บทที่ 1ตัวแม่สายเปย์ 1

1749 Words
บทที่ 1 ตัวแม่สายเปย์ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางมหานครเต็มไปด้วยความมืดมิด ห้องนอนแห่งนี้เงียบสงบมีเพียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปกติ ในห้วงความฝันร่างสูงของมังกรสวมเสื้อเชิ้ตสีดำจับคู่กับกางเกงขายาวยืนอยู่ท่ามกลางงานโศกเศร้า กลิ่นควันธูปสีขาวลอยอบอวลไปทั่วจนแสบจมูก ผู้คนรอบกายต่างสวมชุดสีดำรายล้อมอยู่รอบตัว แต่ไม่มีใครหันมามองร่างกายที่ยืนอยู่เพียงลำพัง ทุกสายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจและมองเขาเหมือนตัวประหลาด การกระทำเหล่านั้นกลายเป็นคำตัดสินที่กรีดลงกลางใจของมังกร ทั้งที่เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ รองเท้าคู่นั้นก้าวไปข้างหน้า อยากเข้าไปดูใจพ่อผู้ให้กำเนิดเป็นครั้งสุดท้าย แต่ฝีเท้ากลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนข้อเท้าเอาไว้ สายตาที่แข็งกระด้างต่างจับจ้องการเคลื่อนไหวของร่างกายที่คืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ “เกิดเป็นผู้ชายแต่ทำไมถึงอยากจะเป็นผู้หญิงก็ไม่รู้ ฉันอายแทนพ่อมันจริง ๆ ที่มีลูกแบบนี้” เสียงซุบซิบเล็ดลอดจากทุกสารทิศ ราวกับว่าพวกเขาคอยซ้ำเติมมังกรอยู่ไม่ห่าง มังกรส่ายหน้าช้า ๆ ดวงตาฉายแววเศร้าหมอง ยิ่งพยายามหายใจเข้าลึก ๆ ความอึดอัดก็ยิ่งโถมซัดเข้ามาเหมือนคลื่นทะเล เขาเดินเข้าไปใกล้กับโลงศพของพ่อมากเท่าไหร่ กลับถูกคนมากมายผลักเขาออกมาเรื่อย ๆ มังกรยกมือขึ้นมาปิดปากที่สั่นระริกของเขาด้วยความเสียใจ แต่ไม่อาจกักเสียงสะอื้นไห้ที่ถาโถมภายในใจ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นแม้แต่โลงศพของพ่อก็เหมือนอยู่ห่างออกไปเกินเอื้อม เขาถูกกีดกัน ถูกผลักไสจากผู้คนมากมายที่ไม่ยอมรับในตัวตนของเขา ความเจ็บปวดกัดกินหัวใจของเขาจนรู้สึกด้านชายากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด เหงื่อผุดขึ้นตรงขมับรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่กำลังกดทับร่างทั้งร่างของเขาเอาไว้ เมื่อพยายามข่มตานอนหลับแต่เขากลับรู้สึกหายใจไม่ออก จนวินาทีต่อมามังกรสะดุ้งตื่นจากความฝัน ร่างทั้งร่างของเขากระตุกเฮือกจนผ้าห่มหล่นจากแผงหน้าอก ในตอนนั้นเองมังกรหอบโกยอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆ เสียงหายใจของเขาถี่รัวดังขึ้นมาท่ามกลางห้องเงียบสนิท เหงื่อสีใสไหลเปียกชุ่มตามกรอบหน้าหล่อ หน้าอกยังคงถูกบีบรัดแน่นเหมือนฝันนั้นยังคงตราตรึงในใจเขาตลอดไป นัยน์ตาสีดำมองเพดานห้องพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมหน้าอกของตัวเอง เขารู้สึกถึงจังหวะหัวใจเต้นรัวแรง ความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนยังคงตามหลอกหลอนทุกคืน ทั้งสายตาที่มองมาอย่างรังเกียจ ทั้งเสียงซุบซิบที่พูดถึงเขา และคำตัดสินคนอย่างเขาทั้งที่ไม่รู้ความจริงอะไรเลยเกี่ยวกับเขา มังกรหอบหายใจถี่รัวพยายามกลืนน้ำลายลงคอหลายต่อหลายครั้ง อย่างน้อยเขาก็รู้สึกโล่งใจที่เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่เรื่องที่ป๊าของเขาไม่อาจรับตัวตนเขาได้นั่นเป็นความจริงที่ไม่อาจลบเลือนไปจากสมอง เพราะในส่วนลึกสุดเขาอยากย้อนเวลากลับไปดูใจป๊าแต่ก็ไม่สามารถทำได้ วินาทีถัดมาร่างสูงพลิกกายนอนตะแคงข้าง ก่อนจะพบว่าผู้หญิงตัวเล็กนอนกอดตุ๊กตาอยู่ถัดไปของเขา มังกรจึงเขยิบกายหยาบเข้าหาเธอพร้อมกับโอบกอดร่างเล็กภายใต้ผ้าห่มผืนโต เขาระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่นานก็ผล็อยหลับไปโดยไม่ต้องฝันร้ายถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องให้ทุกอย่างดูสดใส แสงสีเหลืองอุ่นอาบไล้ทั่วทั้งเมือง ลมพัดพาเมฆก้อนสีขาวลอยผ่านท้องฟ้าช้า ๆ ภายในห้องนอนอุณหภูมิเย็นสบายทว่าร่างกายของพวกเขากลับกอดกันกลมเกลียว ร่างเล็กของเพลงเหนือยังคงสวมชุดเดรสตัวเก่า ก่อนที่แพขนตางอนยาวค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมามองบรรยากาศรอบห้อง เธอพลิกลำตัวหันหลังกลับมาก่อนจะพบว่าเพื่อนตัวโตนอนกอดเธอแน่น คนตัวเล็กยิ้มกว้างพร้อมกับยกฝ่ามือบางทาบลงบนแก้มเนียนของมังกร “ตื่นแล้วเหรอนังชะนี” เขาเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะที่ยังคงหลับตาสนิท “เมื่อคืนนอนด้วยกันเหรอ แล้วหนูเมาจนต้องแบกกลับห้องอีกหรือเปล่า” น้ำเสียงสดใสราวกับแสงแดดยามเช้าเปล่งถ้อยคำขึ้น “เหมือนเดิมแหละค่ะ ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยววันนี้ไปเดินห้างกัน” “ทำไมรีบไปจัง ไม่ไปตอนเย็นเหรอ” “ตอนเย็นกูต้องกลับบ้านค่ะ จริง ๆ ก็ไม่อยากกลับไปหรอก แต่งานวันเกิดคุณแม่ไม่ไปก็ไม่ได้” “กูไม่เคยเห็นมึงมีความสุขเลยทุกครั้งที่กลับบ้าน ไม่ไปไม่ได้เหรอไม่อยากเห็นมึงเศร้า” “เดี๋ยวกูรีบไปรีบกลับ ไม่อยู่นานหรอกค่ะ” กลีบปากหนาขยับบอกแต่มังกรยังคงหลับตาพริ้ม มีร่างนุ่มในอ้อมกอดเพียงเท่านี้ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพลงเหนือพอสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นที่ถ่ายทอดจากจมูกโด่งเธอก็ตัวแข็งนิ่ง “พาไปซื้อกล่องจุ่มด้วยได้ไหม หนูอยากได้น้องตัวชมพูน่ารัก” “มึงจะซื้อมาเก็บไว้ตรงไหน ตอนนี้เต็มโต๊ะไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะสาว” น้ำเสียงนุ่มลึกเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ใครบอกแม่ หนูสั่งชั้นวางมาแล้วใส่ได้เต็มที่” ริมฝีปากรูปกระจับคลี่ยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวสะอาด ดวงตาหยีลงเล็กน้อยยามจับจ้องดวงหน้าหล่อของเพื่อนตัวโต “อยากได้ตัวไหนก็ซื้อ กูขอนอนต่ออีกนิดเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ เพราะงั้นไปอาบน้ำแต่งตัวรอเลย” “โอเคค่ะ งั้นหนูสั่งนมสดไว้รอนะ” เมื่อสิ้นสุดคำพูดของเหนือ ร่างสูงจึงพยักหน้ารับพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมหัวไหล่ของตัวเอง ก่อนที่เพลงเหนือจะก้าวลงจากเตียงนอนและตรงเข้าไปทำความสะอาดภายในห้องน้ำ หลายนาทีต่อมาร่างเล็กสวมชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะกระจก ก่อนที่ฝ่ามือเล็กจะหยิบผลิตภัณฑ์บำรุงผิวขึ้นมาทาบนใบหน้ารูปไข่งดงาม เรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยถึงกลางหลังรับกับเอวคอดกิ่วราวกับถูกผูกด้วยริบบิ้น ระหว่างที่คนตัวเล็กใช้เวลาแต่งหน้าเพื่อเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อนตัวโตกลับห้องเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว ต่อมามือบางหยิบหวีขึ้นมาจัดทรงผมของตัวเองหลังจากแต่งหน้าแต่งตาจัดเต็ม เพลงเหนือจึงใช้ที่หนีบผมดัดลอนเส้นผมสีน้ำตาลของตัวเอง “เสร็จยังนังชะนี อยากทำเล็บสีใหม่เดี๋ยวกูจองคิวร้านประจำก่อน มึงจะทำด้วยกันไหม” “ทำค่ะ หนูอยากทำสีแดงจองไว้ให้ด้วย” “โอเค” เมื่อว่าจบประโยคร่างสูงของมังกรทิ้งน้ำหนักตัวนั่งลงบนเตียงนุ่ม จากนั้นหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเพื่อจองคิวร้านทำเล็บ พวกเขาทั้งสองมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นประจำ แถมยังตัวติดกันแทบทุกวัน “เออนี่ พอดีว่ามีรุ่นน้องทักมาจีบกู มึงคิดว่ากูควรคุยต่อดีหรือว่าไม่ตอบดี” คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เมื่อกล่าวถึงบุคคลที่สามระหว่างพวกเขาทำเอาบรรยากาศภายในห้องดูตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก “มึงชอบน้องเขาไหมล่ะ หน้าตาเป็นยังไงเอามาดูหน่อยนังชะนี กูจะได้คัดให้ว่าผู้ชายแบบไหนน่าไว้ใจ” “ไม่รู้ดิ แต่กูอยากมีแฟนเหมือนคนอื่นเขาบ้าง” ริมฝีปากได้รูปเอ่ยวาจาบอกพลางหันกลับมาสนใจเพื่อนตัวโตที่นั่งอยู่ด้านหลัง “อยากคุยก็ลองคุยดูก่อน ถ้ามันไม่ใช่ก็แค่หาคนใหม่” “แต่มันจะดีเหรอแม่ เขาเด็กกว่าหนูตั้งสองปี” “เพื่อนมึงแต่ละคนก็กินเด็กค่ะ แบบนี้อยากได้ไม่ใช่เหรอจะรออะไรล่ะ ก็ลองดู” “แม่ไม่ว่าอะไรใช่ไหม เพราะวันอังคารน้องเขาชวนไปดูหนัง” เพลงเหนือเอ่ยถามคล้ายกับเป็นการขออนุญาต ทันใดนั้นเองร่างเล็กลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับเดินไปนั่งด้านข้างกายของมังกร เหนือโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยพลางช้อนสายตาขึ้นไปมองดวงหน้าคมคาย “กูจะว่าอะไรได้คะ ขออนุญาตเหมือนกูเป็นแม่ งั้นดีเลยวันอังคารกูจะไปตี้กับเพื่อนบริหาร” “ไปกับใครเพื่อนจริงเหรอ?” เหนือขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัย นัยน์ตาสีน้ำตาลกะพริบถี่ ๆ รอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ เนื่องจากมังกรดรอปเรียนหนึ่งปีเต็มหลังจากเหตุการณ์วันนั้น เขาจึงตัดสินใจย้ายมาเรียนคณะเดียวกับเพลงเหนือและเพื่อน ๆ ของพวกเขาอีกสองคน “ไปกับเพื่อนบริหารกูแหละไม่มีคนอื่นหรอก ไปกันได้แล้วเดี๋ยวรถติดจะเที่ยงแล้วเนี่ย” เหนือพยักหน้ารับอย่างเข้าใจจากนั้นจึงเดินไปหยิบกระเป๋าหนังสีดำราคาแพงขึ้นมา เธอเคยถามมังกรแล้วว่าทำไมถึงตัดสินใจย้ายคณะทั้งที่เริ่มเรียนไปแล้วเกือบปี และเหนือก็ได้คำตอบกลับมาว่าเขาไม่ชอบเรียนบริหารแต่กลายเป็นป๊าที่บังคับให้เขาเรียนเพื่อมาสานต่อธุรกิจโรงแรมของครอบครัว เมื่อไม่ใช่สิ่งที่ชอบมังกรจึงไม่อยากฝืนตัวเองและย้ายมาเรียนสาขาที่ตั้งใจจะสอบเข้าแต่แรก จากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เนื่องจากทำเล็บใช้เวลานานทั้งเพลงเหนือและมังกรจึงตรงไปยังร้านที่จองคิวเอาไว้ก่อน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD