จากนั้นทั้งหมดก็พากันเดินมาที่รถหรูของชายหนุ่ม และโรสหันมากอดพ่อและแม่ไม่ยอมห่าง
"แม่ขา อย่าลืมโทรหาโรสด้วยนะคะ" หญิงสาวกอดและออดอ้อนแม่เหมือนเด็ก ๆ
"จ้ะลูก เดี๋ยวแม่จะโทรหาบ่อย ๆ นะ" มาลัยก็ตอบรับลูกสาวอย่างให้คำมั่นสัญญา
"ไม่ต้องห่วงนะลูก พ่อจะดูแลแม่ให้เอง แล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องโทรมาก็ได้นะลูก เดี๋ยวพ่อจะโทรไปเอง เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไปอยู่ทางนั้นก็อย่าดื้อนะ ช่วยอะไรพี่ขุนได้ก็ช่วยเลย" มงคลยืนลูบหลังลูกสาวอย่างอ่อนโยนและบอกไม่ให้เธอโทรกลับมาหากไม่จำเป็น
"ค่ะคุณพ่อ" โรสพยักหน้ารับเบา ๆ
ใบหน้าเธอในตอนนี้ ทำให้เขาต้องกลั้นขำไว้สุดฤทธิ์เพราะมันเหมือนหมาหงอยมาก 'เด็กน้อยเอ๊ย'
"ขุนรีบพาน้องไปเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นมันรู้ว่าถูกหลอกมันจะย้อนกลับมาหาเรื่องเราอีกได้" มงคลพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกร่ำลากันไม่เสร็จสักที
"ครับคุณอา ยังไงผมจะติดต่อกลับมาเรื่อย ๆ นะครับ ถ้ามีอะไรก็โทรหาผมได้ตลอด ไปกันเถอะน้องโรส" ขุนเขาพูดกับมงคลเพื่อให้เขาคลายความกังวลใจ ก่อนจะหันมาชวนอีกคนให้ขึ้นรถ โดยที่เขาเปิดประตูไว้รอแล้ว
จากนั้นรถสองคันก็แยกย้ายกันไปคนละทาง โดยรถ Lamborghini สีดำคันหรูวิ่งขึ้นทางด่วนและมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพเพื่อไปที่ภาคใต้ของไทย ซึ่งเหตุผลที่เขาขับรถลงใต้ด้วยตัวเองก็เพราะกลัวว่าเสี่ยเดชาจะตรวจสอบเส้นทางการบินของหญิงสาวได้ ระหว่างขับรถไปเขาก็เหลือบมองคนที่นั่งขดตัวและหันหน้าออกไปทางหน้าต่างอย่างเป็นห่วง ส่วนโรสก็นั่งน้ำตาไหลอาบแก้มร้องไห้เงียบ ๆ เธอพยายามเอามือปิดปากไว้ เพราะกลัวเสียงร้องไห้ของตนเองจะไปทำให้อีกฝ่ายรำคาญใจ
"เป็นอะไร นั่งแบบนั้นจะสบายตัวได้ยังไงครับ ปรับเบาะแล้วนอนดี ๆ มั้ย เราต้องเดินทางกันอีกไกลนะ" ขุนเขาหันไปพูดกับหญิงสาวเบา ๆ ในขณะที่รถกำลังติดไฟแดงอยู่
"อึก~" หญิงสาวยอมหันมา และปรับเบาะเพื่อเอนตัวนอน แต่ก็ยังกลั้นสะอื้นอยู่
"อยากร้องก็ร้องออกมาเลยครับ ทำแบบนั้นจะปวดหัวเอาได้นะ แล้วตอบพี่หน่อยครับ ทำไมร้องไห้นานจัง" ขุนเขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเธอเพื่อปลอบโยน พร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงทุ้มน่าฟัง
"ฮือ ๆ โรส... โรสเป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่ค่ะ คนพวกนั้นมีปืนด้วย น่ากลัวมากเลย เรากลับไปช่วยพวกท่านได้มั้ยคะ" หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างไม่กักเก็บความรู้สึก จากนั้นก็พูดออกมาพร้อมเสียงสะอื้น
"เรากลับไปตอนนี้ไม่ได้ครับ เพราะที่นั่นอันตรายมากสำหรับน้องโรส ส่วนคุณอาทั้งสองก็จะมีตำรวจที่เป็นลูกน้องของคุณพ่อพี่ดูแลอยู่ ไม่ต้องห่วงนะครับ ตอนนี้พี่ว่าน้องโรสกินขนมปังและกินยาก่อน ดีกว่านะครับ ไม่งั้นพรุ่งนี้จะปวดหัวเอานะ" ชายหนุ่มตอบกลับมา พร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
"ค่ะ" หญิงสาวตอบรับอย่างว่าง่าย เธอกินขนมปังและกินยา จากนั้นก็เอนตัวนอนที่เบาะรถ ไม่นานเธอก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
"หึ... เลี้ยงง่ายจริง ๆ กินอิ่มแล้วก็นอนหลับ" ขุนเขาหันมามองคนข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เพราะเห็นเธอกอดตัวเองคล้ายกับกำลังหนาว เขาเอื้อมมือไปปรับแอร์และหันไปมองที่ท้ายรถ แต่ตอนนี้เขาจอดรถไม่ได้เพราะอยู่บนทางด่วน
"รอก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่จะห่มผ้าให้" เขาพูดออกมาเบา ๆ
จากนั้นเมื่อลงมาจากทางด่วน เขาก็รีบลงจากรถเพื่อไปค้นเสื้อตัวที่ใหญ่ที่สุดของตัวเองออกมา และนำมาห่มให้กับคนที่กำลังนอนหลับอยู่
"ขนาดหลับทั้งน้ำตาก็ยังน่ารัก" เขาใช้มือเกลี่ยผมออกจากใบหน้าสวยเบา ๆ ก่อนจะกลับมาตั้งใจขับรถต่อ เพราะระยะทางนี้ยังอีกยาวไกล...
18:30 นาฬิกา
ตอนนี้ทั้งสองก็มาถึงจังหวัดหนึ่ง และขุนเขาเห็นคนข้าง ๆ เริ่มขยับตัวยุกยิก หลังจากที่เธอนอนไปถึงสี่ชั่วโมง เขาจึงถามออกไปอย่างใส่ใจ
"น้องโรสตื่นแล้วเหรอครับ หิวมั้ย"
"นิดหน่อยค่ะ แต่อยากเข้าห้องน้ำมากกว่า" โรสตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เธอขยับตัวและปรับเบาะให้เป็นนั่งตัวตรง ก่อนจะมองออกไปที่ข้างนอกหน้าต่างอย่างสนใจ เพราะนี่ถือว่าเป็นการเดินทางไกลโดยรถยนต์ครั้งแรกของเธอ
"เราถึงไหนกันแล้วคะ" เธอหันมาถามคนที่กำลังขับรถอยู่ด้วยความสงสัย
"เราเข้าเขตจังหวัดประจวบแล้ว พี่ว่าจะถามว่าน้องโรสว่าอยากทานอะไร แถวนี้มีร้านอาหารอร่อยหลายร้านเลยนะ" ชายหนุ่มที่ผ่อนความเร็วของรถลง แล้วตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน
"โรสทานอะไรก็ได้ค่ะ ขอแค่ไม่เผ็ดก็พอ แต่... โรสขอโทรหาคุณพ่อคุณแม่ได้มั้ยคะ" หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อนโดยไม่รู้ตัว ในตอนที่อยากจะโทรไปหาพ่อแม่
ภาพตรงหน้าและเสียงนั้น ทำให้คนที่กำลังขับรถอยู่ถึงกับใจสั่น ก่อนจะพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ แล้วตอบกลับไป...
"พี่ว่าอย่าพึ่งโทรดีกว่านะครับ เดี๋ยวทางนั้นอาจจะดักฟังก็ได้ ถ้าพวกนั้นตามมาทันจะยุ่ง แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ พรุ่งนี้เช้าเราก็ถึงพังงาแล้ว" ขุนเขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้อยากจะให้เธอโทรหาพ่อแม่มากแค่ไหน แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะความปลอดภัยของเธอนั้นสำคัญที่สุด
"ก็ได้ค่ะ" โรสก้มหน้าตอบแบบหงอย ๆ
"พี่จะปลอบใจด้วยอาหารอร่อย ๆ ก็แล้วกันนะ เพื่อนพี่เปิดร้านอยู่แถวนี้เอง" ขุนเขาพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
โรสหันไปยิ้มให้เขาโดยที่ไม่พูดอะไร เอาแต่มองข้างทางอย่างสนใจ จนรถเข้ามาจอดที่ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
"ไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่านะครับ จะได้เดินยืดเส้นยืดสายด้วย" ขุนเขาพูดออกมาในตอนที่เห็นสีหน้าสงสัยของหญิงสาว
"ค่ะ" โรสพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง และลงจากรถไป ส่วนชายหนุ่มก็เดินไปที่กระโปรงรถแล้วหยิบกระเป๋าเล็ก ๆ ออกมา
"นี่อุปกรณ์สำหรับล้างหน้าล้างตานะครับ เป็นของใหม่พี่ยังไม่เคยใช้เลย ส่วนนี่ก็ผ้าขนหนูไว้สำหรับเช็ดหน้า" เขาส่งของในมือให้หญิงสาวที่รับไปอย่างงง ๆ ว่าทำไมเขาถึงมีของแบบนี้
"คือ... ตอนแรกพี่จะไปแคมป์ปิงกับกลุ่มเพื่อน ๆ ที่สนใจรถซูเปอร์คาร์ที่เขาใหญ่น่ะ จึงเตรียมของพวกนี้มาด้วย แต่เกิดเรื่องวุ่นวายซะก่อน เลยไม่ได้ไปแล้วล่ะ" ขุนเขาบอกออกไปอีกครั้งหลังจากเห็นสีหน้าสงสัยของเธอ
"โรสทำให้พี่ขุนไม่ได้ไปกับเพื่อน ๆ ใช่มั้ยคะ โรสขอโทษนะคะ" หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่สบายใจ เพราะคิดว่าตัวเองเป็นตัวภาระ
"จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงครับ ที่พี่ไม่ได้ไปกับเพื่อน ๆ เพราะเกิดเรื่องที่ฟาร์มมุกต่างหาก พี่ถึงต้องรีบกลับ และการที่มีน้องโรสไปด้วยก็ยิ่งดี เพราะพี่จะได้ไม่เหงาที่จะต้องขับรถคนเดียว" เขาตอบกลับมาอย่างจริงจัง และยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น
"ดีอะไรคะ ตั้งแต่ขึ้นรถมาโรสก็หลับมาตลอดเลย ไม่ได้ช่วยพี่ขุนดูทางซักหน่อย" หญิงสาวพูดออกมาตามความจริง
"แค่นี้ก็ช่วยได้มากแล้วครับ รีบไปจัดการตัวเองก่อนเถอะ นี่ก็จะหนึ่งทุ่มแล้ว พี่จะได้พาไปทานข้าว" ขุนเขาพูดออกมา พร้อมกับแตะมือลงที่ไหล่เธอเบา ๆ เพื่อดันให้เธอเดินได้แล้ว
ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองก็มาเจอกันที่รถและขุนเขาก็ขับรถไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เป็นคล้าย ๆ กับนำบ้านมาทำเป็นร้านอาหาร
"ว้าววววว ปลา คุณมาดูสิว่าใครมา" เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น เมื่อขุนเขาเดินเคียงคู่เข้าไปในร้านกับโรส
"ขุน~ นายมาได้ไงเนี่ย" หญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาทั้งสองพูดขึ้นมาอย่างดีใจ
"ก็ขับรถมาไง ฮ่า ๆ" ขุนเขาตอบออกมาอย่างกวน ๆ ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง โดยมีโรสยืนมองอยู่ข้าง ๆ
"กวนตีนไม่หายเลยนะเพื่อน ว่าแต่นั่นใครอะ น่ารักจัง" ชายหนุ่มคนเดิมพูดสวนกลับมา ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา เมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อนรัก
"นี่... น้องโรส เป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อฉันน่ะ และก็เป็นเจ้านายของฉันด้วย เพราะตอนนี้ฉันกำลังเป็นบอดีการ์ดให้เธออยู่" ขุนเขาตอบเพื่อนออกไปยิ้ม ๆ แล้วแนะนำเพื่อนทั้งสองให้หญิงสาวรู้จัก
"นี่ปลากับนที เพื่อนของพี่เองครับ ทั้งสองเป็นแฟนกันน่ะ และเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยของพี่ด้วย"
"โอ๊ยยยย แนะนำอะไรเยอะแยะน่าปวดหัว ไป ๆ ไปนั่งก่อน เดี๋ยวจะทำของอร่อยให้กิน ว่าแต่จะพักสักคืนมั้ย หรือจะยิงยาวเลย" นทีร้องขึ้นมาอย่างหยอกล้อ ก่อนจะพากันเดินไปนั่งที่โต๊ะมุมห้อง และถามออกไป
"ฉันอยากกลับไปถึงเกาะให้เร็ว ๆ น่ะ ที่นั่นจะปลอดภัยกว่า" ขุนเขาตอบอย่างจริงจัง และมองหน้ากับเพื่อนอย่างสื่อความหมาย
"งั้นก็กินให้อิ่มก่อน เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถตามคุ้มครองไปถึงท่าเรือเอง แล้วก็อย่ามาทำตัวเป็นพระเอกอยากโชว์ความสามารถนะ ห้ามปฏิเสธความหวังดีของฉันด้วย นายก็รู้ดีว่าขับรถลงใต้ช่วงกลางคืนมันอันตรายขนาดไหน อีกอย่างรถคันนี้ก็แพงหูฉี่ ไม่ถูกดักปล้นก็แปลกแล้ว" นทีพูดออกมาอย่างรู้สถานการณ์เป็นอย่างดี
"ใครบอกว่าฉันจะปฏิเสธล่ะ ฉันตรงดิ่งมาหาแกก็เพราะต้องการกินข้าวและคนคุ้มกันนี่แหละ แต่ฉันขอจ่ายเงินนะ ไม่รับของฟรี" ขุนเขาพยักหน้ารับ และพูดออกไปอย่างหยอกล้อ แต่เขาก็ตั้งใจจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ
"งั้นฉันขอเป็นไข่มุกสวย ๆ มาทำสร้อยนะ ฉันจะใส่อวดชาวบ้านซักหน่อย ว่าฉันมีเพื่อนเป็นเจ้าของฟาร์มมุก" ปลาพูดขึ้นมาอย่างหยอกล้อเหมือนกัน
"จัดให้เลย กลับไปถึงเกาะน้องโรสช่วยไปเลือกให้เพื่อนพี่ด้วยนะครับ" ขุนเขาพูดอย่างอารมณ์ดี และนั่นทำให้โรสถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที
"เอ่อ... โรสขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะคะ" พูดจบเธอก็เดินออกไปทันที
"ว่าไงไอ้ขุน ตกลงน้องโรสเป็นใครกันแน่ ลูกสาวเพื่อนพ่อ หรือเจ้านายของแก" นทีถามออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่ออยู่สามคน
"น้องโรส เป็น..." ขุนเขามองเพื่อนทั้งสองแล้วพูดขึ้น