คุณหมอเด็กที่กำลังจูบเด็กสาวในบ้านยิ้มแนบปากนุ่ม เมื่อเด็กสาวยอมอยู่นิ่งให้เขาจูบ หมอนัทดื่มด่ำกับความหวานนุ่มละมุนลิ้นอย่างใจเย็น เขาตวัดลิ้นพลิกพลิ้วหยอกล้อลิ้นเล็ก และดูดดึงกลีบปากอิ่มเบา ๆ จูบของเขาอ่อนโยนหวานละมุน ล่อหลอกให้เด็กสาวจูบตอบอย่างน่ารักน่าใคร่ แม้ไม่ประสา แต่ก็เร้าใจจนคุณหมอแสนดีอยากทำมากกว่าจูบ แต่เพราะเธอยังเด็ก คนเริ่มจูบจึงต้องเป็นฝ่ายตัดใจถอนจูบเสียเอง ก่อนที่เธอจะทำให้เขาเตลิดแล้วทำอะไร ๆ กับเธอมากไปกว่านี้
หมอนัทถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง พอเงยหน้าขึ้นมามองเธอ ใบหน้าน่ารักที่หลับตาพริ้ม กับปากอิ่มวาววับเพราะถูกจูบก็ทำให้เขาอยากจะจูบซ้ำอีกสักรอบ แต่เขาก็รีบตัดใจ
หมอนัทรวบเด็กสาวมากอดแนบอก เขากดจูบกลางกระหม่อมค้างไว้ แม้จะแสนเสียดายความหวานละมุน ทว่าเขาต้องหยุดตัวเองตอนนี้ เดี๋ยวนี้เท่านั้น
คะน้าสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรง เด็กสาวแนบแก้มร้อนผ่าวกับอกกว้าง เธอหอบหายใจแรง หัวใจเต้นกระหน่ำโครมคราม จูบหวานละมุนที่ทำให้เธอวูบวาบหวามไหวในอก เมื่อครู่ราวความฝัน แต่เธอรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่ฝัน และมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
“คะน้าอยากกลับไปหาป้าสมรแล้วค่ะ”
หมอนัทกอดคนที่อยู่ในอ้อมแขนแน่นขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายวงแขนออกอย่างแสนเสียดาย เขาจับบ่าบอบบางดันเด็กสาวออกห่างเล็กน้อย
“โกรธฉันไหม”
คะน้าเงยมองหน้าคนถามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนทำทำไมเขาไม่ถาม พอทำแล้วถึงมาถามว่าโกรธไหม เขาต้องการคำตอบแบบไหนจากเธอ
“โกรธได้หรือคะ”
หมอนัทถอนหายใจบางเบา หากเธอหน้าบึ้งหรือขึ้งโกรธ หรือด่าทอทุบตีเขา เขายังจะใจชื้นกว่าที่เธอวางหน้าราบเรียบ และมองเขาด้วยสายตาเฉยชาแบบนี้
“ได้สิ”
“ถ้าคะน้าโกรธ หมอนัทจะไม่ทำแบบนี้อีกใช่ไหมคะ”
คราวนี้คนที่เพิ่งได้จูบแรกของเด็กสาวมาถอนหายใจแรง
“จะทำอีก และจะทำมากกว่านี้ด้วย”
แม้เธอเป็นเด็กสาวที่ยังไม่ประสาเรื่องชายหญิง แต่คะน้าก็รู้ว่า ทำมากกว่านี้ที่เขาพูดเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย เธอไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้กับเธอทำไม มีผู้หญิงมากมายที่คอยวิ่งเข้าหาเขา หรือแม้กระทั่งลูกสาวของเพื่อน ๆ คุณพ่อคุณแม่ของเขาที่เห็นพามาแนะนำกันอยู่หลายคนอีก แต่ละคนสวย ๆ ทั้งนั้น ฐานะหน้าตาในสังคมก็เทียบเทียมกับเขา ผิดกับเธอที่เป็นเพียงเด็กกำพร้ามาอาศัยเขาอยู่
“ไม่ทำได้ไหมคะ คะน้าไม่อยากเป็นของเล่นของหมอนัท” หากจะให้ขัดขืน เธอก็คงสู้แรงเขาไม่ไหว จะให้หลบหน้า ก็จะหลบได้สักเท่าไรกันเชียว ดูอย่างวันนี้ปะไร เธอไม่ได้อยากมากับเขาสักนิด แต่เขาก็ยังบังคับพาเธอมาด้วยจนได้ หรือหากจะให้เธอหนีไปอยู่ที่อื่น คะน้าก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เธอกับป้าไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง และเธอก็ไม่กล้าทิ้งป้าไปไหน ป้าสมรแก่แล้ว เธอต้องอยู่คอยช่วยป้าทำงาน และคอยดูแลยามป้าเจ็บป่วยไม่สบาย
“ก็ไม่ได้จะให้เป็นของเล่น จะเอาทำเมียจริง ๆ”
คำพูดของหมอนัทไม่ได้ทำให้คะน้าตื่นเต้นสักนิด เพราะสิ่งที่เขาพูด มันไม่มีทางเป็นไปได้ เธอรู้สถานะของตัวเองดี “คะน้าอยากกลับบ้านแล้วค่ะ ป่านนี้ป้าสมรคงเป็นห่วงแย่แล้ว”
หมอนัทขมวดคิ้วมุ่น หัวคิ้วเข้มแทบจะชนกัน อะไรวะ...ที่เขาพูดไปทั้งหมด เธอไม่เข้าใจตรงไหน ทำไมยังคงสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่า ไม่ตื่นเต้นยินดีที่หมอนัทรูปหล่อบ้านรวยคนนี้อยากได้เธอเป็นเมีย หรือเพราะช่วงวัยที่ห่างกันถึงสิบปี ทำให้การสื่อความถึงกันมีปัญหา
“คะน้า” หมอนัทบีบหัวไหล่สองข้างของเด็กสาวเบา ๆ เขามองหน้าเธออย่างค้นหา คะน้าเองก็สบสายตาเขาไม่เลี่ยงหลบ
“ไม่อยากเป็นเมียฉันเหรอ” ก็ชอบ ก็อยากได้ ไม่คิดจะเอาเธอเป็นของเล่น เขาจะเอาทำเมียจริง ๆ ต่างหาก แต่ดูเหมือนยัยเด็กนมโตจะยังไม่เข้าใจว่าเขาพูดจริง
“ถึงคะน้าจะเป็นเด็ก แต่คะน้าก็ไม่หัวอ่อนเชื่อใครง่าย ๆ นะคะ ที่หมอนัทบอกว่าอยากได้คะน้าเป็นเมีย ก็เพราะตอนนี้เรายังไม่ได้กัน แต่พอหมอนัทได้คะน้าสมใจแล้ว หมอนัทก็คงไม่อยากได้คะน้าเป็นเมียจริง ๆ หรอก คะน้าอยากกลับบ้านแล้วค่ะ” คะน้าเบี่ยงตัวออกจากมือที่กุมไหล่บางอยู่ ทว่าพอเธอหมุนตัวจะเดินหนี คนที่พูดว่าอยากได้เธอเป็นเมียจริง ๆ กลับจับแขนเรียวและดึงเธอกลับไปกอดเอาไว้แนบอก เขารัดเธอไว้แน่น
“งั้นก็ดูต่อไปเรื่อย ๆ แล้วกัน”
ไม่เชื่อ เขาก็ไม่บังคับ แต่เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่นอน เธอจะต้องอยู่ในสายตาเขาตลอดไป
เขาเฝ้ามองเธอมานาน เฝ้ามองเธอเติบโตมาตลอด ยิ่งโต เธอก็ยิ่งน่ารัก มองไปมองมา ไม่รู้เผลอใจชอบเธอตั้งแต่ตอนไหน รู้แต่เวลาได้อยู่ใกล้ ได้พูดคุยต่อปากต่อคำ หรือได้แกล้งให้เธอตกใจ เขาก็มีความสุขแล้ว หากใครจะกล่าวหาว่า เขาเป็นหมอเด็กกินเด็ก เขาก็ยอม แต่เขาจะกินเด็กที่ชื่อคะน้าคนเดียวเท่านั้น