เควินกดสะโพกกระแทกเข้ามาทีเดียวทะลุเยื่อบางๆ ที่กั้นขวางความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนฮานะกรีดร้องสุดเสียง น้ำตาไหลพราก เล็บจิกท่อนแขนแกร่งจนเลือดซิบ
“ฮึก... เจ็บ... ฮือออ... เอาออกไป... ฮืออออ”
ชายหนุ่มเองก็ต้องกัดฟันกรอด เขาหยุดนิ่งแช่ค้างไว้ความคับแน่นที่ตอดรัดตัวตนจนแทบขยับไม่ได้มันทำให้ปวดหนึบไปหมด
“บ้าเอ๊ย... แน่นฉิบหาย...” ก้มลงจูบซับน้ำตาให้คนใต้ร่าง
“ทนหน่อยคนเก่ง... อย่าเกร็ง... ยิ่งเกร็งยิ่งเจ็บนะรู้มั้ย”
“ฮึก... คนโกหก... ไหนบอกเจ็บนิดเดียว... ฮือออ”
เควินรอจนเธอเริ่มคลายตัวและปรับสภาพได้จึงเริ่มขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ เป็นจังหวะเนิบนาบ เพื่อให้คนใต้ร่างคุ้นชินกับขนาดที่เกินมาตรฐานของเขา
เลือดสีสดไหลซึมออกมาปะปนกับน้ำรัก เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเขาคือเจ้าของคนแรกของเธอ
“อาส์... ดีชะมัด...”
ยิ่งขยับก็ยิ่งหลงใหล ความนุ่มหยุ่นภายในที่ตอดรัดถี่รัวทำให้สติชายหนุ่มเริ่มกระเจิดกระเจิง
จากจังหวะเนิบนาบ เริ่มเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์
ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!
“อ๊ะ... อ๊า... เจ็บ... อื้อ... เสียว...”
ฮานะเริ่มครางออกมาผสมกับเสียงสะอื้น ความเจ็บปวดเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“เสียวเหรอ? หืม? บอกสิว่าเสียวตรงไหน?”
เควินแกล้งกระแทกเน้นๆ เข้าที่จุดกระสัน
“ตรงนี้เหรอ? หรือตรงนี้?”
“อ๊าาา! ตรงนั้น... อื้อ!”
เขาจับเอวบางไว้แน่นแล้วโหมกระหน่ำสะโพกใส่ไม่ยั้ง ราวกับพายุคลั่งที่โถมซัดฝั่ง
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นร่างกายทั้งคู่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
“... มองหน้าฉัน...” สั่งเสียงพร่า บังคับให้เธอสบตา
“จำไว้... เธอเป็นของฉัน! ห้ามไปเป็นของใครอีกเข้าใจมั้ย!”
“ขะ... เข้าใจ... อ๊ะ! เป็นของคุณ... อื้อ!”
เควินเร่งจังหวะจนสุดแรงเกิด ความเสียวซ่านพุ่งแตะขีดสุด
“พร้อมกันนะเด็กดี... ซี้ดดดด!”
เขาเกร็งสะโพกกระแทกเน้นๆ สามครั้งติด ก่อนจะปลดปล่อยธารลาวาร้อนระอุเข้าไปในกายสาวผ่านเครื่องป้องกันทุกหยาดหยด
“กรี๊ดดดดด! / อาส์!!!”
เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ร่างทั้งสองกระตุกเกร็งกอดรัดกันแนบแน่น ซึมซับไออุ่นและความสุขสมที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เควินทิ้งตัวลงนอนทับร่างบาง หอบหายใจหนักหน่วงที่ซอกคอหอมกรุ่น เขาไม่ยอมถอนแก่นกายออกยังคงแช่ค้างไว้เพื่อตักตวงเศษเสี้ยวความสุขและแสดงความเป็นเจ้าของ
หญิงสาวนอนหอบหายใจรวยริน ดวงตาพร่ามัวมองเพดานห้อง หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด
เควินผงกหัวขึ้นมามองหน้าคนใต้ร่างที่นอนหมดสภาพ ก้มลงกระซิบข้างหู
“เก่งมาก... เด็กดี” ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
“คืนนี้ยังอีกยาวไกล... พักแป๊บหนึ่งแล้วเดี๋ยวเรามาต่อรอบสองกัน... ค่าไถ่ของเธอมันไม่ได้จบแค่รอบเดียวหรอกนะ”
ฮานะได้แต่ครางฮือในลำคอ ไม่มีแรงแม้แต่จะประท้วง
เขาถอนกายแกร่งออกเพียงครู่เดียวเพื่อจัดการกับเครื่องป้องกันชิ้นเก่าที่เปรอะเปื้อน แล้วคว้าซองใหม่มาสวมใส่อย่างชำนาญและรวดเร็วราวกับกลัวว่าเหยื่อตัวน้อยจะหนีหาย ฮานะอาศัยจังหวะนั้นพยายามกระถดตัวหนีไปที่ขอบเตียง มือเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวระคนเหนื่อยล้า เธออยากจะหลับ... อยากจะให้ฝันร้ายนี้จบลงเสียที
หมับ!
“จะรีบไปไหน... ฉันบอกแล้วไงว่ายังไม่จบ” มือหนาคว้าข้อเท้าเล็กแล้วกระชากกลับมากลางเตียงอย่างง่ายดายราวกับจับตุ๊กตา ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว จับพลิกร่างบางให้คว่ำหน้าลงกับฟูกนุ่ม แล้วดึงสะโพกมนให้ลอยเด่นขึ้นในท่าคลานเข่า
“ท่านี้แหละ... ลึกดี”
“มะ... ไม่เอา... ฮึก... หนูเจ็บ...” ฮานะส่ายหน้ากับหมอนใบโต เสียงอู้อี้เล็ดลอดออกมาอย่างน่าสงสาร แต่ปีศาจร้ายด้านหลังกลับไม่สนใจคำอ้อนวอนจับเอวคอดกิ่วไว้มั่น แล้วกดแทรกความเป็นชายที่แข็งขึงเข้าไปในช่องทางคับแคบที่ยังคงบวมช้ำจากรอบแรก
สวบ!
“อื้อ!!!” กัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงครางแห่งความเจ็บปวด เธอไม่อยากส่งเสียงน่าอายให้เขาได้ใจ ไม่อยากให้เขารู้ว่าร่างกายเริ่มทรยศตอบสนองสัมผัสหยาบโลนอีกครั้ง
“แน่นฉิบ... ผ่อนคลายหน่อยสาวน้อย... อย่าเกร็ง” เควินคำรามต่ำ ฟาดฝ่ามือลงบนแก้มก้นนุ่มเด้งเบาๆ เพื่อกระตุ้น “ถ้าเธอยิ่งเกร็ง มันจะยิ่งเจ็บ... ปล่อยตัวตามสบาย ให้ฉันนำทางเอง”
คนตัวโตเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกเนิบนาบแต่หนักหน่วง ทุกจังหวะที่กระแทกกระทั้นเข้ามามันลึกซึ้งจนหน้าท้องแบนราบเกร็งกระตุก หญิงสาวซุกหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ ปล่อยน้ำตาให้ไหลซึมลงสู่เนื้อผ้า มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนจนแทบขาดเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ปะปนมากับความเจ็บปวด
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องเควินโหมแรงกายใส่ไม่ยั้งราวกับเครื่องจักรที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาโน้มตัวลงมาทาบทับแผ่นหลังบาง บดจูบที่ลาดไหล่เนียนและซอกคอหอมกรุ่น ตีตราจองความเป็นเจ้าของไปทั่วทุกตารางนิ้ว
“อาส์... เธอแม่ง... เอาโคตรมันส์...” ชายหนุ่มพ่นคำหยาบโลนออกมาด้วยความลืมตัว สัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกปลุกเร้าจนกู่ไม่กลับ เขาไม่สนว่าเธอจะร้องไห้หรือเจ็บปวดแค่ไหน สิ่งเดียวที่สนคือความสุขสมตรงหน้าที่ได้ครอบครอง
ฮานะทำได้เพียงนอนนิ่งๆ รองรับอารมณ์ใคร่ปล่อยให้ร่างสูงตักตวงความสาวไปจนหนำใจ แม้ร่างกายจะสั่นคลอนไปตามแรงกระแทก แม้ภายในจะบีบรัดตัวตนเขาแน่นแค่ไหน แต่ริมฝีปากอิ่มกลับเม้มแน่นสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาเท่านั้นที่หลุดรอดออกมา
บทรักดำเนินต่อไปรอบแล้วรอบเล่า... จากท่าคลาน เปลี่ยนเป็นท่านอนตะแคง จากบนเตียงลามไปถึงระเบียงและห้องน้ำ เควินเปลี่ยนเครื่องป้องกันซองแล้วซองเล่า จนกระทั่งซองสุดท้ายถูกใช้จนหมดเกลี้ยง... แต่ไฟราคะของเขากลับยังไม่มอดดับ...
เช้าวันต่อมา...
ฮานะรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราที่แสนเหนื่อยล้า ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้าใส่คือความเจ็บร้าวระบมที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับร่างทั้งร่างเพิ่งผ่านการถูกรถบรรทุกทับมาหมาดๆ
“อึก...”
หญิงสาวเผลอครางออกมาเบาๆ เมื่อพยายามจะขยับตัว ความเจ็บแปลบที่ช่วงล่างแล่นจี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาซึม ขาเรียวทั้งสองข้างสั่นเทาและอ่อนแรงจนแทบขยับไม่ได้ ผิวเนื้อตามแขนขาและเนินอกเต็มไปด้วยรอยจูบสีแดงช้ำและรอยขบกัดจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง
กัดริมฝีปากแน่นพยายามประคองสติมองไปรอบๆ ห้องนอนสุดหรู...
เตียงกว้างข้างๆ ว่างเปล่า ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่และคราบเลือดสีจางที่เปรอะเปื้อนอยู่ เป็นหลักฐานตอกย้ำความทรงจำอันเร่าร้อนและป่าเถื่อนเมื่อคืนได้เป็นอย่างดี
‘เมื่อคืน... เรา... กับเขา...’
ภาพบทรักที่ยาวนานจนเกือบเช้าไหลย้อนกลับมาในหัว...
เขาตักตวงความสุขจากร่างกายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แกร๊ก...
เสียงประตูห้องแต่งตัวเปิดออกเรียกสติให้กลับมา ฮานะรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าจนถึงคอด้วยความตกใจ
ร่างสูงใหญ่เดินออกมาในชุดนักศึกษาแตกต่างจากสัตว์ป่าผู้หิวกระหายเมื่อคืนราวฟ้ากับเหว ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เขาเดินตรงมาที่หัวเตียงพลางติดกระดุมข้อมือเสื้ออย่างใจเย็น
“ตื่นแล้วเหรอ...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายสั้นห้วน ไม่มีความอ่อนโยน สายตาคมกริบที่กวาดมองสภาพยับเยินของผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“ค่ะ...”
ฮานะตอบเสียงแหบแห้งลำคอเจ็บผากไปหมด
เควินไม่ได้พูดอะไรต่อหยิบกระเป๋าสตางค์ราคาแพงขึ้นมา ดึงธนบัตรสีเทาปึกใหญ่ออกมาวางไว้บนโต๊ะหัวเตียง พร้อมกับนามบัตรสีดำใบเล็กที่มีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว
“นี่ค่าตอบแทนสำหรับเมื่อคืน...”
พูดเสียงเรียบราวกับกำลังจ่ายค่าสินค้าชิ้นหนึ่งที่เพิ่งใช้งานเสร็จ
“แล้วก็ค่ารถกลับบ้าน”
ฮานะมองเงินปึกนั้นด้วยความรู้สึกจุกในอก...
เมื่อคืนที่เขาช่วยเธอไว้ เธอหลงคิดไปว่าเขาคือเจ้าชายขี่ม้าขาว แต่เช้านี้... เงินปึกนี้มันตบหน้าฉาดใหญ่ว่าเธอเป็นแค่ ‘ผู้หญิงขายตัว’ ในสายตาเขา
“หนู... หนูไม่ได้ต้องการเงิน...” พยายามจะปฏิเสธศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิดสั่งให้พูดแบบนั้น
“รับไปซะ! ฉันไม่ชอบติดค้างใคร”
เควินพูดตัดบทเสียงแข็ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาเท้าแขนกับขอบเตียง ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้ามาใกล้จนเธอผงะ
“แล้วก็มีอีกเรื่องที่สำคัญมาก...”
สายตาคมเลื่อนลงมามองที่หน้าท้องแบนราบของเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแววตากดดันและจริงจัง
“ไปซื้อยาคุมมากินซะ... กินทันทีหลังจากออกจากห้องฉัน”
ฮานะหน้าซีดเผือด มือเล็กกำผ้าห่มแน่นจนสั่นระริก
“คะ?”
“เมื่อคืนถุงยางหมด... ฉันสดไปหลายรอบ...”
เควินพูดเรื่องน่าอายออกมาหน้าตาเฉย ไม่มีสีหน้าสำนึกผิดหรือเขินอายใดๆ มีแต่ความเย็นชาที่กำลังจัดการความเสี่ยง
“ฉันยังไม่พร้อมจะมีภาระ... และฉันก็ไม่อยากมีปัญหาตามมาทีหลัง โดยเฉพาะกับเด็กอย่างเธอ”
คำพูดเขาเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ...
‘ไม่อยากมีปัญหา’ คำคำนี้มันแปลได้ชัดเจนว่า เขาแค่อยากสนุกแต่ไม่อยากผูกพัน
“เข้าใจที่ฉันพูดไหม?” ย้ำเสียงเข้มเมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบ
“ขะ... เข้าใจค่ะ...”
ฮานะกลั้นก้อนสะอื้นตอบรับเสียงเบาหวิว ก้มหน้าหลบสายตาคู่คมเพื่อซ่อนน้ำตาที่กำลังจะไหล
“ดี...”
เควินยืดตัวขึ้นเต็มความสูง จัดเสื้อให้เข้าที่อีกครั้ง
“กินยาแล้วก็พักผ่อนซะ... ถ้าฉันอยากเจอเดี๋ยวโทรเรียกทิ้งเบอร์ไว้ด้วย”
“นะ...หนูไม่มีมือถือ” ตอบเสียงอ้อมแอ้ม ความจริงคือโทรศัพท์พังไปนานแล้วและไม่มีเงินซ่อม แต่อีกใจหนึ่งก็หวังลึกๆ ว่าถ้าบอกไปแบบนี้... เขาอาจจะตัดรำคาญแล้วปล่อยเธอไป
“ไม่มี?” เควินเลิกคิ้วสูงมองเธอด้วยสายตาจับผิด “สมัยนี้เนี่ยนะไม่มีมือถือ... อย่ามาเล่นลูกไม้กับฉันนะเด็กน้อย คิดจะหนีหน้าฉันหรือไง”
“มะ... ไม่ได้โกหกนะคะ มันพังไปนานแล้ว... และหนูก็ไม่มีเงินซื้อใหม่ด้วย” ยืนยันเสียงแข็งก้มหน้ามองมือตัวเองที่บีบประสานกันแน่น หวังให้เขาเห็นใจหรือเลิกตอแย
แต่คนอย่างหลงไคเหริน... ถ้าคิดจะเอาอะไรก็ขวางไม่ได้...