เจ้าของห้องกำลังนั่งหัวเสียอยู่กับกองอาเจียนของภรรยาซึ่งตื่นขึ้นมาครู่เดียวยังไม่ทันจะได้คุยอะไรก็อ้วกใส่กางเกงเขาแล้วหลังจากนั้นก็หลับไปอีกรอบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นทำให้เพลิงกัลป์ไม่รู้จะกล่าวดุด่าใครดีระหว่างขอจันทร์กับเลขาตัวดีของตนเอง ก่อนเขาจะรีบพาตัวเองเข้าไปชำระร่างกายในห้องน้ำแล้วกลับออกมาดูคนที่นอนนิ่งอยู่ตามเดิม
“ขอจันทร์ ลุกก่อน เธอจะนอนทั้งที่อยู่ในสภาพนี้หรือยังไง” จากที่ชายหนุ่มดื่มก่อนจะมาถึงห้องเหมือนกัน กลายเป็นว่าสร่างเมาแล้วต้องมาเท้าเอวลำบากใจกับขอจันทร์แทน คิดได้ดังนั้นเพลิงกัลป์จึงเลือกที่จะช้อนตัวคนที่คาดว่าคงจะไม่ยอมตื่นขึ้นมาในเร็ว ๆ นี้ขึ้นแล้วพาเดินไปส่งในห้องนอนอีกฝ่าย เราแยกกันนอนตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว และคนเป็นสามีแค่ฉากหน้าแบบเขาก็เลือกที่จะเข้ามาในห้องนี้แค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น
“คาย อึก... เหรอคะ”
“ฉันเอง อย่าดิ้นได้ไหม จะพาไปส่งห้องนอน” แขนแกร่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นยามรู้สึกได้ถึงแรงขยับจนนึกรำคาญ ก็ยังดีที่หญิงสาวรู้สึกตัวในเวลาเช่นนี้เพราะถ้าไม่ใช่เขาที่เป็นคนเข้าห้องมาคงจะอันตรายกับอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก คิดได้ดังนั้นก็ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทั้งที่เขาอยากจะทำตัวร้ายกาจกับขอจันทร์ให้เจ็บช้ำไม่แพ้กัน
“คนใจร้าย อึก... เป็นมัจจุราชแบบที่พี่คณินบอก!”
“เป็นอะไรนะ?” เขาโยนหญิงสาวตาบอดลงบนเตียงแทนการวางอย่างนุ่มนวลทันทีเมื่อได้ยินดั่งนั้น สนิทกับเลขาเขาแค่ไม่กี่เดือนขอจันทร์กล้าว่าเขาขนาดนี้เลยหรือ เห็นทีจะต้องอบรมกันใหม่ทั้งภรรยาและลูกน้อง นี่ยังไม่นับรวมเรื่องที่ตั้งวงดื่มกันในคอนโดเขาอีก
“มัจจุราช หน้าโกรธ คิ้วขมวด ตัวแดง ๆ มีเขา คิก”
“เธอหัวเราะฉันเหรอขอจันทร์! มันจะมากไปแล้วนะ แค่เมาแล้วอ้วกใส่กันก็เกินจะทนแล้ว”
“ม่ายเมา อึก... ขอจันทร์แค่ง่วงนอนค่ะ นอนกานน้า”
ชายหนุ่มแสดงความเอือมระอาผ่านทางสีหน้า ปล่อยคนเมาให้อ้อแอ้อยู่กับตัวเองแล้วปลีกตัวเดินไปยกอุปกรณ์ที่เตรียมเอาไว้ก่อนหน้า เพื่อมาจัดการทุกอย่างให้แล้วเสร็จเขาจะได้แยกตัวกลับเข้าห้องไปนอนเสียทีเนื่องจากเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
“อยู่นิ่ง ๆ ด้วย ฉันจะเช็ดตัวให้”
“เช็ดทำไมเหรอค้า”
“ถ้ายังพูดมากอยู่ฉันจะเอาผ้ายัดปากเธอเดี๋ยวนี้แหละขอจันทร์” ยอมรับว่าหากเป็นแต่ก่อนเพลิงกัลป์คงจะนึกเอ็นดูหญิงสาวอยู่ไม่น้อย เพราะเราเองก็เห็นกันมาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ตอนนี้เขาต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้นึกสงสารหรือเห็นใจขอจันทร์มากไปกว่านี้ สิ่งที่เธอกระทำนั้นมันเลวร้ายเกินกว่าคน ๆ หนึ่งจะรับไหว
“ฮึก...” คนเมาที่พอโดนน้ำเย็นแล้วรู้สึกตัวขึ้นมาได้แต่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไห้เอาไว้ แต่ก็ไม่อาจจะเป็นผล พอลองนึกตามสิ่งที่เพลิงกัลป์ยัดเยียดให้อยู่ทุกวันมันก็เริ่มทำให้ขอจันทร์อดที่จะคิดไม่ได้ว่าเป็นเธอจริง ๆ ที่ทำให้คนทั้งสองซึ่งรักกันมากต้องมาพบเจอเรื่องอะไรเช่นนี้
“ร้องไห้ทำไม ฉันไม่ได้จะขืนใจเธอเสียหน่อย แค่จะเช็ดตัวให้ก็แค่นั้นเอง หรืออยากจะนอนแบบนี้ก็ตามใจ” เขายอมรับว่าชะงักไปชั่วขณะตอนได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาวที่นอนหลับตาแน่นให้กันอยู่ ไม่รู้เผลอพูดอะไรที่มันกระทบจิตใจหรือเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของอีกฝ่ายกันแน่
“ขอจันทร์ขอโทษค่ะ ฮึก... ไม่ได้อยากจะให้เรื่องทุกอย่างมันออกมาเป็นแบบนี้ ขอจันทร์ผิดเอง ขอจันทร์ผิดทั้งหมด”
ไม่น่าเชื่อว่าประโยคเอ่ยขอโทษของคนเมาที่ไม่รู้ว่าพูดมันออกมาจากใจจริงหรือแค่เสแสร้งรู้สึกผิดกันแน่ ทว่ามันกลับติดอยู่ในใจของเพลิงกัลป์มาจะร่วมสัปดาห์ ทั้งยังมีเรื่องให้เครียดจากงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ ส่งผลให้เขาละเลยในหลาย ๆ เรื่องไปอย่างที่ผู้เป็นมารดากำลังกล่าว
“ตอนนี้ม๊าไม่ไว้ใจใครนอกจากคณิน”
“แต่คณินเขาต้องทำงานให้ผมนะครับ ม๊าอย่าลืม เขาไม่ได้มีเวลาว่างไปนั่งดูแลคนตาบอดแบบนั้นทุกวัน”
“ก็เพราะสามีตาดีของหนูขอจันทร์ไม่มีปัญญาที่จะดูแลไง งานมันถึงตกไปอยู่ที่คณินเสียหมด”
“ม๊า...”
“ม๊าพูดอะไรผิด เพลิงเถียงมาสิ”
คนที่ถูกกล่าวถึงในบทสนทนามีอาการร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาทันทีอย่างบอกไม่ถูก รวมถึงไม้มือซึ่งหาที่วางไม่ได้ ว่าจะเริ่มห้ามปรามสองแม่ลูกนี้อย่างไร ความจริงเลขาหนุ่มเสียวสันหลังตั้งแต่คุณผู้หญิงกุลจิราเดินเข้ามาในบริษัทพร้อมกับผู้ติดตามแล้ว
คิดเอาไว้แล้วว่าคงจะเป็นเรื่องใหญ่หากแต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องนี้เหมือนกัน คราวก่อนที่พาขอจันทร์น้องน้อยเมาเขาก็โดนเจ้านายสวดไปเสียหลายยก คณินคิดว่าวันนี้กรรมคงจะตามสนองเจ้านายผู้ประเสริฐของตัวเองคืนแล้ว มาในรูปแบบพระมารดาเสียด้วย
“ด่าผมเหรอครับ”
“ม๊าคุยอยู่กับใครล่ะคะ”
“ผมเองก็ไม่อยากจะเอางานมาเป็นข้ออ้างหรอกนะครับ แต่งานผมยุ่งแค่ไหนม๊าก็น่าจะรู้”
“แล้วน้องได้ขอให้เพลิงไปแต่งงานกับเขาไหมล่ะ ถ้าไม่คิดจะดูดำดูดีตั้งแต่แรกก็ควรจะหาวิธีอื่นช่วยน้องออกมาก็จบ”
“ช่วยเหรอครับ เหอะ แล้วม๊าคิดว่าฝั่งนั้นเขาจะยอมเหรอ ถ้าไม่ใช้วิธีนี้พาขอจันทร์ออกมา ก็ดูหิวเงินขนาดนั้น ลูกคนโตตัวเองนอนไม่ได้สติอยู่โรงพยาบาลก็ไม่เคยจะโผล่หัวไปเยี่ยมเลยสักครั้ง” เพลิงกัลป์ยอมวางเอกสารที่อ่านอยู่ในมือลงบนโต๊ะยามคิดว่าคงจะคุยกับมารดาไม่รู้เรื่องแล้ว ใช่อยู่ว่าเขาไม่ได้สนใจไยดีภรรยาในนาม ทว่าก็ไม่ได้ปล่อยปะละเลยขอจันทร์เอาไว้ในห้องอย่างเดียว เนื่องจากส่งเลขาไปดูอยู่ตลอด ไหนจะเพื่อนนักข่าวอีกฝ่ายที่ช่วงนี้เข้าออกคอนโดเขาเป็นว่าเล่น ทั้งที่เพลิงกัลป์เป็นคนหวงพื้นที่แท้ ๆ แต่กลับต้องมาแบ่งปันให้ขอจันทร์ไปครึ่งหนึ่งเขาก็ว่าตัวเองใจดีกับคนแบบนั้นสุด ๆ แล้วเหมือนกัน
“ไม่ยอมก็บีบซะสิ งานถนัดลูกเลยไม่ใช่เหรอ”
“ผมไม่ได้มีเวลาไปเล่นไล่ต้อนกับใครขนาดนั้นนะครับ”
“เฮ้อ ม๊าพูดจนปากเปียกปากแฉะแล้วนะเพลิง ลูกอยู่กับน้องมาหลายเดือนแล้ว เคยเห็นเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนคิดจะทำร้ายใครไปทั่วไหมล่ะ หรือคณินเคยเจอบ้างไหม”
“มะ...ไม่เคยเลยครับคุณผู้หญิง” มันก็จริงดั่งที่มารดาของเจ้านายว่า หากแต่คนที่ให้คำตอบเรื่องนี้ได้นอกจากขอจันทร์แล้วก็คงจะเป็นคนที่นอนอยู่โรงพยาบาล ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะฟื้นจะขึ้นมา
“อย่าลืมว่าคนที่ขับรถโดยประมาทเขาก็ได้รับโทษในส่วนของตัวเองไปแล้ว”
“ยังไงขอจันทร์เองก็มีส่วนผิดอยู่ดีครับ”
“ม๊าเข้าใจลูกนะ แต่ยังไงก็ช่วยดูแลภรรยาตัวเองให้ดีกว่านี้หน่อย อย่าลืมว่าเขาไม่ได้มองเห็นโลกเหมือนเรา ความเงียบในที่มืดบอดมันน่ากลัวกว่าที่คิดนะเพลิง และอาจจะมีหลายอย่างที่เรายังไม่รู้”
รองประธานบริษัทชั้นนำถอนหายใจออกมาอีกครั้งยามได้ยินผู้ให้กำเนิดนั้นบอกว่าเข้าใจตัวเอง เข้าใจในที่นี้หมายถึงอย่างไร เพราะเพลิงกัลป์เห็นแค่คนรอบตัวนั้นพยายามจะยัดเยียดขอจันทร์ให้เกินความจำเป็น
“ได้ครับ คุยงานที่ภูเก็ตผมจะพาภรรยาในนามคนดีของม๊าไปด้วย แบบนี้พอใจหรือยังครับ”
TBC.