ตอนที่ 6
อุ้มไม่ไหว
“ไททั่น!”
ไททั่นเป็นสุนัขโกลเด้นของพี่สาวเธอ ซึ่งกุมภาจำได้ดีเพราะเป็นคนพาพี่สาวไปซื้อเองกับมือ ตอนนั้นมันยังเป็นลูกหมาตัวน้อย ๆ แต่ตอนนี้กลับตัวโตขึ้นจนน่าใจหาย วันก่อนเธอเพิ่งเห็นมันครั้งหนึ่งที่บ้านของกฤตย์ ทว่าไม่มีเวลาอยู่เล่นด้วย
ถ้าไททั่นมาอยู่ที่นี่ งั้นก็แสดงว่า…
ยังไม่ทันที่ความคิดจะไปต่อจนสุดทาง ความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นยังไม่ทันได้คำตอบที่แน่ชัด แค่แวบเดียวถัดจากนั้น เสียงประตูอัตโนมัติของคลินิกก็เลื่อนเปิดออกพร้อมกับเสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊ง ร่างใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ดูยับย่นเล็กน้อยจากการผ่านสงครามประสาทมาทั้งวัน ก็เดินจ้ำอ้าวเข้ามาในคลินิกด้วยท่าทางร้อนรน
ดวงตาคู่กลมที่เบิกกว้างอยู่แล้วพลันเบิกซ้ำอีกครั้ง เมื่อคนตรงหน้ากลายเป็นผู้ชายที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในโลก
เขายืนเด่นหงาดอยู่กลางโถงรับรอง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวเขามามันช่างรุนแรงจนกลบกลิ่นยาฆ่าเชื้อในคลินิกไปเสียสนิท ความร้อนวูบวาบแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอเมื่อนึกถึงวีรกรรมที่เธอเพิ่งทำลงไปบนเตียงนอนโดยมีชื่อของเขาเป็นที่ตั้ง
กุมภารีบยกมือขึ้นขยับหน้ากากที่ปิดจมูกไว้ให้กระชับขึ้นจนแทบจะปิดมิดไปครึ่งใบหน้า พร้อมกับคิดเข้าข้างตัวเองว่า ใส่แมสก์ คลุมผม แถมอยู่ในเสื้อกาวน์แบบนี้ เขาคงจำเธอไม่ได้หรอกมั้ง เธอพยายามก้มหน้าก้มตา ทำทีเป็นตรวจเช็คอาการของไททั่นอย่างขยันขันแข็ง หวังจะอาศัยความชุลมุนและชุดยูนิฟอร์มพรางตัวเป็นเพียงพนักงานโนเนมคนหนึ่ง
แต่ความหวังของเธอก็พังทลายลงในวินาทีถัดมา...
กฤตย์ไม่ได้เดินไปที่เคาน์เตอร์สอบถามพี่หวาน แต่เขากลับเดินตรงดิ่งมาที่เตียงตรวจที่ไททั่นนอนอยู่ ราวกับมีเรดาร์ตรวจจับกระแสความประหม่าของเธอได้ แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างใหญ่ที่เดินจ้ำอ้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ก็เอ่ยคำแรกออกมาด้วยน้ำเสียงคุ้นหูว่า
“กุมภา เธอทำงานที่นี่เหรอ?”
เวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มที่กุมภาต้องวุ่นวายอยู่ภายในห้องทำหัตถการ ความตึงเครียดปกคลุมไปทั่วบริเวณจนกระทั่งทุกอย่างคลี่คลายลง
หลังจากนั้นหมอก็เดินมาแจ้งกับกฤตย์ว่า เนื่องจากน้องหมากลืนของเล่นยางลงไปได้ไม่นาน ของเล่นยังคงอยู่ในกระเพาะอาหาร จึงตัดสินใจให้ยากระตุ้นอาเจียนจนสามารถเอาของเล่นออกมาได้เรียบร้อย โดยไม่ต้องถึงขั้นลงมีดผ่าตัดให้เจ็บตัวฟรี
คุณหมอใจดีขยับแว่นสายตาเล็กน้อยพลางอธิบายแนวทางการดูแลต่อจากนี้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงดอาหารชั่วคราว หรือการสังเกตอาการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ ก่อนจะบอกว่าอาการของน้องหมาปลอดภัยแล้ว และสามารถพากลับบ้านได้ในคืนนี้เลยหากเจ้าของพร้อม
สีหน้าดีใจฉายชัดขึ้นมาทันทีบนใบหน้าของชายหนุ่ม กฤตย์ที่นั่งกุมขมับอยู่บนโซฟาหน้าคลินิกมาเป็นชั่วโมงถอนหายใจยาวเหยียด ความเครียดที่แบกไว้ตั้งแต่ต้นคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อรู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่เป็นตัวแทนของอดีตภรรยายังปลอดภัยดี
ก่อนที่หมอจะพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “เข้าไปดูน้องก็ได้นะครับ ผู้ช่วยของเรากำลังเฝ้าดูอาการอยู่”
กฤตย์พยักหน้ารับคำหมอ เขาขยับสูทให้เข้าที่ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องพักฟื้นที่ประตูกระจกขุ่นปิดสนิท พอผลักประตูเข้าไป ร่างบางแสนคุ้นตาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า กุมภากำลังลูบหัวสุนัขด้วยท่าทีอ่อนโยน เธอไม่ได้สังเกตเห็นการมาของเขา เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาพูดคุยกระซิบกระซาบกับเจ้าไททั่นที่เริ่มรู้สึกตัวดีขึ้นแล้ว
กฤตย์หยุดชะงักฝีเท้า ยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อเย็นเขาเพิ่งเห็นเธอในชุดนักศึกษา กระโปรงพลีทสั้นเลยเข่าที่ทำให้เธอขัดใจเขาจนอยากจะแกล้ง ตอนนั้นก็คิดว่าเธอไม่ใช่เด็กอย่างที่เคยมองแล้ว ร่างกายที่เติบโตขึ้นตามวัยสาวมันดึงดูดสายตาเขาจนน่าโมโห
แต่พอมาตอนนี้ ได้เห็นเธอในเสื้อกาวน์สีขาวที่ดูภูมิฐานและสะอาดตา แสงไฟนีออนในห้องตรวจตกกระทบลงบนดวงหน้าหวานที่ดูตั้งใจทำงาน เขาถึงเพิ่งรู้สึกชัดเจนว่า กุมภาคือผู้หญิงคนหนึ่งอย่างแท้จริง
เธอไม่ใช่แค่น้องเมียที่ชอบทำตัวรั้นใส่เขาอีกต่อไป แต่เธอคือผู้หญิงที่ทั้งสวยและดูดีพร้อมไปเสียทุกทาง ทรวดทรงที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อกาวน์นั้น กฤตย์จินตนาการออกได้ไม่ยากเลยว่ามันจะสมบูรณ์แบบแค่ไหน ถ้าไม่ติดตรงปากดีไปหน่อยก็นะ...
“พี่ดูแลหมายังไงถึงปล่อยให้เขากลืนของเล่นเข้าไปคะ?”
กุมภาถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ดวงตาคู่กลมจ้องมองเขาเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความโกรธเคืองที่เขามักง่ายปล่อยให้สัตว์เลี้ยงแสนรักของพี่สาวต้องมาเผชิญอันตรายแบบนี้มันพุ่งปรี๊ดจนเธอเก็บอารมณ์ไม่อยู่ จนกฤตย์ถึงกับส่ายหัวให้กับท่าทีตรงไปตรงมานั้น เขาไม่ได้โกรธที่ถูกเธอด่า แต่กลับมองว่าท่าทางพองขนใส่เขาแบบนี้มันดูน่ามองอย่างบอกไม่ถูก
“พี่ขอโทษ ไม่มีข้อแก้ตัว แต่ต่อไปพี่จะระวังให้ดี”
เขาพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยยียวนกลับดูอ่อนลงอย่างประหลาด แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายความเหนื่อยล้าออกมา จนกุมภาที่ตั้งใจจะโทษ กลับทำอะไรต่อไม่ได้ คำด่าทอที่เตรียมมาเป็นชุดถูกกลืนลงคอไปหมดสิ้น เมื่อเห็นว่าผู้ชายตัวโตๆ ตรงหน้ายอมลดราวาศอกให้เธออย่างง่ายดาย
หญิงสาวถอดถุงมือยางออกช้าๆ ตามด้วยหน้ากากอนามัยและผ้าคลุมผมที่รัดตึงออก ทันทีที่เครื่องทรงสัตวแพทย์ถูกปลดเปลื้อง ใบหน้าหวานใสที่ไร้การแต่งแต้มก็ปรากฏแก่สายตากฤตย์อีกครั้ง ผมที่เคยขมวดมุ่นหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียลำคอขาว ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเรียบ
“พาไททั่นกลับบ้านเถอะ น้องดีขึ้นเยอะแล้ว แล้วก็อย่าลืมทำตามที่หมอสั่งด้วยล่ะ” ว่าแล้วเธอก็หันหลัง ทำท่าจะเดินออกจากห้องเตรียมจะไปเคลียร์งานที่เคาน์เตอร์เพื่อกลับไปพักผ่อนเสียที หลังจากที่ต้องรับศึกหนักทั้งทางกายและทางใจมาตลอดคืน
“เดี๋ยวกุมภา คือ…ไททั่นตัวใหญ่มาก พี่กลัวจะอุ้มลงรถคนเดียวไม่ไหว เธอช่วยไปส่งที่บ้านด้วยได้ไหม”
ฝีเท้าของกุมภาชะงักกึก เธอค่อยๆ หันกลับมามองเขาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อหู เขาพูดพลางส่งสายตาเป็นประกายวาบวับมาให้ ซึ่งกุมภามองออกอย่างไม่ต้องคิดว่ามันคือแผนการตื้นๆ ของคนเจ้าเล่ห์
“อย่ามาอ้าง พี่นะเหรออุ้มไม่ไหว พี่ยังอุ้ม…”
ความคิดนั้นแล่นวาบขึ้นมาในสมองอย่างรวดเร็ว แต่คำพูดกลับหยุดค้างอยู่ในลำคอ จะให้พูดออกมาได้อย่างไรว่า ผู้ชายตรงหน้าเคยอุ้มเธอด้วยมือเดียวด้วยซ้ำ ในขณะที่เธอกำลังดิ้นรนขัดขืน... หรือแม้กระทั่งในจินตนาการที่เธอเพิ่งทำลงไปบนเตียงเมื่อกี้ เขาก็ดูแข็งแรงเกินกว่าจะมาอ้างว่าอุ้มหมาโกลเด้นตัวเดียวไม่ไหว
“อุ้มอะไรกุมภา? พูดต่อสิ” กฤตย์ถามเสียงพร่า พลางสาวเท้าเข้ามาใกล้จนกุมภาต้องถอยหลังไปชนกำแพง
“พะ...พี่ก็แข็งแรงจะตายไป ไททั่นหนักแค่สามสิบกว่ากิโลเอง พี่อุ้มไหวอยู่แล้วค่ะ” เธอบ่ายเบี่ยง พยายามไม่สบตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างใน
***