| มาริสา |
หลังจากฟังเจ้าหน้าที่แจ้งข่าว ได้ความว่าไฟลท์บินเที่ยวที่เราบินเข้ามา มีผู้ป่วยติดโควิด และเธอเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่อง ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงสูงที่ผู้โดยสารในไฟลท์บินของเราอาจติดโควิดจากเธอได้ และตอนนี้เราจำเป็นต้องกักตัวเพื่อตรวจเชื้ออย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นอีกสามวันหากไม่พบเชื้อ จึงจะปล่อยตัวให้กลับไทยได้ เนื่องจากทางการญี่ปุ่นเกรงว่าเราจะไปแพร่เชื้อให้กับผู้โดยสารคนอื่นๆ ในเที่ยวบินถัดไป
โชคดีที่ฉันไม่ต้องรีบกลับไปเซอร์ไพรส์ใครแล้ว ดังนั้นจะกักตัวอีกสักห้าวันสิบวัน ฉันก็ไม่แคร์หรอก กลับเมืองไทยไปนี่ยังคิดเลยนะ ว่าจะตะลอนเที่ยวให้ทั่วเลย เหนือ ใต้ ออก ตก ว่าจะไปนอนชมดาวบนดอยสักอาทิตย์ เสร็จแล้วก็เที่ยวทะเล ไปเป็นชาวเกาะอยู่สักระยะ
“มิสมาริสา มิสเตอร์กวิน คุณสองคน เชิญทางนี้ค่ะ” พนักงานผู้หญิงที่เป็นคนแจ้งข่าวหันมาบอกกับเราเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่น
“คุณสองคนพักที่โรงแรมโคโรรินะคะ ไม่ทราบว่าคุณอยากจะอัพเกรดห้องพักด้วยมั้ยคะ ทางเรายินดีอัพเกรดให้ฟรีค่ะ”
ฉันรีบพยักหน้าโดยเร็ว ญี่ปุ่นนี่ดีนะ มีการอัพเกรดโรงแรมให้ด้วย น่าประทับใจจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้น ดิฉันขอเชิญคุณไปตรวจเชื้ออย่างละเอียดอีกครั้งที่แล็บเฉพาะกิจของสนามบินก่อนนะคะ ตรวจเสร็จแล้วรถของโรงแรมก็น่าจะมารับพอดี อ้อ...ส่วนกระเป๋าของคุณ อาจจะล่าช้าเล็กน้อย เพราะโหลดเข้าเครื่องไปแล้ว แต่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ พรุ่งนี้เช้าทางสนามบินจะนำไปส่งให้ที่โรงแรม”
.
.
ไม่นานหลังจากทำทุกอย่างเสร็จ รถคันที่ว่าก็มารับเราสองคน ก่อนพาเราเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้
และเมื่อมาถึง รถได้ขับอ้อมไปอีกตึก ซึ่งมันน่าจะเป็นตึกสำหรับกักตัวโดยเฉพาะ ก่อนพนักงานของโรงแรมที่ใส่ชุดป้องกันอย่างแน่นหนาจะเดินเข้ามาต้อนรับเรา และพาเราขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่น่าจะเป็นห้องพักของแต่ละคน
“มิสเตอร์กวิน มิสมาริสา ทางโรงแรมได้อัพเกรดห้องพักเป็นห้องสวีท เห็นวิวสนามบินนะคะ ถ้ากระเป๋ามาแล้ว ดิฉันจะมาเคาะห้องเรียกนะคะ ขอให้คุณทั้งสองพักผ่อนให้สบายค่ะ”
ดะ…เดี๋ยวก่อน ทำไมคุณพนักงานเขายื่นคีย์การ์ดมาให้เราแค่ใบเดียวล่ะ!?
“คะ…คุณคะ แล้วฉันพักห้องไหนเหรอคะ”
“ในเอกสารที่ทางสนามบินให้มาระบุว่าคุณสองคนเป็นสามีภรรยากัน และยินดีที่จะอยู่รวมกันในห้องเดียวตามที่คุณเซ็นมา ทางเราจึงอัพเกรดเป็นห้องนี้ให้ไงคะ” เธอมีหลักฐานทุกอย่าง รวมถึงลายเซ็นของฉันกับเขาโชว์หลาอยู่ในแผ่นกระดาษที่เธอยกขึ้นมาให้เราดู
นั่นไง…ไอ้บทผัวเมียของเขาเล่นงานฉันเข้าซะแล้ว!!
“คุณ เอาไงดี” ฉันเงยหน้าไปถามผู้ร่วมชะตากรรมที่ยืนอยู่ข้างๆ และในระหว่างที่ฉันรอคำตอบ เขาพูดกับผู้หญิงคนนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ฉันฟังไม่เข้าใจ เขาคงกำลังต่อรองกับพนักงานโรงแรมอยู่แน่ๆ
“เธอบอกว่าห้องเดี่ยวที่โรงแรมนี้เต็มหมดแล้ว คงทำอะไรไม่ได้ ถ้าจะย้ายไปโรงแรมอื่นต้องทำเรื่อง ซึ่งคาดว่าตอนนี้ทุกโรงแรมน่าจะแทบไม่เหลือห้องว่าง” เขาสรุปให้ฉันฟังแบบรวบรัด
“เฮ้อ...งั้นก็คงต้องตามนี้แหละเนอะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันหันไปยิ้มให้เธอพร้อมกับคำขอบคุณ ก่อนพนักงานคนเดิมจะยิ้มตอบกลับมาให้เราทั้งสองคน โค้งคำนับตามมารยาท แล้วเดินจากไปจนลับตา
ทันทีที่เราเดินเข้าห้องพัก ฉันรู้สึกได้ถึงความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้น แล้วที่ร้ายกว่านั้นคือเตียง...มันเป็นเตียงเดี่ยวคิงส์ไซส์ นั่นหมายถึง ฉันกับเขา...เราต้องนอนบนเตียงเดียวกัน...เหรอ!?
“คุณควรไปนอนโซฟานะ” ฉันชิงพูดขึ้นมาก่อน
“หืม...เรื่องอะไรผมต้องไปนอน คุณนั่นแหละ คุณตัวเล็กกว่า นอนโซฟาก็น่าจะพอดีตัว อีกอย่างผมดูแลคุณมาตั้งหลายชั่วโมง คิดซะว่านี่เป็นการตอบแทนผมก็แล้วกัน”
“อะๆๆ พอแล้ว ไม่ต้องบ่นยืดยาว ก็ได้ๆ เห็นแก่ที่คุณดูแลฉันตอนเมา ช่างเหอะ...ฉันเข้าใจดี คนแก่ก็งี้แหละ ชอบปวดหลัง”
ที่บอกไปแบบนั้นก็เพราะไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร จะได้เจ๊ากันด้วย เอาหน่าริสา นอนโซฟา มันก็คงไม่แย่หรอกมั้ง ฉันปลอบใจตัวเอง ก่อนคว้าเอาชุดคลุมอาบน้ำยูกาตะแบบญี่ปุ่นถือเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นชำระล้างร่างกายที่อ่อนล้า เพลียสะสมจากการเดินทาง และใกล้จะหมดแรงเต็มที
ยังดีที่โรงแรมมีสบู่ แชมพู และอุปกรณ์ในห้องน้ำอย่างดีไว้บริการ ไม่นานหลังจากอาบน้ำ สระผม แปรงฟันเสร็จ ฉันใส่ชุดยูกาตะผ้าฝ้ายตัวยาวเดินออกมา แต่ด้านในโนบรา โนอันเดอร์แวร์ แหม...จะให้ใส่ซ้ำตัวเดิม ก็คงจะไม่ดี คิดไว้ว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า ฉันก็คงได้กระเป๋าแล้วมั้ง
“คุณ ฉันขอนอนเล่นบนเตียงดูทีวีก่อนได้มั้ย ยังไม่ค่อยง่วงเลย เดี๋ยวถ้าง่วงแล้วค่อยไปนอนที่โซฟา”
“อืม…แล้วแต่ อยากทำอะไรก็ทำ” เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย คว้าชุดคลุมอีกตัวเดินเข้าห้องน้ำไป
แต่พอทิ้งตัวลง นอนแผ่หลาสบายบนเตียงนุ่ม จู่ๆ ความง่วงก็เริ่มจู่โจม ดูทีวีอยู่ดีๆ ฉันหลับไปตอนไหนก็ยังไม่รู้เลย แต่พอสะดุ้งตื่นรู้ตัวอีกที แทบอยากจะกรีดร้องออกมาเป็นภาษาต่างดาว นี่ตัวฉันไปซุกอยู่ในอ้อมกอดเขาได้ยังไงกัน!!
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
.
.
กรี๊ดดดดด ลูกสาวของแม่ ทำไมหนูทำงั้นอะ เกิดอะไรขึ้น กันน้าาา ???