ขาแกร่งเดินไปข้างหน้าสามก้าว จากนั้นค่ายค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เขาจ้องลึกเข้าไปในตาคู่สวย มองอยู่อย่างนั้นนานนับนาที โดยไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่ประโยคเดียว “รู้ตัวได้แล้วค่ะ ว่ามันไม่มีหวัง ไม่มีโอกาสเลย” หมวยลี่เป็นฝ่ายเอ่ยคำพูดทำลายความเงียบ เธออยากให้เขาหยุดสักที หยุดร้องขอ หยุดไขว่คว้า หยุดคิดจะเอาทุกอย่างกลับคืนมาในวันที่ทำหลุดมือไปไกลแล้ว “ถ้า…อยากให้หยุด” เสียงเริ่มขาดห้วงจนค่ายต้องเว้นช่วงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกลั้นใจเอ่ยคำถัดไป แม้จะกลัวคำตอบ “พูดให้ฟังได้ไหม… ว่าหนูไม่รักเฮียแล้ว” เพียงแค่คำถามหลุดจากปาก เสียงคำตอบจากร่างเล็กตรงหน้าก็เอ่ยสวนขึ้นมาทันควัน “ลี่ไม่รักเฮียแล้ว” คำตอบชวนให้ปวดหนึบไปทั้งหัวใจ ครั้งนี้ค่ายรู้สึกสิ้นหวังกว่าครั้งที่ผ่านมา แขนขาไร้เรี่ยวแรงจะยืนต่อ เขาค่อย ๆ ทรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าของเธอ ก้มลงช้า ๆ ก่อนที่ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม ตามด้วยเสียงสะอื้นที่เล็ดลอด

