ไซต์งานก่อสร้างในช่วงบ่าย แสงแดดตกกระทบโครงเหล็กขนาดใหญ่เสียงเครื่องจักรทำงานดังสม่ำเสมอ
ไอรินยืนอ่านแบบงานพร้อมตรวจความแข็งแรงของฐานราก เธอผูกผมสูง สวมหมวกเซฟตี้ เสื้อเชิ้ตแขนพับ กางเกงทำงานเข้ารูปเรียบง่าย แต่..ดึงสายตาใครหลายๆคนได้อย่างประหลาด
ชายหนุ่มคนหนึ่งวิศวะภาคสนามจากทีมอื่น
เดินเข้ามาคุยกับไอรินด้วยรอยยิ้ม
“คุณไอริน เก่งมากเลยนะครับ พึ่งเริ่มงานวันแรกแต่ทำงานคล่องสุด ๆ”
ไอรินเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบาง ๆ ตามมารยาท แต่ไม่ให้ความหมายเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน
“ขอบคุณค่ะ แค่ทำตามหน้าที่”
“ถ้าเย็นนี้ว่าง ผมอยากจะชวนไปกินข้าว”
ไม่ทันจบประโยค เสียงรองเท้าหนังหนัก ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของคนทั้งคู่
เอริคเดินเข้ามาอย่างเงียบ และเฉียบคม
ไม่พูดสักคำแต่เพียง สายตา ก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แปลกประหลาด
เขายืนประชิดหลังไอริน ไม่แตะ ไม่ออกคำสั่ง
แต่ความ ‘เป็นเจ้าของ’ กลับลอยออกรอบตัวอย่างไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ
“งานเสร็จหรือยัง”
น้ำเสียงของเอริคเขาราบเรียบมาก แต่ดวงตาไม่ได้มองเอกสารใดๆเลย กลับมองผู้ชายตรงหน้าไอรินแทน สายตาที่มองมามันเชือดเฉือนจนชายตรงหน้ากลืนน้ำลายลงคอ
วิศวะชายที่กำลังชวนไอรินไปกินข้าว สีหน้าเริ่มซีดเผือกอยู่ดีๆก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ
“อะ..เอ่อ ผมแค่ถามคุณไอรินเรื่องงานครับ”
เอริคเลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนกับพึงพอใจในคำตอบที่พึ่งได้ยิน
“งั้นก็คุยจบแล้วใช่ไหม ??”
เป็นประโยคเรียบ ๆแต่เหมือน คำสั่งให้ถอย
ชายคนนั้นรีบพยักหน้า
“ครับ ๆ งั้นผมไปเช็คหน้างานต่อนะครับ”
แล้วรีบเดินออกไปอย่างเร่งด่วน เหมือนคนถูกสัตว์นักล่ากำลังเล็งเอา
ไอรินหันไปมองหน้าเอริคผู้เป็นเจ้านาย ด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ
“คุณ..ทำให้คนอื่นกลัวเกินไปไหมคะ”
เธอถามตรง ๆ โดยไม่รู้สึกเกรงเลยสักนิด
เอริคมองเธอสายตานิ่งและคมเหมือนเดิม
แต่มีบางอย่างอุ่นวาบอยู่ข้างใต้
“ถ้าเขากลัว ก็แปลว่าเขารู้ตัวว่ากำลังทำอะไรที่ไม่ควรทำ”
เขาตอบเรียบ แต่สื่อออกมาอย่างชัดเจน
“ชวนฉันกินข้าวมันผิดตรงไหน?”
ไอรินถามกลับประโยคง่าย ๆ แต่แรงเหมือนท้าทายโดยไม่ต้องใช้เสียงดัง
เอริคเงียบหนึ่งวินาที เพียงพอให้หัวใจเขา “เต้นแรง” แบบที่ไม่เคยเป็นกับผู้หญิงคนไหน
“..มันก็ไม่ผิด”
เขาพูดเสียงต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อย ไอรินเลิกคิ้วรอฟังเหตุผล เขาจึงพูดต่อ
“แต่ฉันไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้ลูกน้องของฉัน..โดยที่ฉันไม่อนุญาต”
คำว่า “ลูกน้อง” เป็นข้ออ้างที่ทั้งเขาและเธอรู้ดีว่า ไม่ใช่ความจริงโดยทั้งหมด
ไอรินมองเขานิ่งสายตาคมเท่าเขา ไม่ยอมแพ้เหมือนกันเรื่องอะไรจะให้คนอย่างเขามาข่มเธอได้ง่ายๆ ฉันคือ ไอริน นะ Please!!
“ฉันทำงานให้บริษัทของคุณค่ะคุณเอริก
ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น ข อ ง คุ ณ !! ”
น้ำเสียงเธอเนิบ แต่มันชัดเจน เอริคยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่ยิ้มแต่เหมือนคนกำลัง รู้ตัวว่าเริ่มแพ้ใจตัวเอง
“จำไว้นะ ไอริน”
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจแทบจะได้ยินกัน ไม่ได้แตะ แต่ใกล้จนสัมผัสได้
“เวลาผมต้องการอะไร..ผมไม่เคยพลาดมันสักอย่าง”
ประโยคนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกระทบหัวใจแรง เหมือนแรงสั่นสะเทือนในโครงเหล็กที่เธอยืนอยู่
ไอรินยืนนิ่ง ไม่ได้ถอย ไม่ได้โต้แย้งอะไรออกไปแต่ดวงตาที่สบกับเขานั้นมันสั่นไปเพียงแค่เสี้ยววินาที
และนั่น..คือครั้งแรกที่เอริค รู้ตัวชัดเจนว่าเขาอยากได้เธอ
ไม่ใช่ในฐานะลูกน้อง ไม่ใช่ของเล่นแต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอหลุดมือได้
วันต่อมาที่โรงอาหารของไซต์งานช่วงพักเที่ยง ผู้คนพลุกพล่าน เสียงคุย เสียงจานช้อนกระทบกันแผ่ว ๆ
ไอรินนั่งกินข้าวอยู่คนเดียวเงียบ ๆ เธอไม่ใช่คนที่เข้าหากลุ่มใครง่าย ๆ แต่เพียงเพราะเธอชินกับการอยู่กับตัวเองมากกว่า
ชายกลุ่มช่าง 3-4 คนเดินผ่านมาเสียงหัวเราะหยาบ ๆ ดังขึ้น
“เฮ้ !! นั้นเด็กใหม่ใช่ไหม สวยแปลกดีนี่หว่า ใส่หมวกเซฟยังน่ามอง”
อีกคนพูดแทรกขึ้นมา
“หึ ผู้หญิงวิศวะอะนะ ท่าจะคุยสนุกอยู่เหมือนกัน”
พวกเขาเข้ามาใกล้ไอรินมากเกินกว่าที่คนทั่วไปควรเข้า หนึ่งในนั้นวางมือบนพนักเก้าอี้หลังเธอ คล้ายกับกักไว้ไม่ให้ลุกหนี
ไอรินเงยหน้าขึ้นมาสบสายตานิ่งเฉย ไม่ได้แสดงออกถึงอาการหวาดกลัว แต่เพียงแค่ไม่พอใจชัดเจนอย่างชัดเจน
“ขอโทษนะคะ ช่วยถอยออกไปหน่อย”
ไอรินพูดเสียงเรียบเหมือนกับใบหน้าของเธอเองในตอนนี้
“โธ่ ก็แค่คุยนิดหน่อย ทำเป็นหยิ่ง”
น้ำเสียงหยาบของคนงานเริ่มชัดขึ้นมือหนึ่งของพวกเขายื่นจะจับแขนเธอ
แต่แล้วจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งเอ่ยเรียบมากๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา
“ผมจำได้ว่าผมไม่ได้อนุญาตให้พวกคุณแตะตัววิศวะของผม”
ทุกคนหันควบกลับไปในทันทีที่ได้ยินเสียง
เอริคยืนอยู่ เขาไม่โกรธ เขาไม่ตะโกนแต่ สายตาคมเย็นจนเหมือนห้องทั้งห้องลดอุณหภูมิลงจนเย็บเฉียบราวกับฤดูหนาว
ประท่านเอริคเขาเดินเข้ามาหยุดตรงหลังของไอรินหนึ่งมือวางบนพนักเก้าอี้ของเธอ
เขาไม่ได้แตะ ไม่ได้กอด แต่ท่าทางนั้นมันเหมือนปกป้องเธออย่างครบวงองค์ประกอบ
ช่างคนนั้นรีบชักมือกลับแทบจะทันที กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“คะ..คุณเอริค ผมแค่ล้อเล่น ”
คนงานกลุ่มนี้เหงื่อแตกโชกทั้งๆที่เมื่อกี้รู้หนาวๆอยู่แท้ๆ
“คนที่ ล้อเล่นไม่รู้กาลเทศะ มักได้ลงชื่อให้ออกงานก่อนใคร”
น้ำเสียงเขานุ่ม แต่มันชัดเจนมากไม่มีโอกาสเถียงเลยแม้แต่น้อย
ชายกลุ่มนั้นรีบก้มหัวและเดินหนีแทบจะชนกันเองพันละวัน
เมื่อพวกนั้นไปแล้วไอรินถอนหายใจเบา ๆแต่ยังไม่หันไปหาเอริค ไอรินเธอแค่พูดเรียบ ๆ
“คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ เพื่อแสดงอำนาจที่นี่”
เอริคไม่ได้โต้ทันที เขารอให้เธอกินข้าวคำสุดท้ายก่อนจะพูดช้า ๆ
“ผมไม่ได้ทำเพื่อแสดงอะไร”
เสียงเขานุ่มลงกว่าทุกครั้งที่เธอเคยได้ยินจนไอรินชะงักเล็กน้อย เพียงเสี้ยววินาทีเดียว
“คุณจะมาไม้ไหนอีกคะ ท่านประธานเอริค”
ท่านประธานที่ไอรินเรียกเขาหันมามองหน้าเธอ มันไม่ใช่คุกคาม แต่เขาสนใจมากยิ่งขึ้น
“ผมไม่ชอบเห็นคุณถูกแตะตัว โดยใครก็ตามที่ไม่ใช่เพราะคุณยินยอม”
คำว่า ไม่ชอบ นั้นออกจากปากเขาอย่างไม่ได้คิดจะปิดบัง
ไอรินหนีสายตาเล็กน้อยหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่เธอก็พยายามตอบให้ปกติที่สุด
“แต่. . คุณก็ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรในตัวฉัน”
เอริคนิ่งก่อนจะก้มเล็กน้อย พูดชิดหูเธอ ที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเธอ
“ก็แล้วถ้าผมอยากมีล่ะ.?? ”
เพียงแค่นั้น ไอรินวางช้อนลงทันที เธอไม่รู้ว่าเพราะความตกใจหรือหัวใจเต้นแรงจนเกินไปกันแน่ ไอรินไม่อยากให้เรื่องรักๆใคร่ๆเข้ามามีผลกับชีวิตเธออีกแล้ว แต่ในตอนนี้เธอกลับจะเริ่มเอนเอียงไปทางเขาสะแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือในตอนนี้คือ
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป !!