เอาคืนด้วยตัวเลข

1541 คำ
ตอนที่ 4 อาจารย์กันยารัตน์ปรายตามอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงความเหน็บแนมชัดเจนจนทั้งห้องได้ยิน “โดดเรียนวิชานี้แทบทุกคาบ คิดว่าบ้านรวยแล้วไม่ต้องเรียนหนังสือหรือไง…มัสหยา” แพคเม่สะดุ้งเล็กน้อย ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เสียงโห่ของเพื่อนร่วมชั้นก็ดังลั่นห้อง ราวกับรอจังหวะนี้มานาน “โอ้โห~” “มาอีกแล้วเหรอวะ” “สายประจำเลยนี่นา” “บ้านรวยนี่สบายเนอะ ไม่ต้องเข้าเรียนก็ได้” เสียงหัวเราะ เสียงซุบซิบ และคำเสียดสีดังระงม บางเสียงเต็มไปด้วยความสะใจ บางเสียงหัวเราะเยาะอย่างไม่ปิดบัง แพคเม่กำมือแน่น หัวใจเต้นแรง แต่เธอยังคงยืนตรงอยู่ที่เดิม ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น อาจารย์กันยารัตน์ยกมือขึ้นเล็กน้อย เสียงในห้องค่อยๆ เบาลง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่คมกริบ นาชาหันไปมองเพื่อนรอบห้องด้วยสายตาไม่พอใจ เธอค้อนใส่เบาๆ ก่อนจะตะโกนสวนกลับอย่างไม่เกรงใจใคร “พวกเรามาเรียนช้า แค่สี่สิบนาที มันไม่ได้หมายความว่าโดดเรียนสักหน่อย!” ห้องเรียนเงียบลงเล็กน้อย “แล้วเราสองคนก็โดนทำโทษแล้ว เท่ากับว่าวันนี้ไม่มีอะไรค้างคาอีก” นาชากวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “จะมาโห่สะใจอะไรนักหนา ทำเหมือนพวกเธอไม่เคยทำผิดกันเลยงั้นแหละ” เธอแค่นหัวเราะเบาๆ อย่างดูแคลน “ตั้งใจเรียนให้ฉลาดได้ครึ่งฉันก่อนเถอะ แล้วค่อยมาสะใจคนอื่น” ลูกแก้ว หัวหน้าห้อง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “โธ่ โธ่ โธ่ นาชา ดูพูดเข้าข้างเพื่อนสาวสุดสวยของเธอเก่งจริงนะ” หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ปีหนึ่งน่ะ แก้ไปกี่วิชาแล้วล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” นาชาหันขวับไปมองทันที ดวงตาฉายแววไม่พอใจ เธอไม่ได้ตั้งใจดูถูกใคร โดยเฉพาะแพคเม่ เธอแค่อยากปกป้องเพื่อนเท่านั้น แพคเม่ยิ้มบางๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็นไรนะ อย่าคิดมากเลย” จากนั้นสายตาของแพคเม่ก็เลื่อนขึ้นสบกับลูกแก้ว พร้อมความคิดที่แล่นวาบขึ้นมาในใจ ลูกแก้ว…หัวหน้าห้องคนนี้สินะ คนที่ชอบใส่ร้ายฉันให้รุ่นพี่อาเธอร์ไม่ชอบหน้า และเธอคนนี้เอง…ที่เป็นคนขับรถชนอาจารย์กันยารัตน์จนบาดเจ็บสาหัส แต่พ่อของเธอใช้เงินปิดข่าวทุกอย่างเอาไว้ ลูกแก้วยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาท้าทายกลับมาอย่างไม่เกรงกลัว เสียงอาจารย์กันยารัตน์ดังขึ้น ตัดบรรยากาศตึงเครียด “ทั้งสองคน ไปนั่งที่เดี๋ยวนี้ เร็ว!” ทุกคนคิดว่าเรื่องจะจบลงแค่นั้น แต่ลูกแก้วกลับลุกขึ้นยืน พร้อมยกมือขึ้นเรียกความสนใจ “อาจารย์คะ” เสียงหวาน แต่แฝงความร้าย “โจทย์คำนวณที่อยู่หน้ากระดาน ให้แพคเม่เป็นคนตอบได้ไหมคะ หนูอยากรู้จริงๆ ว่าเพื่อนร่วมห้องของพวกเรา…มี IQ กันบ้างหรือเปล่า” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นทั่วห้อง นาชาหันขวับไปมองทันที “จะบ้าเหรอยัยนี่!” เธอกระซิบใส่แพคเม่ “โจทย์เพิ่งตั้ง อาจารย์ยังไม่ได้สอนเลยนะ!” แต่แพคเม่กลับเงยหน้าขึ้น สีหน้านิ่งสงบกว่าที่ใครคาด “ได้สิ ไม่มีปัญหา” ทั้งห้องเงียบกริบ เธอมองลูกแก้วตรงๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่ถ้าฉันตอบถูก เธอต้องเดินมาขอโทษนาชา ตกลงไหม” ลูกแก้วชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เอาสิ ถ้าเธอทำได้จริง ให้ฉันคลานไปเลยก็ยังได้!” บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที ปึก! ปึก! อาจารย์กันยารัตน์ทุบโต๊ะเบาๆ แต่เสียงนั้นกลับทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก “พอแล้ว!” อาจารย์หันไปทางแพคเม่ “ไปเถอะมัสหยา ไปแก้โจทย์ เพื่อนๆ รอคำตอบอยู่” ก่อนจะพูดเสียงเข้ม “อย่ามาทะเลาะกันในคาบเรียนของครู” สายตาทุกคู่ในห้อง จับจ้องไปที่ร่างบางซึ่งกำลังก้าวออกไปหน้ากระดาน ไม่มีใครรู้เลยว่า อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าใครกันแน่ที่จะต้องเสียหน้า เสียงของนาชารีบเรียกตามเพื่อนด้วยน้ำเสียงร้อนรน “เม่! เธอจะแก้โจทย์ได้ยังไง อาจารย์ยังไม่ได้สอนวิธีคำนวณเลยนะ!” แพคเม่หันกลับมามองนาชา ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วก้มกระซิบเสียงเบา “ฉันอายุสามสิบเอ็ดแล้วนะ… แล้วอีกอย่าง วิธีทำกับคำตอบพวกนี้ ฉันจำได้แม่น” นาชาขมวดคิ้วแน่น มองเพื่อนด้วยแววตาลังเลและเป็นห่วง ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วค่อยๆ นั่งลงที่เดิม "เธอพูดอะไรของเธอนะ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิธีทำต้องเริ่มต้นยังไง" นาชาขมวดคิ้วแน่น มองเพื่อนด้วยแววตาลังเลและเป็นห่วง ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วค่อยๆ นั่งลงที่เดิม “เธอพูดอะไรของเธอนะ… เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิธีทำต้องเริ่มจากตรงไหน” โจทย์บนกระดานสีเขียว แต่ก็แปลกทุกคนต่างเรียกกระดานดำ บนนั้นถูกอาจารย์ตั้งค่าตัวเลขเอาไว้แล้วสำหรับวิชาศิลคำนวณ แพคเม่เดินไปหยิบชอล์กสีขาวขึ้นมา มือเรียวขยับเขียนตัวเลขลงบนกระดานอย่างมั่นคง เธอคำนวณทุกขั้นตอนอย่างถูกต้อง ไม่มีลังเลไม่มีสะดุดไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะเธอ “จำได้ทั้งหมด” จำได้ว่าในอนาคต เธอจะต้องเผชิญอะไรบ้าง จำได้แม้กระทั่งโจทย์ข้อนี้… และผลลัพธ์ของมัน นาชาปิดตาแน่น หัวใจบีบรัดด้วยความรู้สึกสงสารแพคเม่ เธอเป็นคนเรียนเก่ง เป็นถึงหัวกะทิของห้อง แต่โจทย์ที่อยู่บนกระดานในตอนนี้ แม้แต่วิธีเริ่มต้น เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร "แพคเม่เธอจะรอดมั้ย? บนกระดานสีเขียวหน้าห้อง แพคเม่หาผลลัพธ์ของตัวเลขได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ทั้งคำตอบและวิธีทำไร้ที่ติ จนอาจารย์กันยารัตน์เองยังอึ้งไปชั่วขณะ หญิงสาววางชอล์กสีขาวกลับไว้ที่เดิม ก่อนจะหมุนตัวอย่างสง่างาม แล้วเดินกลับมานั่งลงข้างๆ นาชา มุมปากของแพคเม่ยกขึ้นเล็กน้อย เพราะเธอจำได้ดีว่าในอนาคต… ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เธอเคยถูกเพื่อนทั้งห้องหัวเราะเยาะ ถูกตราหน้าว่าเรียนแย่ ติดอันดับท้ายของห้อง “รวยแต่ไม่มีสมอง เรียนไม่เก่ง” แต่ตอนนี้… เธอกลับมาแก้โจทย์เดียวกันนั้นใหม่ ด้วยตัวเอง และไม่มีใครดูถูกเธอได้อีก ที่สะใจกว่านั้นคือ ลูกแก้วต้องเดินมาขอโทษนาชา ต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง และต่อหน้าอาจารย์ อาจารย์กันยารัตน์นิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะปรบมือให้ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นอย่างชัดเจน “มัสหยาแก้โจทย์บนกระดานได้ถูกต้อง ทั้งวิธีทำและคำตอบ” ทั้งห้องเงียบลงในเสี้ยววินาที ราวกับไม่มีใครคาดคิดว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเช่นนี้ แต่แล้ว… นาชากลับเป็นคนแรกที่ปรบมือขึ้นเสียงดัง เสียงนั้นก้องชัด เต็มไปด้วยความสะใจและภาคภูมิใจในตัวเพื่อน “เธอเก่งมากเลยเม่… ฉันจะร้องแล้วนะ” นาชาจับมือเพื่อนไว้แน่น เสียงสั่นด้วยความตื้นตัน แพคเม่ยิ้มบางๆ ให้เธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นในใจ วันนั้น…เธอร้องไห้เพราะเห็นฉันถูกเพื่อนๆ โห่ หยามเหยียดสินะยัยบ้าเอ๋ย… และแล้วคาบวิชาศิลคำนวณก็หมดเวลาลง อาจารย์กันยารัตน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ “เจอกันใหม่อาทิตย์หน้า เวลาเดิมนะคะ นักศึกษา” สีหน้าของลูกแก้วบิดเบี้ยวทันที ความพ่ายแพ้ทำให้เธอแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่ก็ยังต้องลุกขึ้นยืนกล่าวคำลา ตามธรรมเนียม "นักศึกษาทั้งหมดทำความเคารพ" “สวัสดี…ครับ/ค่ะ อาจารย์” อาจารย์กันยารัตน์พยักหน้ารับ “แล้วเจอกัน” ทว่าเธอกลับหยุดก้าวเท้า ก่อนจะหันไปมองลูกแก้วด้วยสายตาจริงจัง “สโรชา อย่าลืมไปขอโทษอาธิชาด้วยนะ” ลูกแก้วกำมือแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ มีนกับเมเบิล เพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกาย ส่งสายตาแข็งกร้าวมาให้ราวกับเตือนกันเงียบๆ หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “ค่ะ…อาจารย์” คำสั้นๆ นั้น ไม่ได้มีความสำนึก มีเพียงความอัดอั้นที่รอวันปะทุ ลูกแก้วหันไปพูดกับมีนและเมเบิลด้วยน้ำเสียงกดต่ำ แฝงความเคียดแค้น “อาจารย์กันยารัตน์…เดี๋ยวเจอกู” แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวไปไหน เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นกลางห้อง เป็นเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงอำนาจจนทุกคนต่างเงียบกริบ “ตามสัญญาเธอต้องไปขอโทษนาชา” สายตาหลายคู่หันไปมองลูกแก้วทันที “เพื่อนๆ ทั้งห้องเป็นพยานกันหมด” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หวังว่าเธอคงไม่ขี้โกง" พูดจบ เขาลุกจากโต๊ะ เดินผ่านแถวที่นั่งมาอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าแพคเม่ สายตาคมกริบดูอบอุ่นนั้นมองเธอเพียงแวบเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของใครบางคนเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว "อีธาน" แพคเม่เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม