ตอนที่ 1 เช้าที่เปลี่ยนไป

1052 คำ
แสงอาทิตย์ยามเช้าของกรุงเทพฯ ลอดผ่านม่านสีอ่อนเข้ามาเป็นริ้วจางๆ ทาบลงบนพื้นห้องนอนใหญ่ของคอนโดอย่างนุ่มนวล ความเงียบในยามเช้าชวนให้ทุกอย่างดูสงบกว่าปกติ จังหวะลมหายใจของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกายคนเป็นพ่อสม่ำเสมอ แผ่วเบาเหมือนเสียงลมบนยอดไม้ อธิชนม์ลืมตาขึ้นช้าๆ ราวกับร่างกายยังต้องการการพักผ่อน เขาหันไปมองชัญญ่า…ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ยุ่งนิดๆ จากการนอน ดวงตาปิดสนิท ปลายจมูกเล็กกระเพื่อมเบาๆ ทุกครั้งที่เธอหายใจ คำพูดเมื่อคืนยังติดอยู่ในหู “ฝันดีค่ะ…มามี้” คำเรียกที่เด็กน้อยพูดออกมาด้วยความไร้เดียงสา แต่กลับสร้างระลอกคลื่นเล็กๆ ในใจคนเป็นพ่ออย่างเขา โดยเฉพาะเมื่อมันหลุดออกมาตอนที่ธารมิกานั่งอยู่ข้างเตียง ลูบผมเด็กด้วยมืออุ่นๆ ราวกับเป็นสิ่งที่ทำจนคุ้นเคย อธิชนม์หลับตาลงอีกครั้งราวกับต้องการสลัดภาพนั้นออกไป แต่ยิ่งพยายามก็เหมือนยิ่งชัด เขาข่มใจให้ลุกขึ้นอย่างเงียบที่สุด ระวังไม่ให้เตียงไหว ชัญญ่าขยับตัวเล็กน้อยแต่ยังไม่ตื่น เขาดึงผ้าห่มขึ้นให้ถึงไหล่ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างคนที่ไม่อยากให้ความคิดตัวเองดังเกินไป กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโจ๊กลอยมาจากห้องครัวตั้งแต่เขายังไม่ทันพ้นทางเดิน เสียงกุกกักเบาๆ คล้ายคนกำลังคนอะไรในหม้อ และเสียงน้ำเดือดปุดๆ ชวนให้บรรยากาศทั้งห้องดูเหมือนบ้านมากกว่าคอนโดชั่วคราว อธิชนม์เดินไปชะงักที่เขตห้องครัวโดยไม่รู้ตัว ธารมิกายืนอยู่หน้าเตาในชุดลำลองสบายๆ เสื้อยืดสีอ่อนกับผ้ากันเปื้อนผูกเอว ผมยาวถูกรวบไว้เป็นหางม้าหลวมๆ ปล่อยปอยผมบางเส้นตกลงมาข้างแก้ม เธอกำลังคนโจ๊กในหม้อด้วยท่าทีตั้งใจ แม้จะเป็นเพียงอาหารเช้าง่ายๆ แต่เธอกลับทำเหมือนกำลังทำอะไรสำคัญ ดวงตาอ่อนโยนมองความข้นของโจ๊กก่อนจะเติมน้ำซุปเพิ่มทีละนิดให้ได้เนื้อที่พอดี กลิ่นขิงอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นหมูสับและต้นหอมซอยลอยคลุ้งอย่างน่าอุ่นใจ บนเคาน์เตอร์มีจานแซนด์วิชวางเรียงไว้ ขนมปังปิ้งจนเหลืองกำลังดี ไข่ดาวกับแฮมถูกจัดอย่างเรียบร้อย ข้างๆ กันมีแก้วนมอุ่นวางรออยู่แล้ว ส่วนอีกฝั่งเป็นกาแฟดำในแก้วเซรามิกสีขาวที่ไอน้ำยังกรุ่น แค่เห็นก็รู้ว่าเธอคิดไว้ล่วงหน้าว่าใครควรได้อะไร อธิชนม์รู้สึกแปลกประหลาด…ไม่ใช่ความประหลาดแบบไม่พอใจ หากเป็นความประหลาดแบบที่เหมือนมีใครเพิ่มความอบอุ่น เข้ามาในพื้นที่ที่เขาเคยชินกับความแข็งกระด้างของชีวิต “ตื่นแล้วเหรอคะคุณชนม์” ธารมิกาหันมายิ้มให้เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาจากด้านหลัง “โจ๊กใกล้เสร็จแล้วค่ะ รออีกนิดนะคะ” “อืม” เขาตอบสั้นๆ ตามนิสัย แต่ครั้งนี้เสียงของตัวเองดูนิ่มนวลลงอย่างที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ ธารมิกายิ้มบาง เธอตักโจ๊กใส่ชามสามใบอย่างชำนาญ ใบหนึ่งใส่หมูสับเยอะเป็นพิเศษ โรยต้นหอมกับขิงซอยจนดูน่ากิน อีกใบลดเครื่องลงและเพิ่มไข่ลวกให้ดูนุ่มลิ้น ส่วนใบสุดท้ายเป็นชามเล็กๆ ตักโจ๊กให้เนื้อเนียนกว่าเดิม เหมือนตั้งใจบดเครื่องให้เหมาะกับเด็ก เธอวางชามเล็กนั้นไว้ใกล้แก้วนมอุ่น ก่อนจะหันไปหยิบช้อนเล็กอีกคันมาวางคู่กัน “ชัญญ่าตื่นหรือยังคะ” ธารมิกาถามเบาๆ “ยัง” อธิชนม์ตอบ “เธอหลับลึก…เมื่อคืนคงเหนื่อย” “งั้นเดี๋ยวธารไปปลุกดีมั้ยคะ กลัวอาหารจะเย็นชืดไม่อร่อย” เธอถามอย่างเกรงใจ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ซ่อนไม่มิด “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันปลุกเอง” เขาตัดบททันที ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจธารมิกา แต่เพราะเขารู้ดีว่าลูกสาวของเขางอแงเวลาเช้าแค่ไหน หากให้ธารมิกาไปปลุกแล้วล่ะก็ เช้านี้อาจจะไม่ยอมลุกจากเตียงง่ายๆ เพราะจะอ้อนจนได้สิ่งที่อยากได้ และสิ่งที่อยากได้ของชัญญ่าในตอนนี้ มันไม่ใช่แค่ไอศกรีมหรือของเล่น แต่มันคือสถานะ ‘มามี้’ จากอีกฝ่าย ธารมิกาพยักหน้ารับอย่างไม่ขัด เธอยกกาแฟไปวางที่โต๊ะกินข้าว จัดวางจานแซนด์วิชให้เป็นระเบียบ แล้วเช็ดคราบน้ำเล็กๆ บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ก่อนจะหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง “ธารทำเป็นกาแฟดำไว้ให้นะคะคุณชนม์จะได้เติมรสที่ชอบเองได้” “ขอบใจ” อธิชนม์ชะงักเล็กน้อยก่อนพยักหน้า คำสั้นๆ ของเขาทำให้ธารมิกายิ้มกว้างขึ้นอย่างคนที่พอใจในสิ่งเล็กน้อย เธอกลับไปยืนที่ครัวอีกครั้งเพื่อล้างหม้อที่ใช้แล้วในทันที ทุกอย่างที่ทำดูมีระบบระเบียบที่นุ่มนวล ไม่เร่งรีบ แต่ก็ไม่ปล่อยให้ค้างคา อธิชนม์เดินกลับไปที่ห้องนอนใหญ่ เงยหน้ามองชัญญ่าที่นอนตะแคงกอดหมอน เสียงกรนเบาๆ ของเด็กหญิงทำให้เขาเผลอหลุดยิ้มจางๆ ก่อนจะก้มลงแตะหน้าผากลูกเบาๆ “ชัญญ่า ตื่นได้แล้วครับ” เขาพูดเสียงต่ำตามแบบที่ใช้ปลุกเธอทุกวัน “เช้าแล้วนะลูก” เด็กหญิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ยังไม่ลืมตา “อือ…” “ต้องกินข้าวก่อนเดินทาง” คำนั้นทำให้ชัญญ่าลืมตาขึ้นมานิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างงัวเงีย “กลับบ้านเหรอคะ” “อืม” เด็กหญิงนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนคิดอะไรบางอย่าง แล้วจู่ๆ ก็ผุดลุกขึ้นนั่ง ตาปรือๆ แต่ท่าทางตื่นตัวผิดปกติ “อาธารอยู่มั้ยคะ” อธิชนม์ถอนหายใจในใจ “อยู่…ทำไม?” “เมื่อคืนคุณอาบอกว่าจะทำโจ๊ก หนูอยากบอกคุณอาว่าโจ๊กหนูต้องใส่ไข่ด้วยค่ะ” เธอพูดหน้าตาจริงจังราวกับเป็นเรื่องใหญ่ “เมื่อกี้ยังหลับอยู่เลย มาห่วงอะไรกับของกินครับ” เขาแย้ง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม