คอนโด
ร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่ริมระเบียง ควันสีขาวถูกกระแทกออกจากปากอย่างไร้อารมณ์ แววตาแข็งกร้าว ความรู้สึกคับแค้นสะสมอยู่ในใจ รอยยิ้มลึกลับเผยบนมุมปาก กรามถูกขบกัดเข้าหากันแน่น เขากำลังคิดวางแผนว่าจะเอายังไงกับเหยื่อตัวนี้ดี
ติณณ์ได้รับโทรศัพท์จากคนในกรมตำรวจ บอกว่ามีคนไปลงบันทึกประจำวัน เก็บหลักฐานและระบุชื่อของเขาเป็นคู่กรณี ซึ่งมันทำให้ติณณ์เดาได้ไม่ยาก ว่าเป็นฝีมือของใคร
มุมปากหยักแสยะยิ้ม สิ่งที่เธอทำมันช่างสิ้นคิด รู้ทั้งรู้ว่าเขาคือฝ่ายชนะมาตั้งแต่แรก ยังคิดลองดี เขาจะปล่อยเหยื่อไปก่อน ปล่อยให้เธอตายใจคิดว่าเลิกยุ่ง ก่อนจะเริ่มเอาจริง
ครืน~
ความคิดสะดุดลง เมื่อเห็นสายเข้าจากลูกน้องคนสนิท ติณณ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับเลื่อนหน้าจอกดรับสาย แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
โทร : ปัน~
“อื้ม ว่าไง”
(ได้ยินมาว่าเธอกำลังจะบินไปลอนดอนครับนาย ไปกับคู่หมั้น)
“หรอ? จองไฟลท์บินให้กูหนึ่งอาทิตย์”
(ได้ครับนาย)
เมื่อได้ยินเรื่องของผู้หญิงที่เคยทำเขาเจ็บปวดมากที่สุด อารมณ์ความโกรธก็ยิ่งเพิ่มสูงมากกว่าเดิม นิ้วยาวดีดปลายบุหรี่ที่เหลือลงบนพื้น ใช้ปลายเท้าบดบี้จนมันมอดดับ ก่อนจะเดินจากระเบียงตรงเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับระบายอารมณ์ด้วยการต่อยกระจกอย่างบ้าคลั่ง
เพล้ง!!
เศษกระจกแหลกเป็นชิ้นกระจายเต็มห้องน้ำ เลือดสีแดงฉาดค่อยๆไหลลงมาอาบแขนและหยดอยู่เต็มพื้น นัยน์ตาเย็นชาแดงก่ำ ความจุกแน่นคับอยู่ในอก ร่างสูงไม่ได้แสดงอาการเจ็บออกมา แต่กลับเค้นหัวเราะในลำคอ ราวกับปกปิดสิ่งที่ทำให้เจ็บปวด
“หึ!”
ติณณ์สูดลมหายใจเข้าลึก นั่งมองแผลบนมือตัวเองจนมันแห้งเหือด มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาโมโห เขาจะชอบบันดาลโทสะด้วยการต่อยกำแพง ไม่ก็พังของในห้องจนเกลื่อนกลาด
ติณณ์นั่งอยู่อย่างนั้นเกือบสองชั่วโมง ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างคราบเลือดที่แห้งติดบนผิวหนัง แววตายังคงไร้ความรู้สึก แน่นิ่ง ใบหน้าคมคายฉายแววลึกลับเข้าใจยาก
ไม่นานร่างสูงก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เขายกหูโทรศัพท์ขึ้นกดโทรหาลูกน้อง บอกให้คนมาเปลี่ยนกระจกให้ใหม่ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ทำแผลอยู่ในลิ้นชักออกมาทำแผลให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว
มหาลัย
ช่วงพักกลางวันในมหาลัย วันนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ใบชาจึงเอางานที่ค้างไว้ขึ้นมาทำจนเสร็จ เธอจะทำแบบนี้อยู่เป็นประจำ เพราะหลังจากเลิกเรียนต้องรีบอาบน้ำไปทำงาน หากกลับมาถึงห้องคงไม่มีแรงทำแล้ว
สี่ห้าวันมานี้ใบชารู้สึกสงบกว่าที่เคยเป็น เพราะปราศจากคนร่างสูงคอยตามติด ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะโมโหจนบุกมาถึงห้องเช่า แต่เปล่าเลย เขากลับเงียบหายไป ไม่มีการติดต่อ นับตั้งแต่ส่งข้อความมาวันนั้น
“หลังจากวันที่เขาไลน์หาแก ก็หายไปเลยหรอ?”
คำถามจากเพื่อนสนิท ทำให้ร่างเล็กหลุดจากความคิดที่กำลังแล่นอยู่ในหัว ก่อนหันไปตอบ
“อื้อ ใช่”
ใบชาเล่าเรื่องทุกอย่างให้น้ำขิงฟังหมดแล้ว รวมถึงเรื่องที่เขาส่งข้อความมาข่มขู่ ตอนนั้นเธอรู้สึกกลัวจนตัวสั่น เกือบจะสติแตก แต่ยังดีที่ได้น้ำขิงบอกให้ใจเย็นแล้วมาอยู่เป็นเพื่อน
“ขิงว่าเขาคงกลัวจนเลิกยุ่งกับชาไปแล้วแหละ”
“สาธุ ขอให้เป็นแบบนั้น”
ร่างเล็กไม่รู้ว่าควรจะสบายใจเหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เงียบหายไปแบบนี้ พอโผล่มาอีกทีก็อยู่ใกล้กับเธอเพียงแค่เอื้อม
“หรือถ้าชาไม่สบายใจจริงๆ ก็ให้ขิงไปอยู่เป็นเพื่อนอีกก็ได้นะ”
“อื้ม ขิงไม่ต้องลำบากหรอก เขาน่าจะเลิกยุ่งไปแล้วแหละ”
เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้เพื่อนบางๆ เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ หากเขาเลิกตามติดจริงๆ บางทีร่างเล็กก็แอบนึกในใจว่ามันอาจจะได้ผลที่เธอยอมไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้
“งั้นก็ดีแล้ว ฉันเป็นห่วงแกนะชา”
“ขอบคุณมากนะขิง”
ลอนดอน
ติณณ์เฝ้ามองเธอมาสามวันแล้ว ไปไหน ทำอะไร เขารู้หมด รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเจ็บปวดมาก แต่ก็ยังตามมาดู ภาพเธอโอบกอดกับผู้ชายคนอื่นยังคงตราตรึง ยิ่งได้เห็นลิลลี่อยู่กับผู้ชายคนนั้น ติณณ์ก็ยิ่งรู้สึกเกลียด
นานมากแล้วที่เขาส่งให้คนคอยตามแฟนเก่า ถึงจะรู้ว่าเธอหมั้นกับคนอื่นไปแล้ว เขาก็ยังตามดูอยู่ตลอด เพราะภาพนั้นมันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก
ติ๊ง~
เสียงข้อความดังขึ้น ทำให้ร่างใหญ่นั่งทอดกายอยู่บนโซฟาหันมามอง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ก่อนมือหนาจะยื่นไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเลื่อนแตะเข้าไปในช่องแชต
แชต : ปัน
ปัน : -ส่งรูปภาพ-
ติณณ์ : อื้ม ตามต่อไป
ติณณ์ : ติดต่อซื้อตึกนั้นให้กูที เท่าไหร่ก็บอกมา เดี๋ยวกูโอน
ปัน : ครับนาย
รอยยิ้มเย็นยะเยือกเผยบนมุมปาก ดูเหมือนว่ากระต่ายน้อยคงจะมีความสุขมากเมื่อไม่มีเขาอยู่ ดูซิว่าจะมีความสุขแบบนี้ได้ตลอดหรือเปล่า
เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวานเอาแต่หนี ‘เขาเกลียดเธอ’ เกลียดที่ใบชาเอาแต่ปฏิเสธ เพราะมันเหมือนกับผู้หญิงคนนั้น คนที่เคยทำเขาเจ็บปวด
ติณณ์บินกลับไทยก่อนกำหนดหนึ่งวัน เหยื่อของเขาดูท่าคงสบายใจอยู่ไม่น้อย เธอจะต้องโดนลงโทษ นั่นคือสิ่งที่คิดเอาไว้ในหัว เขาวางแผนเอาไว้เตรียมตัวเซอร์ไพรส์ให้เธอเรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางหนี