ตอนที่ 7
ช่วยพี่หน่อย
กฤตย์เห็นท่าทีนั้นก็แทบกลั้นขำไม่ได้ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะที่สามารถต้อนลูกแมวพยศให้จนมุมได้สำเร็จ
จริงอยู่ที่คำพูดทั้งหมดเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อให้เธอยอมกลับไปด้วยกัน เพื่อหาโอกาสใกล้ชิดกับร่างบางที่เขาโหยหามาตลอดทั้งเย็น แต่อีกใจหนึ่งเขาก็ห่วงไททั่นจริง ๆ เพราะมันคือสิ่งมีชีวิตเพียงอย่างเดียวที่เชื่อมโยงเขากับอดีตภรรยา และเขาก็ไม่อยากให้มันต้องเจ็บตัวซ้ำสองเพราะความสะเพร่าของเขาอีก
“พี่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงบ้าง หรือต้องอุ้มท่าไหน ถ้ามีเธอไปด้วยก็จะได้คอยแนะนำ” เขาแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้อย่างแนบเนียนพลางมองไปที่เจ้าโกลเด้นตัวเขื่อง
“เกิดพี่อุ้มผิดท่าแล้วมันดิ้นจนแผลข้างในฉีกขึ้นมา พี่คงทำตัวไม่ถูก กุมภาเรียนมาทางนี้... ช่วยพี่หน่อยเถอะนะ ถือว่าทำเพื่อไททั่น”
กุมภาเหลือบมองหน้าเขาด้วยสายตาจับผิด เธอพยายามมองหาพิรุธในดวงตาคมกริบคู่นั้น ก่อนจะสลับสายตาไปที่เจ้าหมาที่นอนหูตกตาละห้อยอยู่บนเตียง แม้จะรู้ดีว่ากำลังก้าวเข้าไปติดกับอีกฝ่ายเต็ม ๆ และรู้ว่าการขึ้นรถไปกับผู้ชายนิสัยเสียคนนี้ในยามวิกาลเป็นเรื่องที่เสี่ยงแค่ไหน แต่พอคิดถึงไททั่น ความกังวลก็เอาชนะได้ไม่ยาก
ภาพความทรงจำที่เธอพาพี่สาวไปซื้อเจ้าตัวเล็กนี่มายังคอยเตือนใจเสมอว่าเธอต้องดูแลมันให้ดีที่สุด หากเขาเผลอทำอะไรพลาดจนทำให้น้องไม่สบายขึ้นมาอีก เธอคงรู้สึกผิดไม่น้อย และคงสู้หน้าพี่ปรางค์บนสวรรค์ไม่ได้
หญิงสาวถอนหายใจออกมาแรง ๆ ราวกับจะระบายความอัดอั้นทั้งหมดที่มี สีหน้าฉายแววรำคาญชัดเจนจนไม่ต้องปิดบัง ก่อนจะยอมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ก็ได้! แต่มีข้อแม้... พี่ต้องห้ามเข้าใกล้ฉันเกินสามเมตร เข้าใจไหม?”
เธอว่าพลางคาดโทษ ชี้หน้าเขาด้วยนิ้วเรียวเล็กที่ยังสั่นน้อยๆ กฎเหล็กสามเมตรถูกยกขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันตัว เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้เขาเข้าใกล้กว่านั้น กลิ่นกายและสัมผัสของเขาจะทำให้กำแพงในใจเธอกลายเป็นขี้เถ้า
กฤตย์ยิ้มเจื่อนเล็กน้อย แสร้งทำเป็นยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ที่แสนประหลาดนั่น ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“สามเมตรก็สามเมตรครับ... พี่จะพยายามระวังไม่ให้เงาไปโดนตัวเธอเลยดีไหม?”
เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงล้อเลียน แววตาประกายวาบวับนั้นบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้กลัวกฎนั้นเลยสักนิด กลับมองว่ามันเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าสนุกเสียมากกว่า กฤตย์เดินนำไปทางลานจอดรถหลังคลินิก ทิ้งให้กุมภายืนถอนหายใจทิ้งอีกรอบ ก่อนจะจำใจเดินตามร่างสูงใหญ่ไปเงียบๆ
ที่บ้านของกฤตย์
บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงัดและเย็นเยียบกว่าทุกครั้งที่กุมภาเคยมา แสงไฟสีนวลตาขับให้เฟอร์นิเจอร์หรูหราดูโดดเดี่ยวอย่างประหลาด เมื่อมาถึงพวกเขาก็ช่วยกันพาน้องหมาไปนอนลงบนเบาะนุ่มหลังใหญ่ที่วางอยู่มุมห้องนั่งเล่น กุมภานั่งเฝ้าไททั่นอยู่ข้าง ๆ
หลังจากวางมันลงเรียบร้อย มือเรียวคอยลูบหัวปลอบขวัญเจ้าตัวโตที่ดูจะเพลียจัดจากการทำหัตถการมา ส่วนกฤตย์ยืนอยู่ห่างออกไปตามที่รับปากไว้ เขาไม่ได้ก้าวล้ำเส้นเข้ามา แต่สายตากลับจดจ้องร่างบางที่ดูแลหมาของเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“เธอรีบกลับห้องไหม พี่ว่าจะขอตัวไปอาบน้ำสักหน่อย”
กุมภาเงยหน้าขึ้นตามเสียง พลันสังเกตเห็นท่าทีอ่อนล้าของเขาได้ไม่ยาก เสื้อเชิ้ตที่เคยเรียบกริบบัดนี้ยับย่นและมีรอยเหงื่อจาง ๆ ใบหน้าคมคายดูอิดโรยกว่าตอนหัวค่ำมาก เดาเอาว่าผู้ชายคนนี้คงวุ่นวายมาตั้งแต่ช่วงเย็น ตั้งแต่รู้ว่าไททั่นป่วยจนถึงตอนนี้ และเธอก็ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าได้กินอะไรมาบ้างหรือยัง เพราะเห็นเขาเอาแต่เดินสูบบุหรี่ด้วยความเครียดอยู่ที่คลินิกตลอดเวลา
“ไปเถอะ ฉันรอได้” เธอตอบสั้น ๆ น้ำเสียงอ่อนลงกว่าตอนอยู่ที่คลินิกเล็กน้อย
กฤตย์ยิ้มบาง ๆ ให้ เป็นรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยล้าแต่ก็แฝงความขอบคุณไว้ในที ก่อนจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป ถึงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ก้าวเข้าใกล้เธอเกินสามเมตรตามที่รับปากไว้ นั่นเองที่ทำให้กุมภาเบาใจลงได้เล็กน้อย อย่างน้อยเขาก็ยังรักษาสัจจะในเวลาที่เขาดูหมดแรงแบบนี้
อีกอย่าง…เขาน่าจะยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เย็น ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลองไปหาอะไรทำกินง่าย ๆ ให้เขาหน่อยก็คงไม่เสียหาย เห็นแก่ที่เขาดูแลไททั่นก็แล้วกัน กุมภาพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองเพื่อลดความรู้สึกผิดที่ต้องมาทำดีกับอดีตพี่เขยนิสัยเสียคนนี้
กุมภาเข้าไปในครัวที่ครั้งหนึ่งพี่สาวของเธอเคยยืนทำกับข้าวอย่างมีความสุข ความทรงจำเก่า ๆ ย้อนกลับมาสะกิดใจจนเธอต้องรีบสะบัดหัวไล่มันออกไป เธอตรวจสอบวัตถุดิบ ตั้งใจทำข้าวต้มหมูอย่างง่าย เพราะพอจะมีวัตถุดิบอยู่ในตู้เย็นที่กฤตย์คงซื้อทิ้งไว้แต่ไม่มีเวลาทำ
เธอเริ่มตั้งเตา กลิ่นหอมของน้ำซุปเริ่มโชยออกมา แต่ยังไม่ทันได้ทำจนเสร็จดี เธอก็ได้ยินเสียงอาเจียนของไททั่นดังขึ้นจากห้องนั่งเล่น เสียงขย้อนหนัก ๆ ทำเอาหัวใจของว่าที่สัตวแพทย์สาวหล่นวูบ
หญิงสาวรีบออกมาดูทันที เธอถลาเข้าไปหาเจ้าโกลเด้นโดยไม่ห่วงชุดที่สวมอยู่ ก่อนจะประคองศีรษะของสุนัขขึ้นอย่างระมัดระวัง เพื่อให้มันอาเจียนได้สะดวก เธอรู้ดีว่า นี่เป็นผลข้างเคียงจากยากระตุ้นอาเจียนที่เพิ่งได้รับไป ร่างกายของสุนัขกำลังพยายามขับสิ่งตกค้างออกตามกลไกธรรมชาติ
แม้เนื้อตัวของเธอจะเลอะไปด้วยสิ่งไม่พึงประสงค์ที่พุ่งออกมาจากปากของสัตว์ป่วย แต่กุมภาก็ไม่รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย จิตวิญญาณความเป็นหมอนำหน้าความรักสะอาดเสมอ เธอคอยเช็ดปากและลูบหลังให้ไททั่นอย่างอ่อนโยนจนกระทั่ง เมื่อทุกอย่างค่อย ๆ สงบลง เธอก็วางศีรษะของไททั่นลงอย่างเบามือ
จากนั้นจึงพาร่างที่เปรอะเปื้อนลุกขึ้น กุมภาก้มมองดูเสื้อกาวน์สีขาวของตัวเองที่บัดนี้มีคราบสิ่งไม่พึงประสงค์จากเจ้าไททั่นติดอยู่เป็นดวงกว้าง ความเหนียวเหนอะหนะทำให้เธอรู้สึกอึดอัด เธอถอนหายใจทิ้งพลางเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด ตั้งใจจะล้างมือและชำระสิ่งสกปรกออกให้เรียบร้อยก่อนจะกลับไปทำข้าวต้มต่อ
มือเล็กผลักประตูห้องน้ำเข้าไปโดยไม่ทันระวัง เพราะตามความเข้าใจของเธอ นี่เป็นห้องน้ำสำหรับแขกทั่วไป ที่อยู่ชั้นล่างและแยกสัดส่วนชัดเจนจากห้องนอนด้านบน เธอไม่คิดเลยว่าจะเจอกับภาพตรงหน้าที่ทำเอาต้องร้องกรี๊ดออกมา
"กรี๊ดดดดด!"