7 ทบทวน

1335 Words
“ถ้านายอยากให้ฉันเชื่อใจ นายก็เลิกยุ่งกับอู่รถซะ แล้วกลับไปตั้งใจเรียน กลับไปช่วยพ่อนายบริหารบริษัทให้มันเป็นเรื่องเป็นราว... นายทำได้ไหมล่ะ!” อาเธอร์นิ่งเงียบไป พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความลำบากใจ “เราคุยเรื่องนี้กันหลายรอบแล้วนะมินนี่” “นายก็พูดแต่แบบนี้ตลอดอะอาเธอร์! นายเคยนึกถึงใจฉันบ้างไหม! ฉันไม่ชอบกลิ่นน้ำมัน ฉันไม่ชอบกลิ่นจารบี ฉันไม่ชอบนั่งซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ และฉันก็ไม่ชอบที่ต้องทนรอฟังข่าวร้ายว่าวันไหนนายจะเกิดอุบัติเหตุเพราะไอ้รถบ้าๆ นั่นอีกแล้ว!!” มินนี่หอบหายใจแรงด้วยความโมโห ต่างฝ่ายต่างยึดถือเหตุผลของตัวเอง จนบรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก “มินนี่ คือ...” “ไม่ต้องมาจับ!” เธอสะบัดตัวหนีทันที ก่อนที่มือหนาจะทันได้แตะต้องตัวด้วยซ้ำ “ฉันจะกลับ! และช่วงนี้เราก็ห่างกันสักพักนะ ไปทบทวนดูให้ดี ว่าเรายังต้องการกันและกันอยู่จริงๆ หรือเปล่า” มินนี่รีบเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่ขึ้นมาสวมใส่ด้วยท่าทีเร่งรีบ “มินนี่... เราไม่ห่างกันได้ไหม” เสียงของเขาแผ่วเบาลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ฉันขอนายมาตลอดนะอาเธอร์ เอาเป็นว่าลองไปทบทวนดูแล้วกัน เพราะฉันไม่ชอบในสิ่งที่นายเป็นอยู่ตอนนี้... ฉันชอบอาเธอร์ที่เป็นทายาทธุรกิจรับเหมารายใหญ่ ที่รวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศมากกว่า... ฉันไปนะ” “มินนี่! มินนี่!” มินนี่เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง อาเธอร์ทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับถอนหายใจยาว แล้วยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความรู้สึกสับสนและเหนื่อยล้าเหลือเกิน @ทางด้านมอนเน่ มอนเน่ที่แอบยืนพิงผนังอยู่หน้าห้อง หัวใจเต้นแรงโครมครามด้วยความตกใจ เสียงตะโกนด่าทอและถ้อยคำตัดพ้อของมินนี่ดังลอดออกมาให้เธอได้ยินชัดเจนทุกประโยค ความรู้สึกผิดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอทำตัวไม่ถูก ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องนอนเปิดออก “ซวยแล้ว...” เธอรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้าห้องตัวเองไปทันที มอนเน่ล้มตัวลงนอนขดบนเตียง พร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดศีรษะ "เป็นเพราะเราหรือเปล่านะ..." มอนเน่พึมพำกับตัวเองในความมืด น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นจนขอบตาร้อนผ่าว ทั้งเรื่องที่เข้าไปขัดจังหวะผิดที่ผิดทาง และเรื่องที่ได้รับรู้ว่าเธออาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแฟนสาวเกิดเรื่องเข้าใจผิดกัน “แต่เราไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ... ก่อนมาที่นี่ เฮียก็บอกแล้วว่าเฮียอาเธอร์มีแฟนแล้ว ห้ามยุ่งเด็ดขาด ฉันยังจำคำที่เฮียแมทธิวบอกได้เป็นอย่างดี” ความไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจของเธอ ทางด้านอาเธอร์ หลังจากที่ทะเลาะกับแฟนสาวอย่างหนัก เขาไม่ได้เดินตามมินนี่ไปอย่างที่ควรจะเป็น ร่างสูงคว้าซองบุหรี่บนโต๊ะแล้วเดินตรงไปยังระเบียงแทน แกร๊ก... เสียงไฟแช็กดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟสีส้มริบหรี่ อาเธอร์พ่นควันสีขาวหม่นออกมาในอากาศ สายตาคมเข้มทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมาย ควันบุหรี่ลอยวนเวียนพอๆ กับความคิดที่สับสนตีกันอยู่ในหัว "ทบทวนงั้นเหรอ..." เขาพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ความเครียดที่สะสมทำให้ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยดูหม่นหมองลงกว่าเดิม เช้าวันต่อมา มอนเน่เดินลงมาที่อู่ และเห็นอาเธอร์นั่งหน้านิ่งจ้องมองแก้วกาแฟที่เย็นชืดอยู่นิ่งๆ อีกด้านหนึ่งคือคิริวกับแทนไท ที่กำลังลอบมองมาที่อาเธอร์ด้วยความสงสัย “ทะเลาะกับเจ้มินนี่รึเปล่าวะ” “นั่นดิ นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา คงทะเลาะกันหนักแหละรอบนี้” มอนเน่เดินเข้าไปหาเฮียทั้งสองคน ในใจของเธอยังคงรู้สึกผิดมาตั้งแต่เมื่อคืน “เฮีย! มีอะไรกันเหรอคะ” เธอถามขึ้น ทั้งที่ในใจรู้คำตอบดีอยู่แล้ว “เฮียอาเธอร์อะดิ สงสัยทะเลาะกับแฟนจนซึมไปเลย” “ใช่สิ เฮียรักเจ้มินนี่มากไง เคยได้ยินเจ้บอกว่าอยากให้ปิดอู่ เพราะเจ้แกไม่ชอบอะไรแบบนี้” “แต่อู่นี่มันคือหัวใจของเฮียเลยนะเว้ย เฮียจะยอมปิดจริงๆเหรอวะ” มอนเน่ฟังพี่ๆ ทั้งสองคนคุยกันแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เธอคิดในใจว่าเขาจะเลือกอะไร ระหว่างสิ่งที่รักกับคนที่รัก ในเมื่อสองสิ่งนี้ดูเหมือนจะไปด้วยกันไม่ได้เลย “แล้วพวกเฮียว่าไงอะ เฮียอาเธอร์จะยอมปิดอู่รึเปล่า” “ปิดไหมไม่รู้ แต่เห็นว่าปีนี้เฮียจะตั้งใจเรียนให้จบตามที่เจ้มินนี่ขอ” “ดูแล้วเฮียก็รักแฟนมากเหมือนกันเนาะ ถ้าแฟนเฮียรับในสิ่งที่เฮียชอบได้ก็คงดี” มอนเน่ถอนหายใจไปพลาง แอบรู้สึกสงสารเขาอยู่ไม่น้อย “สายแล้ว หาอะไรกินเถอะ ไปถามเฮียเขาสิว่าจะกินอะไร” คิริวพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าแทนไท “กูเหรอ” แทนไทถามกลับพร้อมกับเลิกคิ้วสูง “ก็เออดิ” “แล้วทำไมมึงไม่ไปเองอะ อารมณ์เฮียแบบนี้ใครจะไปกล้าเข้าใกล้” สองคนเกี่ยงกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร เพราะไม่มีใครอยากเสี่ยงเดินเข้าไปถามในเวลานี้ “หนูไปเองค่ะ” มอนเน่อาสาขึ้นมาทันที “น้องมอนเน่ครับ เวลาเฮียโมโห เฮียอารมณ์ร้ายมากนะ พวกเฮียเคยโดนมาแล้ว” คิริวรีบเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สนใจคำเตือนนั้น “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอเดินตรงไปยังเจ้าของร่างสูง ที่เอาแต่นั่งนิ่งซึมเหมือนคนไร้วิญญาณ "เฮียอาเธอร์... มื้อเช้าทานอะไรดีคะ เดี๋ยวเฮียคิริวกับเฮียแทนไทจะไปซื้อให้" มอนเน่ถามเสียงเบา อาเธอร์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขาเพียงแค่ตอบกลับมาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ "ไม่หิว" "แต่ว่า... ทานหน่อยนะคะ เดี๋ยวหนู..." "บอกว่าไม่หิวไง!" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเย็นชาตัดบทขึ้นทันควัน จนมอนเน่ชะงักคำพูดที่เหลือไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะเดินกลับมาหาพี่ๆ ทั้งสองคนด้วยใบหน้าที่เจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เฮียเตือนแล้ว โดนเลยเห็นมั้ย ” คิริวกระซิบเสียงเบา ตลอดทั้งวัน อาเธอร์เอาแต่ขลุกอยู่กับการซ่อมรถ แต่แววตาของเขากลับไม่มีความสุขเหมือนอย่างแต่ก่อน มอนเน่พยายามหาเรื่องเข้าไปคุยกับเขาอีกครั้งในช่วงบ่าย เมื่อเห็นเขาเดินมาหยิบน้ำในตู้เย็น "เอ่อ... เรื่องเมื่อคืน... หนูขอโทษจริงๆ นะคะ ถ้าหนูไม่เข้าไปเรียก เฮียกับพี่มินนี่ก็คงไม่..." อาเธอร์วางขวดน้ำลงบนเคาน์เตอร์เสียงดัง ปึก! ก่อนจะปรายตามามองเธอด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนน่ากลัว "มันไม่เกี่ยวกับเธอ มอนเน่ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย" คำพูดที่ตรงและแรงเหมือนตบหน้าทำให้มอนเน่หน้าชาไปครู่หนึ่ง "หนูแค่เป็นห่วง..." "ถ้าเป็นห่วง ก็อยู่ส่วนของเธอเงียบๆ นั่นคือการช่วยฉันได้ดีที่สุดแล้ว" เขาพูดจบก็เดินกลับเข้าไปทำงานต่อ โดยที่วันทั้งวันเขากินเพียงแค่น้ำเปล่า และไม่ยอมแตะต้องข้าวแม้แต่เม็ดเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD