เด็กหญิงไม่รอให้พ่อพูดอะไร เธอปล่อยมืออธิชนม์แล้วรีบไปจับมือธารมิกาแทนทันที อธิชนม์ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ในลำคอ
“ชัญญ่า…” เขาเรียกเสียงเรียบ
“หนูจะไปกับอาธารค่ะ” เด็กหญิงตอบทันที แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือคุณอา ธารมิกาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรค่ะ ธารดูแลหลานเอง”
เขาไม่ได้เถียงอะไรอีก ปล่อยให้ทั้งสองคนเดินนำไปขึ้นลิฟต์ ภาพด้านหน้าทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีบางอย่างค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาในพื้นที่ที่เขาคิดว่าปิดตายไปแล้ว
ห้องพักของธารมิกาไม่ใหญ่มาก แต่จัดเป็นสัดส่วน มีสองห้องนอนอย่างที่เธอเคยบอกไว้ อธิชนม์วางกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่ใส่เสื้อผ้าของสองพ่อลูกไว้ตรงมุมห้องนั่งเล่น ก่อนจะถอดรองเท้าแล้วมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ
“คุณชนม์นอนห้องใหญ่กับชัญญ่านะคะ เดี๋ยวธารไปนอนห้องเล็กเอง ได้ยินคุณแม่บอกว่าชัญญ่าติดพ่อมากต้องนอนกับพ่อทุกคืน”
“อืม ขอบใจมาก แล้วนี่เก็บของหมดแล้วเหรอ”
“ค่ะ เก็บหมดแล้ว พวกเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดเป็นของเจ้าของคอนโด ของธารก็มีแค่เสื้อผ้ากับพวกหนังสือค่ะ แต่หนังสือธารส่งเป็นพัสดุกลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหลือแค่เสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางสามใบเท่านั้นค่ะ”
“อืม งั้นก็ดี”
หลังจากคุยกันเรียบร้อย เธอพาชัญญ่าเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนในห้องนอนใหญ่ ก่อนพาหลานไปที่เตียงระหว่างรอพี่ชายอาบน้ำ เด็กหญิงนั่งบนเตียงอย่างตื่นเต้น มองไปรอบๆ ห้องราวกับกำลังสำรวจโลกใหม่
“คุณอานอนที่นี่เหรอคะ” ชัญญ่าถาม
“ใช่ค่ะ” ธารมิกาตอบ “อานอนที่นี่มาสี่ปีตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง แต่พรุ่งนี้อาก็จะกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่กับชัญญ่าแล้ว”
“ดีจังเลยค่ะ” เด็กหญิงยิ้มกว้าง จากนั้นธารมิกาก็หาหนังสือนิทานมาเล่าให้หลานฟังได้ครึ่งเรื่อง อธิชนม์ก็ออกมาจากห้องน้ำในสภาพสวมชุดนอนเรียบร้อย
เมื่อเห็นว่าเขาออกมาแล้วเธอก็ขอตัวไปอาบน้ำบ้าง ทิ้งให้สองพ่อลูกอยู่กันตามลำพัง ชัญญ่าเอนตัวลงบนเตียง กลิ้งไปมาสองสามรอบก่อนจะหยุด แล้วหันมามองพ่อด้วยแววตาจริงจังผิดจากปกติ
“แด๊ดดี้”
“หืม”
“หนูชอบคุณอาธารค่ะ”
อธิชนม์เลิกคิ้ว “งั้นเหรอ”
“คุณอาสวย ใจดี แล้วก็เล่านิทานเก่งมากเลย”
“อืม” เขาตอบอีกครั้งอย่างระวัง
เด็กหญิงขยับตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หนูอยากให้คุณอามาเป็นมามี้ของหนูค่ะ”
อธิชนม์แทบจะสำลักลมหายใจตัวเอง
“ไม่ได้” เขาตอบทันที
“ทำไมคะ”
“เพราะอาธารเป็นน้องสาวของแด๊ดดี้”
ชัญญ่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเถียงเสียงใส
“แต่คุณย่าเคยบอกว่าอาธารเป็นแฟนของแด๊ดดี้ได้นะคะ เพราะไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ”
ความเงียบโรยตัวลงในห้องทันที อธิชนม์หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะกลอกตามองบนอย่างอดไม่ได้
แม่นะแม่!
เขาไม่คิดจริงๆ ว่ามารดาจะพูดเรื่องแบบนี้กับลูกสาวของเขาได้ตรงไปตรงมาขนาดนี้
“ชัญญ่า” เขาเปิดตาแล้วมองลูก “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเด็กนะ นี่ก็ดึกมากแล้ว สมควรหลับได้แล้วครับ”
เด็กหญิงทำปากยื่นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เถียงต่อ เพียงแค่เอนตัวลงบนหมอนอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะหลับเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นก่อน ธารมิกาเดินเข้ามาในชุดนอนเรียบง่าย ผมยังมีความชื้นจากการอาบน้ำ
“คุณชนม์…ชัญญ่าใกล้จะหลับหรือยังคะ ธารจะมาดูว่านอนกันได้มั้ย กลัวหลานแปลกที่จะนอนไม่หลับ”
“ชัญญ่านอนง่าย ที่ไหนก็นอนได้ทั้งนั้น” เขาตอบสั้นๆ
ธารมิกาสบายใจขึ้น เธอเดินไปนั่งข้างเตียง เอื้อมมือไปลูบผมเด็กหญิงเบาๆ
“งั้นหลับฝันดีนะคะหลานอา พรุ่งนี้เช้าอาจะตื่นมาทำโจ๊กกับแซนด์วิชอร่อยๆ ให้กินก่อนเดินทางค่ะ”
ชัญญ่าลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองคุณอาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะพูดด้วยเสียงเบาที่แทบจะกลืนไปกับลมหายใจ
“ฝันดีค่ะ…มามี้”
อธิชนม์ขมวดคิ้ว ธารมิกาเองก็ชะงักไป มือที่ลูบผมเด็กหญิงหยุดนิ่งไปชั่ววินาที ก่อนจะยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้จะตอบอย่างไรคิดว่าเด็กหญิงอาจจะเรียกผิดไปเท่านั้น ไม่นานหลานสาวตัวน้อยก็หลับตาลงในวินาทีถัดมา ธารมิกาจึงได้ขอตัวกลับห้องปล่อยให้พวกเขาได้พักผ่อนอย่างสบายใจ
ทว่าในหัวใจของเธอกลับสั่นไหวเพียงเพราะคำพูดที่อาจไม่จริงจังของเด็กหญิงตัวน้อย
ส่วนหัวใจของเขาก็คงจะแข็งกระด้างและเย็นชาไม่ต่างอะไรกับหินผาที่ไม่อาจพังทลายลงได้เพราะน้องสาวนอกไส้คนนี้...