“คุณสร ผมมีเรื่องจะถามคุณ” ฌอร์นโทรไปหาอวสร น้ำเสียงของเขาไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
“มีอะไรเหรอครับ”
“คุณไม่มีเงินจ้างพนักงานแล้วหรือไง ถึงจะให้ชะเอมไปช่วยงานที่บริษัท!” เขาถามอย่างตรงไปตรงมาออกแนวจะหาเรื่องด้วยซ้ำ อวสรคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเรื่องนี้
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ”
“ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นแล้วอย่างไหน คุณยกชะเอมมาให้ผมแล้ว ยังจะเอาเธอไปใช้งานอีกเหรอ”
“ฌอร์น... คุณใจเย็นๆ และฟังผมก่อน” อวสรเบรกอารมณ์ของชายหนุ่มที่มีอายุห่างจากเขาหลายสิบปี ฌอร์นพ่นลมหายใจพรืด
“ที่ผมจะให้ชะเอมมาช่วยงานที่บริษัท เพราะผมต้องการให้ชะเอมรู้ระบบโครงสร้าง ระบบการทำงานของบริษัท ได้ศึกษางานในแผนกต่างๆ ยิ่งสอนเร็ว ยิ่งรู้เร็วก็ยิ่งดีกับตัวชะเอมมากเท่านั้น คุณอย่าลืมสิว่าถ้าผมใช้หนี้คุณหมด คุณจะปล่อยชะเอมให้เป็นอิสระ ชีวิตหลังจากนั้นของชะเอมที่ไม่มีคุณคอยดูแลจะเป็นยังไง ถ้าชะเอมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย อีกหน่อยชะเอมจะต้องมาบริหารบริษัทแทนผมนะ” อวสรพูดถึงเหตุผล แต่คนฟังยังไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
“ชะเอมยังเด็ก ยังต้องเรียนหนังสือ”
“ผมรู้ แต่ผมเชื่อว่าชะเอมแบ่งเวลาเป็น อนุญาตให้ชะเอมมาทำงานเถอะครับ ให้ผมได้มีโอกาสได้สอนงานลูก ต่อไปลูกจะได้ไม่ใช้ชีวิตผิดพลาดแบบผม”
“แต่ผมไม่ต้องการให้ ‘เมีย’ ผมต้องลำบาก” ฌอร์นเน้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำให้อวสรกำโทรศัพท์แน่น
“ลำบากตอนนี้ยังดีกว่าลำบากในอนาคต ถึงคุณจะย้ำกับผมว่าชะเอมเป็นเมียคุณแล้ว แต่คุณก็อย่าลืมว่าคุณไม่มีทางจะดูแลชะเอมไปตลอดชีวิต ชะเอมเป็นแค่ตัวขัดดอก ไม่ได้เป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าวันใดวันหนึ่งคุณเบื่อชะเอม แล้วชีวิตของเธอจะเป็นยังไง” อวสรพูดไปตรงๆ ทำให้ฌอร์นยิ่งไม่พอใจกว่าเดิม
“คุณสร!”
“หรือที่ผมพูดมันไม่จริง ผมยอมรับว่าผมเป็นห่วงลูกสาวมาก ห่วงทั้งตอนนี้และห่วงเรื่องของอนาคต โอเค... ตอนนี้คุณอาจจะใช้เงินเลี้ยงดูลูกผมให้อยู่สุขสบาย แต่ถ้าชะเอมไม่มีคุณล่ะ...” อวสรทิ้งท้ายไว้ให้ฌอร์นได้คิด ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนโต๊ะทำงานแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์
“ฌอร์น... คุณไม่เคยมีลูกคุณไม่รู้หรอก เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีลูก คุณจะเข้าใจว่าที่ผมทำแบบนี้เพราะอะไร ยิ่งคุณมีลูกสาวคุณจะยิ่งเข้าใจความรู้สึกของผม” อวสรทิ้งท้าย ฌอร์นกำโทรศัพท์แน่นก่อนจะตัดสายทิ้งไป
ฌอร์นยอมรับว่าถึงเขาจะมีเงินมากมาย มีความสามารถในการหาเงิน มีลูกน้อง มีอิทธิพล แต่บางเรื่องเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก โดยเฉพาะเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวกับความรักและครอบครัว ที่เขาต้องตัดสินใจโทรหาอวสรวันนี้ เพราะเอมมาลินเอาแต่พูดเรื่องขออนุญาตไปช่วยงานพ่อกับเขาทุกวัน ทั้งเช้าและเย็นจนเขาเริ่มรำคาญ
แต่จะว่าไปเหตุผลของอวสรก็ฟังขึ้นอยู่ อวสรมีลูกสาวคนเดียว ถ้าเธอจะมาเสียคนเพราะเขาเลี้ยงเธอด้วยเงินจำนวนมหาศาล ต่อไปในอนาคตจะลำบากกันทั้งหมด ตอนนี้เอมมาลินยังเป็นเด็ก ไม่มีวุฒิภาวะเท่าไหร่ และเป็นวัยที่เหมาะกับการเรียนรู้งานต่างๆ ด้วย ฌอร์นคิดแล้วคิดอีกก่อนที่จะตัดสินอนุญาตให้เอมมาลินไปช่วยงานที่บริษัทของอวสรได้
เอมมาลินสอบวันสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว และวันนี้เขาก็มารับเธอที่โรงเรียนพร้อมกับสิณ เขาจะพาเธอไปกินข้าวนอกบ้าน วันนี้เธอดูระริกระรี้เป็นพิเศษ ต่างจากทุกๆ วันที่ผ่านมา เอมมาลินขึ้นรถอย่างอารมณ์ดี จนเขาอดสงสัยไม่ได้
“เป็นอะไร ยิ้มอยู่ได้ ข้อสอบง่ายหรือไง”
“ก็ไม่ง่ายไม่ยากค่ะ”
“แล้วยิ้มอะไรนักหนา” เขาถาม เอมมาลินสวมกอดเขาแน่น
“ดีใจค่ะ สอบเสร็จแล้ว เรียนจบแล้ว หลังจากนี้จะได้ไปช่วยงานคุณพ่อที่บริษัทได้”
“ไม่ต้องดีใจจนออกนอกหน้าขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เขาเอ็ด สิณแอบมองเจ้านายหนุ่มผ่านกระจกหลังแล้วก็ยิ้มน้อยๆ เอมมาลินเห็นท่าทางของเขาแล้วก็เขยิบมากอดแขนไว้แน่น ฌอร์นก้มมองเด็กสาวที่รู้จักออดอ้อนอย่างหน่ายใจ
เป็นต้องแพ้ทางทุกทีเลยสิน่า...
เอมมาลินเริ่มไปทำงานที่บริษัทอวสรในช่วงปิดเทอม เธอจะออกจากบ้านพร้อมกับฌอร์น โดยเขาจะให้สิณไปส่งเธอที่บริษัท และให้เธอกลับบ้านพร้อมๆ กับเขา ช่วงนี้เอมมาลินจึงไม่งอแง ไม่เหงามาก พอถึงบ้านเธอก็ขลุกอยู่กับการตัดเสื้อผ้า อ่านหนังสือเพื่อเตรียมเรียนปรับพื้นฐานในมหาวิทยาลัย จริงอย่างที่อวสรเคยบอกเขา เอมมาลินเป็นคนที่บริหารจัดการเวลาได้
เช้านี้ก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าเมื่อคืนเขากับเธอจะทำกิจกรรมบนเตียงด้วยกันอย่างหนักหน่วง แต่เธอก็ยังคงตื่นเช้าเพื่อไปทำงาน ขณะที่เขาเองกลับอ่อนเพลีย ง่วงนอน ไม่อยากจะลุกขึ้นไปไหน แต่เพราะติดประชุมสำคัญจึงต้องฝืนตัวเองลุกขึ้นไป โดยสั่งให้แม่บ้านลวกไข่ให้ 2 ฟองและเตรียมกาแฟแบบเข้มๆ อีก 1 แก้ว ช่วงที่เขากำลังแต่งตัว เอมมาลินก็วิ่งไปที่ห้องทำงานของเธอ ก่อนจะเดินกลับมาและส่งยิ้มหวานให้เขา ฌอร์นสังเกตเห็นเธอเอามือไพล่หลังตัวเอง
“พี่ฌอร์นคะ”
“ว่าไง” เขาถามขณะกำลังเลือกเนคไทอยู่
“ชะเอมมีอะไรจะให้พี่ฌอร์นค่ะ” เธอเดินเข้ามาจนใกล้ เขาหันไปหาเด็กสาว
“อะไร”
เอมมาลินยื่นเนคไทสีครีมออกมาให้กับเขา ฌอร์นมองเนคไทในมือแล้วก็คิ้วขมวด หญิงสาวยิ้มอย่างอายๆ แล้วก็ถือวิสาสะจับมือเขาขึ้นมาให้รับเนคไทจากเธอ
“ชะเอมตัดเนคไทมาให้พี่ฌอร์นค่ะ เป็นเนคไทชิ้นแรกที่ชะเอมทำเลยนะคะ” เธอบอกอย่างปลาบปลื้ม เขายิ้มน้อยๆ ที่ริมฝีปาก แล้วก็พลิกเนคไทไปมา ชายหนุ่มสังเกตเห็นรอยเย็บเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว เธอเย็บมือ... ไร้ร่องรอยตำหนิ บวกกับเนื้อผ้าไหมลื่น ทำให้ดูสวยเรียบหรูไปอีก
“สวยดีนะ” เขาเอ่ยปากชม คำชมของเขาเสมือนลูกบอลลูนที่พาเธอลอยคว้างไปในอากาศ
“ชะเอมผูกให้นะคะ”
ฌอร์นปล่อยให้หญิงสาวเป็นฝ่ายผูกเนคไทให้ เธอพิถีพิถันเสียจนเขาต้องหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ พอผูกเสร็จเธอก็จัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทาง
“หล่อจังเลยค่ะ”
“ปากหวานแบบนี้จะอ้อนเอาอะไรอีก” เขากอดเธอไว้หลวมๆ และถาม
“เปล่าสักหน่อยนะคะ ชะเอมไม่ได้อยากได้อะไรจากพี่ฌอร์นสักหน่อย”
“ให้มันจริงเถอะน่า...” พูดจบเขาก็กดริมฝีปากเข้าพวงแก้มหญิงสาว เธออมยิ้มอย่างเขินอาย
“ไปทำงานกันได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจะสาย”