ณีนรามันก็ซึมซับนิสัยเขาเข้าไปเสียยิ่งกว่าเป็นลูกชายตัวจริง ซึ่งเรียนจบแล้วก็หายไปทำงานราชการแบบพี่สาวคนโตเลย
“มึงสิแล่นหาสะแตกหยังหนูนา เดี๋ยวกะล้ม แล้วมาแต่ไส ลักเอาไก่กูไปหาตีกับชาวบ้านเขามาอีกละติ” (มึงจะวิ่งทำไมหนูนา เดี๋ยวก็ล้ม แล้วไปไหนมา ขโมยไก่กูไปตีกับชาวบ้านมาอีกแล้วใช่ไหมนั่น)
“เรียกว่ายืมจ้ะลุง วันนี้ชนะด้วยนะ!”
“ลุงแม่มึงหยัง เอิ้นกูดี ๆ แน เลี้ยงมาตั้งแต่โตส่ำมักขามป้อม หัดเคารพกูนำ” (ลุงแม่มึงเหรอ เรียกกูดี ๆ หน่อย เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่ามะขามป้อม หัดเคารพกูบ้าง)
“จ้า ๆ หนูนาผิดไปแล้วจ้า วันนี้คนน่ารักของหนูกลับมาอยู่บ้านถาวรแล้ว ยอมให้เฮียปราบวันหนึ่งก็ได้”
แม้คนที่ใหญ่รองลงมาจากเสี่ยเจ้าของบ้านจะมองตามเด็กแสบตาขวางเพียงใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าการไม่ยอมคนของหนูนามันเป็นเรื่องที่ดีแล้วสำหรับเจ้าตัว
อีกทั้งความเก่งซึ่งแตกต่างกันออกไปก็ส่งผลให้ปราบกับเสี่ยวางใจหลาย ๆ เรื่องในอนาคตที่จะไม่มีพวกเขาอยู่ด้วยแล้วเกินกว่าครึ่ง หรือต่อให้มันเป็นเรื่องร้ายแรงขนาดที่ว่าพวกเด็กสาวเอาไม่อยู่ก็ยังมีลูกชายของเขาเป็นช้างเท้าหน้าได้
ฉะนั้นตอนนี้ครอบครัวเขาจึงไม่หวังแต่งใครเข้าเป็นเขย หรือจะให้ใครคนใดคนหนึ่งแต่งงานออกไป ยิ่งณีนรินทร์กลับมาอยู่บ้านแล้ว เฮียอย่างเขาซึ่งส่งคนไปตามอยู่เงียบ ๆ ตลอดก็ยิ่งวางใจ เนื่องจากอีกฝ่ายไม่เคยนอกลู่นอกทางให้เห็น
ส่วนณีนรากับปานตะวันชาตินี้มันก็ดูเหมือนจะไม่เอาใครแล้วนอกจากตัวเอง!
“หนูนา พี่ไม่เป็นอะไร แล้วหายไปตีไก่มาจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย”
ผู้เป็นพี่สาวผละออกจากการกระโจนเข้ากอดของฝาแฝดตัวเอง ที่เคยบอกว่าเหมือนกันแค่หน้านั้นคือเรื่องจริง เพราะเธอกับน้องสาวมีความชอบที่ไม่เหมือนกันสักอย่าง เรียกได้ว่าตอนเด็ก ๆ เจ้าตัวเล่นรถบังคับ ส่วนเธอเล่นตุ๊กตา พอโตมาหน่อยก็แยกกันเรียนตามความสนใจและถนัด ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้เราสนิทกันน้อยลงเลย
“ก็ไอ้สนลูกกำนันชาติมันหยามกันขนาดนี้ มีหรือที่หนูนาจะยอม ไม่ให้น้องเจี๊ยบไล่จิกหัวมันด้วยก็ดีแค่ไหนแล้ว”
“จะไปทำแบบนั้นได้ยังไง”
“ได้ดิ ก็มันปากหมาอะ”
“พอเลย ๆ หนูนารีบเอาไก่ไปเก็บ ล้างไม้ล้างมือแล้วเข้าไปช่วยซ้อเล็กยกกับข้าวออกมา ส่วนหนูณีก็ไปอาบน้ำแล้วออกมาทานข้าว แม่ทำของชอบทุกคนเอาไว้ให้เยอะเลย”
“เย้! ได้เลยจ้ะแม่บัว หนูนาจะรีบเอาน้องเจี๊ยบไปเก็บเดี๋ยวนี้เลย”
เป็นบัวหอมที่กล่าวปรามจอมแสบของบ้าน ก่อนทุกคนจะโอบกอดกันเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งแล้วแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวเพื่อออกมานั่งรับประทานอาหารมื้อเย็นร่วมกัน ในรอบปีเลยก็ว่าได้ ที่ได้อยู่พร้อมหน้าค่าตากันเช่นนี้
เว้นก็แต่เด็กดื้อรั้นอย่างปานตะวันที่หายเข้ากลีบเมฆไปลำบากอยู่ในถิ่นทุรกันดาร โดยนาน ๆ ทีจะติดต่อครอบครัวกลับมา
เป็นช่วงเย็นที่งานใช้แรงกับสมองร่วมด้วยนั้นสิ้นสุดลง ถึงแม้ว่าจะโดนรุ่นพี่ห้ามไม่ให้ทำตั้งแต่รู้ว่าร่างกายได้รับบาดเจ็บมาอีกแล้ว แต่มีหรือที่คนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้จะยอมทั้งหมด เสร็จจากการดูแลลูกค้า อะไรที่เอกราชสามารถช่วยทุกคนในอู่ได้เขาก็ทำมันทั้งหมด
เพียงแต่การเปิดหลอดยาทาแผลเพื่อให้มันช่วยบรรเทากลับเป็นเรื่องที่ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน
“อ้าว ผมกำลังจะเดินไปเอากล่องยามาให้พี่ สรุปได้ยาทาแล้วใช่ไหม”
“อือ แต่อยากเก็บไว้”
“ยังไงนะครับ? หรือเจ็บมือ งั้นให้ผมช่วยเปิดไหมพี่” ริวที่เลือกนั่งลงข้างกายนักมวยมือสมัครเล่นคิ้วขมวด กระดกน้ำดื่มเย็น ๆ เพื่อคลายความร้อน แสดงสีหน้างุนงงออกมายามเห็นว่ารุ่นพี่นั้นเอาแต่จดจ้องมองยาในมือนิ่ง ๆ แล้วแผลพี่มันจะหายตอนไหนวะน่ะ ทว่าเอกราชก็อยู่ช่วยงานในอู่จนปิดร้าน เอาเวลาไหนไปซื้อยามาทา ริวที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบมันมาเปิดให้ด้วยความหวังดี อีกฝ่ายกลับเร็วกว่ารีบเก็บมันเข้ากระเป๋าเป้ใบเก่าแล้วหยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูง “อะไรของพี่อะ...”
“จะรีบกลับไปดูยายแล้ว”
“โอ้ย พี่ดูสภาพตัวเองด้วย เดี๋ยวกับไปยายวันขอเงินไม่ได้ก็ทุบตีพี่อีกหรอก”
“ไม่เป็นไร อย่างน้อยเขาก็เลี้ยงพี่มา ไปนะ”
ริวที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ก่อนจะหันมองหน้าคนที่เดินมาดื่มน้ำข้าง ๆ กัน จากสายตาพี่เทิดก็คงคิดไม่ต่างจากเขานักหรอก
“อะไร อย่ามามองหน้ากูแบบนั้น มึงก็รู้ว่ามันเลือกของมันเอง ไม่มีใครช่วยได้หรอกนะริว”
“แล้วเมื่อไหร่จะตายวะพี่ แม่ง วัน ๆ สร้างแต่ปัญหาให้หลาน”
“กูเองก็ไม่รู้หรอก คงจะเป็นเวรกรรมของไอ้เอกมันนั่นแหละ ถึงได้ตัดกันไม่ขาดสักที”
TBC.
หลานน่าสงสารมาก
ทุกคนขา ขอคนละเมนต์ส่งแรงใจให้หลานทีนะคะ 🥺