ร้ายเดียงสา (1)

1295 Words
Chapter : 9 “ต้าเหนิง...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเวทนาและความกังวล “ตื่นได้แล้วค่ะ พี่มีเรื่องที่เราต้องคุยกัน” ต้าเหนิงลืมตาขึ้นช้า ๆ ด้วยอาการสะลึมสะลือ และมองไปที่โจวด้วยความงุนงง เธอพบว่าสายตาของอีกฝ่ายมีความเศร้าหมองอ่อนล้าและสับสน “อะไรเหรอคะ? พี่ดูเหมือนมีอะไรในใจ...” “พี่คิดว่าเราควรพูดคุยกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา” โจวเริ่มด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “มันเริ่มกลายเป็นภาระหนักหนาเกินไปสำหรับพี่ แต่ก่อนจะเริ่มอะไรไปมากกว่านี้...” ยามเช้าตรู่ที่แสงแดดบางเบาสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างที่หลุดหลุ่ย ต้าเหนิงนอนเหยียดตัวอยู่บนเตียงที่ยับย่นและเต็มไปด้วยกลิ่นอับของเหงื่อและร่องรอยของค่ำคืนอันยาวนาน โจวลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง สายตาเหม่อลอยมองไปรอบ ๆ ห้อง พลางคว้ากล่องบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ยื่นให้ต้าเหนิง เธอยิ้มบาง ๆ รับบุหรี่มาจุดแล้วสูบลึกเข้าไป รสขมของควันบุหรี่ทำให้เธอตื่นจากความงัวเงียชั่วขณะหนึ่ง โจวนั่งลงข้างเธอ จุดบุหรี่ของตัวเอง แล้วสูบเข้าไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งสองคนต่างไม่พูดอะไร มองควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้งปกคลุมห้องราวกับม่านหมอกที่บังความจริงในความสัมพันธ์ของพวกเขาไว้ เสียงหัวเราะเบา ๆ ของต้าเหนิงดังขึ้น แต่เต็มไปด้วยความแฝงเร้น เธอมองรอยเปื้อนบนพื้น ทั้งคราบน้ำเชื้อที่แห้งเกรอะกรังและถุงขยะที่กองอยู่มุมห้อง แววตาของเธอฉายแววสนุกแต่ก็ปนด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน “เรานี่มัน...สกปรกกันจริง ๆ นะ” ต้าเหนิงหัวเราะเบา ๆ ขณะที่พ่นควันออกมา โจวยิ้มบาง ๆ แต่ไม่ได้ตอบอะไร เขาพ่นควันออกมาเช่นกัน กลิ่นของบุหรี่แทรกซึมไปทั่วห้อง ทั้งคู่จมอยู่ในความเงียบ ความตึงเครียดแฝงตัวอยู่ในอากาศ แม้จะมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจาง ๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดถึงความรู้สึกที่จริง ๆ แล้วซ่อนอยู่ภายใต้ควันบุหรี่เหล่านั้น ต้าเหนิงนั่งตัวตรงและยิ้มเบา ๆ “พี่โจวทำไมพูดอย่างนี้ล่ะคะ? หนูรู้ว่าเรามีช่วงเวลาที่ดีด้วยกัน” “ใช่ เรามีช่วงเวลาที่ดี แต่ตอนนี้มันกลายเป็นปัญหามากเกินไปแล้ว” เขายืนยันเสียงเหงา สีหน้าอมทุกข์ยากจะอธิบาย “ความต้องการของหนูมันมากเกินไปจนพี่รู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียตัวเองไปเรื่อย ๆ พี่เริ่มมีปัญหาสุขภาพและความเครียดเพิ่มขึ้น แต่พี่ไม่ได้โทษหนูนะ พี่โทษตัวพี่เองที่ไม่สามารถรับมือกับมันได้ พี่รู้ว่าพี่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ใช่ให้หนูเปลี่ยนแปลง” “แต่พี่โจว...หนูไม่เข้าใจ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะ? หนูคิดว่าเราทั้งคู่มีความสุขกัน ที่สำคัญหนูสามารถทำมันเพื่อพี่ได้ ยับยั้งความรู้สึกที่เป็นอยู่เพื่อพี่ ทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนตอนที่เริ่มต้น” เธอกล่าวด้วยเสียงที่แสดงออกถึงความกังวล ความห่วงใย และความเศร้าซึม ดวงตาค่อย ๆ อุ่นร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ขอบตาระเรื่อแดงอย่างช้า ๆ “ความสุขมันไม่พอเมื่อมันมาพร้อมกับความเหนื่อยล้าและความเครียดอย่างต่อเนื่อง” เขาตอบ “พี่รู้ว่าต้าเหนิงมีความต้องการทางเพศที่สูง แต่พี่ไม่สามารถรับมือกับมันได้อีกแล้ว มันไม่ได้ผิดที่ใคร เรายังคงรักกันอยู่แถมยังเข้ากันได้ดีด้วย พยายามปรับตัวเข้าหากันเสมอ แต่มันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว....” เขาหยุดพักสักครู่เพื่อให้ต้าเหนิงได้คิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาพูด “มันอาจจะเป็นการดีที่สุดถ้าเราตัดสินใจที่จะเลิกกัน” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน มุมปากของเขายกสูงขณะที่ดวงตาหรี่ลงเรื่อย ๆ “เพื่อที่เราจะได้ไปตามทางของเราเอง พี่มีความฝันที่จะสร้างแบรนด์เสื้อผ้าและต้องการจะมุ่งมั่นไปในเส้นทางนี้ แต่ความสัมพันธ์นี้กำลังทำให้พี่ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้” “แล้วหนูล่ะคะ?” ต้าเหนิงถามด้วยเสียงที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดและความไม่เข้าใจ น้ำตาคลอเบ้า ของเหลวสีใสอุ่นไหลย้อยลงมาจากขอบตา แปดเปื้อนใบหน้า “หนูจะทำยังกับความต้องการของหนู...พูดให้ถูก หนูเองก็ไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำว่าต่อจากนี้ไปหนูจะต้องเดินไปในทิศทางไหนและไปกับใคร...” “หนูสามารถไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นได้ตามที่หนูต้องการ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปกับการสร้างเป้าหมายในชีวิตขึ้นมาใหม่” โจวตอบ “หนูมีอิสระในการค้นหาความพอใจทางเพศของตัวเองโดยไม่ต้องมีข้อผูกพันกับใคร นั่นอาจจะทำให้หนูรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจริง ๆ ” ความหมายแฝงของคำพูดของเขาคือบางทีเขาอาจจะกำลังเป็นตัวฉุดรั้งเธอจากความรู้สึกที่แท้จริงของเธอซึ่งเธอไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ต้าเหนิงเงียบไปชั่วขณะ น้ำตาเริ่มไหลนอง โจวที่เห็นเช่นนั้นเขาฉีกยิ้มอย่างอ่อนโยนปลอบประโลมเธอด้วยความเงียบและค่อย ๆ เช็ดน้ำตาให้ขณะที่สัมผัสกับใบหน้าที่คุ้นเคยนี้อย่างทะนุถนอม “มันเจ็บนะที่ต้องมาฟังอะไรแบบนี้ตั้งแต่เช้า ฮ่าฮ่า” ต้าเหนิงหัวเราะกลบเกลื่อน “แต่หนูว่าหนูเริ่มเข้าใจที่พี่พูดแล้วล่ะ” “มันไม่ง่ายเลยสำหรับเราทั้งสองฝ่าย” โจวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย “แต่พี่เชื่อว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งคู่” ต้าเหนิงพยักหน้าอย่างช้า ๆ และลุกขึ้นจากเตียง เธอเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปที่วิวเมืองที่สวยงาม ขณะที่โจวมองเธอด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ ต้าเหนิงค่อย ๆ เช็ดน้ำตาของตัวเองและพยายามฉีกยิ้มที่ร่าเริงออกมา ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เข้มแข็ง เธอจะก้าวผ่านเรื่องราวในวันนี้ไปได้อย่างแน่นอน โจวคิดเช่นนั้นขณะเฝ้ามองเธอด้วยหัวใจที่สั่นไหว “หนูไม่โกรธนะที่พี่พูดกับหนูตรง ๆ แบบนี้” ต้าเหนิงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจ “แต่ก่อนที่เราจะเลิกกันจริง ๆ ขอเวลาหนูสักสองสามวันได้ไหม?” โจวเหลือบตามองเธออย่างแปลกใจ ก่อนจะยิ้มขำเบา ๆ ตอนนี้ทั้งคู่สบตากันด้วยรอยยิ้มที่มีความเข้าใจ “ยังอยากจะทำกับพี่อยู่อีกเหรอ? ขนาดจะเลิกกันแล้วแต่หนูก็ยังมีอารมณ์ไม่หายเลยนะ” เขาพูดด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความยั่วเย้าเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของต้าเหนิง ราวกับอยากจะหาคำตอบว่าคำพูดของเธอเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ต้าเหนิงหัวเราะเบา ๆ พลางโยนคำตอบกลับมาอย่างขี้เล่น “ฮ่าฮ่าฮ่า พี่นี่ล่ะก็...” เธอหยุดนิ่งไปชั่วขณะ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขบขันแม้อาการในตอนนี้จะสะอื้นอยู่ก็ตาม “แต่ก็จริงนะ ถ้าจะบอกว่าหนูมีอารมณ์มากเกินไปจนมันกลายเป็นเหตุผลให้เราเลิกกัน ถึงงั้น...มันก็ฟังดูตลกไม่ใช่เหรอ?” To be continued...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD