บทที่ 13 กลับบ้าน

1708 คำ
สิณขับรถไปส่งเอมมาลินที่บ้าน อวสรและสุภัทรายืนรอลูกสาวอย่างดีใจ เพราะก่อนหน้านี้เขาได้โทรคุยกับลูกสาวหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอหน้า พอเอมมาลินลงจากรถ อวสรก็โผเข้ากอดลูกสาวทันที ก่อนที่สุภัทราจะเดินเข้ามากอดด้วย “ชะเอม... ลูกพ่อ พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน” อวสรน้ำตาไหล “ลูกก็คิดถึงคุณพ่อคุณแม่มากเหมือนกันค่ะ” เธอปาดน้ำตาออกจากหางตาตัวเอง และส่งรอยยิ้มอันแสนสดใสให้ อวสรสังเกตเห็นลูกสาวตัวเองแปลกไป เอมมาลินดูโตเป็นสาวขึ้น โดยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพราะอะไร ไปอยู่กับฌอร์นเป็นเดือนๆ ป่านนี้ลูกสาวเขาคงเป็นเมียฌอร์นเรียบร้อยแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บลึกเข้าไปถึงทรวงอก หากเขาไม่ไร้สติไม่ประมาท ลูกสาวที่น่ารักของเขาคงจะไม่ประสบชะตากรรมแบบนี้ “เป็นยังไงบ้างลูก สบายดีไหม” “สบายดีค่ะ สบายดีมากๆ” เธอตอบและเดินเข้าไปในบ้าน แม้ในใจอยากจะร้องไห้ออกมา แต่ต้องกล้ำกลืนฝืนยิ้มเอาไว้ เพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องเป็นห่วงหรือเป็นกังวล “ฌอร์นดูแลลูกดีไหม” อวสรถามคำถามเดิมๆ ที่เคยถาม เอมมาลินผ่านทางโทรศัพท์ “ดีค่ะ พี่ฌอร์นดูแลหนูดีมากเลย คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอบอก แต่ลึกๆ กลับหวนนึกถึงตอนที่เขาโกรธโมโห เขาทำกับเธอเหมือนเป็นสิ่งของที่ไม่มีชีวิตจิตใจ เธอเป็นเพียงเครื่องมือระบายอารมณ์เท่านั้น เสียงกรีดร้องจากความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้เขาหยุดการกระทำอันป่าเถื่อน แต่นั่นมันก็แค่บางครั้ง ช่วงที่เขาอารมณ์ดีเขาก็ปฏิบัติกับเธอดี แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว จึงเป็นเรื่องที่เธอยังพออดทนรับได้ “ถ้าเป็นอย่างนั้นพ่อก็สบายใจ” “อ้อ... วันนี้ชะเอมเอาเสื้อมาให้คุณพ่อด้วยนะคะ เสื้อตัวนี้หนูตัดเย็บเองเลย” เธอบอกกับบิดาและหยิบเสื้อใส่ถุงกระดาษขึ้นมา อวสรมองอย่างตื่นเต้น เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวตัวเองชอบตัดเสื้อผ้าเล่นเป็นชีวิตจิตใจ แต่ทุกครั้งที่ออกมามันก็ใส่ไม่พอดีสักตัว แต่คราวนี้เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินที่อยู่ในมือเธอ ดูเนี๊ยบและดูดีมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา “ไหน... ให้พ่อดูหน่อยสิ” เอมมาลินยื่นเสื้อเชิ้ตให้พ่อ อวสรหยิบขึ้นมาดู เห็นฝีมือการตัดเย็บของเอมมาลินพัฒนาไปมาก ตะเข็บเสื้อเนี๊ยบไม่มีที่ติจนเขาต้องเอ่ยถาม “บ้านฌอร์นเขามีจักรเย็บผ้าด้วยเหรอ ทำไมถึงเย็บออกมาได้เนี๊ยบขนาดนี้ ตอนไปอยู่บ้านพี่ฌอร์น ลูกก็ไม่ได้เอาจักรเย็บผ้าไปด้วยนี่” “ตอนแรกก็ไม่มีหรอกค่ะ แต่หนูไปขอพี่ฌอร์นซื้อจักรเย็บผ้า พี่ฌอร์นให้เงินหนูมาซื้อ ได้จักรเย็บผ้ารุ่นใหม่ที่ดีที่สุดมาเลยนะคะ” “เขาใจดีกับลูกขนาดนี้เลยเหรอ” อวสรถามย้ำและหันไปมองหน้าสุภัทราเป็นเชิงสงสัย “ค่ะ เมื่อวานนี้ชะเอมขอไปซื้อของกับเพื่อน พี่ฌอร์นให้เงินสดหนูมา 3 แสน และยังให้บัตรเครดิตมาอีก แต่หนูไม่กล้าใช้เงินฟุ่มเฟือย เลยเอามาใช้แค่ 5 พันเท่านั้น พี่ฌอร์นก็ไปซื้อโทรศัพท์มาให้หนูใหม่ด้วยนะคะ” เธอเล่าต่อไป อวสรได้ยินก็อมยิ้มน้อยๆ แต่ในใจยังนึกเป็นห่วงลูกสาว กลัวเหลือเกินว่าเอมมาลินจะถลำตัวไปหลงรักปีศาจอย่างฌอร์นเข้า อวสรรู้ดีว่าฌอร์นไม่มีทางที่จะรักเอมมาลินหรือรักผู้หญิงคนไหนแน่นอน ตอนนี้เขาอาจจะยังตื่นเต้นกับความสดใหม่ของลูกสาวตัวเองอยู่ แต่หลังจากนี้ล่ะ... ผู้ชายที่มีโอกาสเลือกหญิงสาวมากหน้าหลายตาเข้ามาในชีวิต มักจะไม่หยุดที่ผู้หญิงคนไหนหรอก! “อยู่ให้เขาเอ็นดูก็ดีแล้วลูก แต่อย่าไปรบกวนเขามาก แค่เขาไม่คิดดอกเบี้ยเงินที่เรายืมมาก็ถือว่าเป็นบุญคุณมากโขแล้ว คราวหน้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมลูกก็บอกพ่อกับแม่นะ พ่อกับแม่จะโอนเงินไปให้ใช้ จะได้ไม่ต้องรบกวนเขา” “ค่ะคุณพ่อ แล้วตอนนี้สถานการเงินของคุณพ่อดีขึ้นแล้วเหรอคะ” เอมมาลินถามอย่างเป็นห่วง “ดีขึ้นบ้างแล้ว เดือนนี้พ่อใช้หนี้ฌอร์นเขาไปล้านหนึ่ง ค่อยๆ ใช้หนี้ไป โชคดีที่ยังกอบกู้สถานการณ์ของบริษัทได้ทัน ตอนนี้ก็มีลูกค้าเข้ามามากขึ้น” “ชะเอมอยากช่วยคุณพ่อ ช่วงปิดเทอมให้หนูไปช่วยงานคุณพ่อที่บริษัทได้ไหมคะ” เอมมาลินกอดแขนบิดา อวสรเห็นแววตาและท่าทางของลูกสาวก็ปลื้มใจ “ได้สิ ลูกจะได้เรียนรู้งานไปด้วย แต่... พ่อก็ไม่รู้ว่าฌอร์นจะ อนุญาตหรือเปล่า” “เดี๋ยวหนูจะลองไปถามพี่ฌอร์นดูค่ะ อีกเดือนกว่าๆ หนูก็จะเรียนจบแล้ว น่าจะมีเวลาว่างมากขึ้นด้วย” “ได้สิ พ่ออยากให้ลูกมาเรียนรู้งานในบริษัททุกแผนก ต่อไปจะได้ทำงานเป็นทำงานเก่ง เอาตัวรอดได้” “ค่ะ หนูจะพยายามมาช่วยคุณพ่อให้ได้นะคะ” จากนั้นเอมมาลิน ก็คุยกับอวสรและสุภัทราในเรื่องสัพเพเหระ จนกระทั่งเย็น เธอกินข้าวที่บ้านฝีมือแม่อย่างเอร็ดอร่อย และยังเอากับข้าว ขนมหวานห่อกลับไปที่บ้านด้วย ก่อนจะขึ้นรถเอมมาลินสวมกอดคนเป็นพ่อแนบแน่น “ชะเอม... พ่อรักลูกนะ รักและเป็นห่วงลูกมากที่สุดในชีวิต ถ้ามีอะไรไม่สบายใจหรือมีปัญหา โทรหาพ่อได้ทันทีนะ ไม่ต้องเกรงใจ” “ค่ะคุณพ่อ หนูก็รักคุณพ่อแล้วก็เป็นห่วงคุณพ่อมากเหมือนกันค่ะ” “เดินทางกลับดีๆ ล่ะ ฝากด้วยนะสิณ” “ครับ” เอมมาลินกลับมาถึงบ้าน เธอเห็นฌอร์นกำลังนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกจึงเดินเข้าไปหา เขาเงยหน้ามองหญิงสาวที่กลับมาอย่างอารมณ์ดี “กลับมาซะค่ำเลย” “พอดีว่าหนูกินข้าวเย็บกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ก็เลยกลับมาค่ำหน่อย” “ถืออะไรมาเยอะแยะ” เขาถามเมื่อเห็นถุงพลาสติกใบโต “กับข้าวแล้วก็ขนมค่ะ ฝีมือคุณแม่ ชะเอมอยากกินตอนเช้าอีก เลยขอให้คุณแม่ใส่ถุงมาให้” เธอตอบ ฌอร์นส่ายหน้า บางทีเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเอมมาลินสักเท่าไหร่นัก “พี่ฌอร์นคะ หนูมีเรื่องจะขออนุญาต...” “อะไรอีก! ช่วงนี้ขอเยอะนักนะเรา!” เขาหันไปดุ เอมมาลินได้แต่ยิ้มแห้งๆ “คือ ชะเอมจะขออนุญาตพี่ฌอร์นไปช่วยงานคุณพ่อที่บริษัทน่ะค่ะ ไปช่วยช่วงวันหยุดกับปิดเทอม...” “พนักงานที่บริษัทขาดแคลนหรือไง ถึงต้องไปช่วย!” ฌอร์นถามอย่างไม่พอใจ เอมมาลินหน้าหงอ “เปล่าค่ะ แต่ชะเอมอยากไปเรียนรู้งานในบริษัทของคุณพ่อ” “เรื่องนี้ฉันยังไม่อนุญาต ตอนนี้หน้าที่ของเธอคือเรียนหนังสือให้จบและเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง” เขาบอกก่อนที่จะลุกเดินขึ้นห้องนอนของตัวเอง ทำให้เอมมาลินต้องนั่งอย่างผิดหวัง เอมมาลินเดินเข้าห้องนอนตัวเอง เธอกำลังจะอาบน้ำเตรียมอ่านหนังสือสอบ แต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่าในห้องนอน ไม่มีเสื้อผ้าข้าวของตัวเองอยู่เลยสักชิ้น เอมมาลินถอยหลังออกไปหน้าห้องอีกครั้งเพื่อดูให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้เดินเข้าห้องผิด “ป้าคะ... ทำอะไรคะ” เธอถามเมื่อเห็นป้าแม่บ้านเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาจากห้องน้ำ “ทำความสะอาดห้องน้ำค่ะ” “ป้า แล้วของหนูไปไหนหมดแล้วล่ะคะ” “วันนี้เจ้านายให้ย้ายของของคุณชะเอมไปไว้ที่ห้องนอนของเจ้านายค่ะ” ป้าแม่บ้านตอบแค่นั้นแล้วก็ขอตัวเดินลงไปข้างล่าง เอมมาลินมองตามอย่างสงสัย เธอเดินไปหาฌอร์นที่ห้องและเคาะประตูหลายครั้ง “เข้ามา ห้องไม่ได้ล็อก!” เอมมาลินเปิดประตูเข้าไปในห้อง และเธอก็พบว่าของใช้ทุกอย่างถูกจัดระเบียบเป็นอย่างดีอยู่ในห้องของเขา เธอแอบเซ็งในใจ “พี่ฌอร์น... ทำไมพี่ฌอร์นถึงให้แม่บ้านย้ายของของชะเอมมาไว้ที่ห้องนี้คะ” “ฉันจะให้เธอมาอยู่ที่นี่ เธอต้องมานอนกับฉันทุกคืน” “ไหนตอนแรกพี่ฌอร์น...” “ไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น มันเป็นความต้องการของฉัน” เขาบอก เอมมาลินหน้ามุ่ย เพราะการที่เธอมาอยู่ในห้องเขา เท่ากับว่าเธอจะถูกจับตามองตลอดเวลา และขาดความเป็นส่วนตัว “จะให้หนูนอนกับพี่ตลอดไปเลยเหรอคะ” “ก็อยู่จนกว่าฉันจะเบื่อ ไม่ต้องการเธอแล้ว” ฌอร์นตอบ คำตอบของเขาทำให้เธอน้อยใจ เพราะมันตอกย้ำสถานะของเธอเป็นอย่างดี “ค่ะ” เอมมาลินเดินไปหยิบผ้าขนหนูและชุดนอนเพื่อไปอาบน้ำโดยไม่พูดอะไร ฌอร์นมองหญิงสาวที่ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างที่เขาคิดไว้ในใจ เธอดูเงียบสงบเสงี่ยมผิดปกติ “ชะเอม!” เขาเรียก “คะ?” “เป็นอะไรหรือเปล่า” จู่ๆ เขาก็เผลอถามออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ เอมมาลินส่ายหน้า “เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร” “เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม” “เข้าใจค่ะ ชะเอมเข้าใจทุกอย่างดี ชะเอมรู้ดีค่ะว่าชะเอมเป็นใคร เข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร พี่ฌอร์นไม่ต้องห่วงนะคะ ชะเอมจะไม่ทำตัววุ่นวายให้พี่ฌอร์นต้องลำบากใจ” เธอบอกกับเขาและเดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนคิ้วขมวดและไม่พอใจอยู่ตรงนั้น
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม