เตือนอาจารย์แล้วนะคะ

1040 คำ
ตอนที่ 5 อีธานคือเพื่อนร่วมชั้นที่คอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง ไม่ต่างอะไรกับนาชา ทั้งติวหนังสือ ทั้งช่วยทำการบ้าน แม้แต่วันที่เธอถูกเพื่อนทั้งห้องมองด้วยสายตาดูถูก เขาก็ยังอยู่ข้างเธอเสมอ ชายหนุ่มเป็นคนเงียบ สุขุม หล่อเหลา ทายาทโรงพยาบาลกลาง ชื่อเสียงระดับประเทศ แต่ไม่เคยอวดตัว ไม่เคยใช้อำนาจของครอบครัวกดใคร เมื่อพูดจบ อีธานก็ไม่รอคำตอบใดๆ เขาหันหลังแล้วเดินออกจากห้องเรียนทันที คาบวิชาศิลคำนวณคือคาบสุดท้ายของวัน นักศึกษาหลายคนเริ่มเก็บของ เตรียมแยกย้าย แพคเม่มองตามแผ่นหลังสูงโปร่งนั้น จนกระทั่งอีธานเดินลับออกไปจากห้องเรียน หัวใจของเธอเต้นแผ่วลงอย่างช้าๆ จากนั้นเธอจึงหันกลับมา สายตาคมกริบจับจ้องไปที่ลูกแก้วโดยไม่หลบเลี่ยง ริมฝีปากบางขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่แฝงความกดดันจนคนฟังรู้สึกหนาววาบ “มาสิ ลูกแก้ว…คลานมาด้วยนะ” คำพูดสั้นๆ นั้น ทำให้ทั้งห้องเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนเสียงฮือฮาจะดังขึ้นรอบด้าน นาชายืนกอดอก มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจ ในใจเธอเอ่อล้นด้วยความภาคภูมิใจในตัวแพคเม่ ที่ผ่านมา... เพื่อนคนนี้ของเธอถูกเย้ยหยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า “รวยแต่สมองกลวง” “มีเงินแต่เรียนไม่เก่ง” แต่วันนี้... ทุกคำดูถูกพวกนั้น ถูกเธอเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด เสียงโห่เชียร์จากเพื่อนๆ ทั้งห้องดังระงม ไม่ใช่เพราะเข้าข้างใครเป็นพิเศษ แต่เพราะกฎของที่นี่เป็นเช่นนี้เสมอ ใครเหนือกว่าใครยืนอยู่ในตำแหน่งผู้ชนะ ก็จะได้รับเสียงเชียร์ไปโดยปริยาย และในวินาทีนั้น ทุกสายตาในห้องเรียนต่างจับจ้องไปที่ลูกแก้วรอคอยว่า… หัวหน้าห้องผู้หยิ่งผยอง จะรักษาคำพูดของตัวเองได้หรือไม่ เสียงโห่เชียร์จากเพื่อนทั้งห้องดังขึ้นพร้อมกัน ราวกับคลื่นซัดกระหน่ำไม่หยุด “คลานเลย! คลานเลย!” “รักษาคำพูดด้วยสิหัวหน้า!” “เออ ใช่ๆ ดีกว่าเขาจะตราหน้าว่าขี้โกง!” “ไม่รักษาคำพูดแล้วจะเป็นหัวหน้าห้องได้ยังไง!” ลูกแก้วหน้าซีดเผือด เธอจำใจต้องยอมเสียหน้า เพราะรู้ดีว่าหากไม่ทำตามคำพูด ตำแหน่งหัวหน้าห้องที่เธอภาคภูมิใจนักหนา คงไม่มีใครให้ความเคารพอีกต่อไป หญิงสาวกำมือแน่นเล็บจิกฝ่ามือจนเจ็บ น้ำตาเอ่อคลออยู่ที่ขอบตา แต่เธอกลั้นมันเอาไว้สุดแรง ศักดิ์ศรีกำลังถูกเหยียบย่ำ แต่ก็ยังดีกว่าการถูกตราหน้าว่า 'ขี้โกง' ลูกแก้วก้าวเดินออกมาหน้าห้อง ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองไม่กะพริบ เสียงเรียกเบาๆ ดังมาจากด้านหลัง “ลูกแก้ว เอาจริงดิ…แกไม่อายพวกมันหรือไง” “พอเถอะเดี๋ยวเรื่องมันจะบานปลาย” มีนและเมเบิลพยายามรั้งเธอไว้ แต่ลูกแก้วไม่หันกลับไปมองแม้แต่นิดเดียว ยังไง…เธอก็ต้องทำ เพราะเป็นเธอเองที่พูดมันออกมาหญิงสาวค่อยๆ คุกเข่าลงบนพื้น เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะคลานเข้ามาช้าๆ ต่อหน้านาชา เมื่อหยุดอยู่ตรงหน้า ลูกแก้วก้มศีรษะลงเพียงเล็กน้อย แล้วเอ่ยคำขอโทษออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง แฝงความแดกดันจนคนฟังรับรู้ได้ทันทีว่า…มันไม่ใช่คำขอโทษจากใจ “ขอโทษ…ก็แล้วกัน” คำสั้นๆ นั้นไร้ความสำนึก มีเพียงความคับแค้นที่อัดแน่นอยู่ข้างใน นาชายืนมองนิ่งไม่พูดอะไร แต่รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเธอ กลับยิ่งทำให้ลูกแก้วรู้สึกอับอายยิ่งกว่าเดิม เมื่อทำตามสัญญาจบ ลูกแก้วลุกขึ้นทันที เธอเดินไปหยิบกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ไม่หันกลับมามองใครอีกก่อนจะก้าวออกจากห้องเรียนไป พร้อมกับศักดิ์ศรีที่แตกสลาย และความอับอายที่ฝังลึกอยู่ในใจ ท่ามกลางเสียงปรบมือ เสียงโห่ร้อง และเสียงหัวเราะอย่างสะใจของเพื่อนทั้งห้อง แพคเม่กลับยืนนิ่ง ใบหน้าของเธอไม่แสดงความยินดี ไม่มีรอยยิ้มแห่งชัยชนะ มีเพียงแววตาสงบที่ซ่อนความคิดบางอย่างเอาไว้ เธอไม่เคยอยากทำให้ใครต้องอับอาย ไม่เคยคิดจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของใคร เพื่อความสะใจของตัวเอง แต่คนอย่างลูกแก้ว…ถ้าไม่ถูกสั่งสอนบ้าง ก็คงไม่มีวันรู้จักคำว่า 'ขอบเขต' บางครั้ง ความใจดีเพียงอย่างเดียว ไม่อาจหยุดคนที่ตั้งใจทำร้ายผู้อื่นได้ และวันนี้ เธอเพียงเลือกจะยืนหยัด เพื่อให้ลูกแก้วได้จดจำว่า คำพูดมีน้ำหนัก คำท้าทายมีราคา และการดูถูกคนอื่น... ย่อมต้องมีวันที่ต้องชดใช้ แพคเม่หลับตาลงแผ่วเบา ก่อนจะสูดลมหายใจลึก จากนั้นจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง นิ่งแต่เด็ดขาด มีนและเมเบิลสะบัดหน้าอย่างแรง ก่อนจะรีบก้าวเท้า วิ่งตามลูกแก้วออกไปจากห้องเรียนอย่างไม่คิดหันกลับมา ทันทีทั้งสองเดินลับหายจากมุมประตูห้องเรียนไป เสียงซุบซิบของเพื่อนทั้งห้องก็ดังระงมขึ้นแทบจะในทันที “เจ๋งว่ะ…” “ปกติยัยคุณหนูหน้าสวย รวยทรัพย์นั่น ถูกแต่หัวหน้าห้องพูดเย้ยอยู่ฝ่ายเดียว” “วันนี้เอาคืนได้โคตรสะใจเลย” “สงสัยพ่อแม่คงจ้างอาจารย์เก่งๆ ราคาแพงที่สุดมาติวให้แน่ๆ” “ไม่งั้นจะพลิกเกมได้ขนาดนี้ได้ยังไง” คำพูดเหล่านั้นลอยไปมา ทั้งชื่นชมทั้งคาดเดา ทั้งอิจฉาอย่างไม่ปิดบัง แพคเม่ยืนนิ่ง ฟังทุกอย่างผ่านหูไปโดยไม่แสดงสีหน้า เธอไม่คิดจะอธิบาย และไม่คิดจะอวดอะไรทั้งนั้น แต่แล้ว… บางอย่างก็แล่นวาบขึ้นมาในหัวของเธอ ในเสี้ยววินาทีนั้น ใบหน้าของแพคเม่เปลี่ยนสีไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ เธอหันขวับไปมองนาชา ดวงตาฉายแววตกใจปนหวาดระแวง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่ว แต่สั่นชัด “นาชา…” หญิงสาวกลืนน้ำลาย แล้วพูดชื่อที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักทันที “อาจารย์กันยารัตน์…”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม