ของเล่นชั่วข้ามคืน

1856 คำ
“น่ารำคาญชะมัด...” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูรุ่นล่าสุด (เครื่องสำรองของเขา) ออกมา แล้วเดินกลับมาโยนมันลงบนตักเธออย่างไม่ไยดี ตุ้บ! “งั้นก็เอาเครื่องนี้ไปใช้” ฮานะมองโทรศัพท์ราคาแพงที่วางอยู่บนตักด้วยความตกใจ “คะ? มะ... ไม่เอาค่ะมันแพงเกินไป หนูรับไว้ไม่ได้...” “บอกให้รับไปก็รับไปซะ!” เควินตะคอกเสียงเข้มจนเธอสะดุ้งโหยง “เปิดเครื่องรอรับสายฉันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ห้ามปิดเครื่องหนี เข้าใจไหม!” น้ำเสียงเผด็จการสั่งเฉียบขาดจนฮานะไม่กล้าโต้แย้ง เธอจำใจหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา... มันไม่ใช่ของขวัญ แต่มันคือ ‘โซ่ตรวน’ ที่เขาใช้ล่ามเธอไว้ต่างหาก เควินมองร่างบางที่นั่งตัวลีบอยู่บนเตียงอย่างพึงพอใจที่จัดการปัญหาได้ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมถามอะไรบางอย่างที่ “ว่าแต่...” เขาหยุดยืนที่หน้าประตูหันกลับมามองเธอเต็มตา “เธอชื่ออะไร?” คำถามเรียบง่ายนั้นทำเอาฮานะหน้าชาไป... เขานอนกับเธอ กอดจูบเธอทั้งคืนตักตวงความสุขจากร่างกายจนหนำใจ... แต่ไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อด้วยซ้ำ ฮานะเม้มปากแน่นกลืนก้อนสะอื้นลงคอด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “...ฮานะ ค่ะ” “ฮานะ...” เควินทวนคำในลำคอ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานนิ่งนาน “ฮานะ... ก็น่ารักดี” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที ปัง! ฮานะปล่อยโฮออกมาทันทีที่เขาพ้นประตูไป ร่างบางสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่ม กอดตัวเองร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง เธอเสียความบริสุทธิ์ให้เขาไปแล้ว... เสียไปให้กับผู้ชายที่เห็นเธอเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ชั่วข้ามคืน กว่าจะพยุงร่างอันบอบช้ำลุกจากเตียงได้ก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ทุกการขยับตัวคือความทรมาน ความเจ็บร้าวที่ช่องทางรักเล่นงานจนต้องเดินขาสั่นๆ เข้าไปในห้องน้ำ รอยรักสีกุหลาบกระจายอยู่เต็มตัว คราบน้ำรักที่แห้งกรังตามซอกขา มันคือหลักฐานความป่าเถื่อนของเขา หญิงสาวกัดฟันชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่น น้ำตาไหลปนไปกับสายน้ำฝักบัว พยายามขัดถูรอยสัมผัสเขาออกแต่ดูเหมือนมันจะฝังลึกจนยากจะลบเลือน หลังจากแต่งตัวด้วยชุดพนักงานเสิร์ฟชุดเดิมที่เปื้อนคราบโคลนแห้งๆ (เพราะไม่มีชุดอื่น) ฮานะเดินกลับมาที่หัวเตียง มองเงินปึกนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า สุดท้าย... เธอก็จำใจต้องหยิบมันใส่กระเป๋าเพราะไม่มีเงินติดตัวสักบาท และก็ต้องใช้เงินนี้ซื้อ ‘ยาคุม’ ตามคำสั่งเขา หน้าคอนโด... แดดสายที่ร้อนระอุแผดเผาร่างบางที่เดินกะเผลกออกมาจากล็อบบี้หรู พนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานต้อนรับต่างมองมาที่เธอด้วยสายตาเหยียดหยาม... สภาพผู้หญิงมอมแมมเดินขาสั่น หน้าตาซีดเซียวออกมาจากคอนโดของผู้ชายรวยๆ ในตอนเช้า... ใครดูก็รู้ว่าเธอไปทำอาชีพอะไร ฮานะก้มหน้าเดินหนีสายตาดูถูกเหล่านั้น รีบโบกแท็กซี่ที่ “ไป... สลัมคลองเตยค่ะ...” บอกจุดหมายปลายทางเสียงเบา ตลอดระยะเวลาบนรถแท็กซี่ ทุกครั้งที่รถตกหลุมหรือเบรกกะทันหัน ความเจ็บปวดที่ช่วงล่างจะแล่นพล่านขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นเพื่อข่มความเจ็บ เธอลงจากรถหน้าปากซอย แวะร้านขายยาเป็นลำดับแรก “เอา... ยาคุมฉุกเฉินค่ะ...” เภสัชกรมองหน้าแวบหนึ่งก่อนจะหยิบยาให้ ฮานะรีบจ่ายเงินแล้วรับยามากำไว้แน่น เมื่อกลับถึงห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ร้อนอบอ้าว แกะยาเม็ดนั้นกรอกเข้าปาก กลืนลงคอไปพร้อมกับความขมขื่น ความขมของยา... เทียบไม่ได้เลยกับความขมในใจ หญิงสาวหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า หวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมา ทุกอย่างจะเป็นเพียงแค่ฝันร้าย... เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้... จากแดดร้อนระอุยามบ่ายแปรเปลี่ยนเป็นความมืดสลัวยามพลบค่ำ ฮานะสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงกระดูก ทั้งที่อากาศในห้องเช่ารูหนูร้อนอบอ้าว แต่เธอกลับนอนตัวสั่นงันงกฟันกระทบกันดังกึกๆ เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม “หนาว... ฮึก... หนาว...” มือเล็กควานหาผ้าห่มผืนบางมาคลุมโปง แต่ก็ไม่อาจต้านทานพิษไข้ที่พุ่งสูงปรี๊ดได้ ผลจากความบอบช้ำทางร่างกายจากการถูกกระทำย่ำยีอย่างหนักหน่วง ทำให้ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วทรุดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ฮานะ! แกอยู่ห้องรึเปล่า? ฉันซื้อโจ๊กมาฝาก... เห็นวันนี้แกไม่ไปเรียน” เสียงเรียกคุ้นหูพร้อมเสียงเคาะประตูรัวๆ ดังขึ้น นั่นคือเสียงของ ‘นิดา’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในมหาวิทยาลัยที่คอยห่วงใยเสมอ ฮานะพยายามพยุงร่างที่หนักอึ้งลุกขึ้น แต่โลกทั้งใบกลับหมุนคว้างจนแทบหน้าทิ่ม “นิดา... เข้ามาเลย... ประตูไม่ได้ล็อก...” หญิงสาวเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก เสียงนั้นแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน ทันทีที่นิดาเปิดประตูเข้ามาและเห็นสภาพเพื่อนรัก ก็แทบช็อก “ตายแล้วฮานะ! ทำไมสภาพแกเป็นแบบนี้!” นิดารีบวางถุงโจ๊กแล้วถลาเข้ามาประคองร่างเพื่อนที่นอนซมอยู่บนฟูมืออวบแตะลงบนหน้าผากมนแล้วต้องรีบชักกลับ “ตัวร้อนจี๋เลย! นี่แกไปทำอะไรมาเนี่ย?” ฮานะรีบกระชับเสื้อแขนยาวและผ้าห่มปิดบังร่องรอยสีช้ำตามคอและแขนอย่างมีพิรุธ “มะ... ไม่เป็นไร... แค่ตากฝนเมื่อคืน... แล้วก็ทำงานหนักไปหน่อย” จำใจต้องโกหก... จะให้บอกได้ยังไงว่าเมื่อคืนไปทำอะไรมา จะให้บอกได้ยังไงว่ารอยช้ำพวกนี้เกิดจากฝีมือผู้ชายที่เพิ่งรู้จักเพียงข้ามคืน “ไม่เป็นไรบ้านแกสิ! หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้ ลุกเลย! ฉันจะพาแกไปโรงพยาบาล” นิดาไม่ฟังคำคัดค้าน รวบรวมแรงทั้งหมดพยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงของฮานะขึ้นมา แล้วรีบพาซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าปากซอยตรงดิ่งไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที โรงพยาบาล… กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงวุ่นวายของผู้ป่วยไม่ได้ทำให้ฮานะรู้สึกดีขึ้นเลย หลังจากรอคิวอยู่นานหมอก็ตรวจอาการและวินิจฉัยว่ามีไข้สูงเฉียบพลันและร่างกายอ่อนเพลียอย่างหนัก พร้อมกับมองรอยฟกช้ำที่โผล่พ้นเสื้อผ้าด้วยสายตาสงสัย แต่เมื่อเห็นคนไข้ไม่พูดอะไรหมอจึงได้แต่จ่ายยาและแนะนำให้นอนดูอาการ “หมออยากให้นอนให้น้ำเกลือสักคืนนะครับ ไข้สูงมากเดี๋ยวจะช็อกเอา” “มะ... ไม่ค่ะคุณหมอ” ฮานะรีบปฏิเสธเสียงรัว ส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “หนูขอกลับไปนอนพักที่ห้องดีกว่าค่ะ... หนูไม่สะดวกนอนที่นี่” “แต่ฮานะ แกจะไหวเหรอ?” นิดาแย้งด้วยความเป็นห่วง “ไหวแก... ฉันไหวจริงๆ อีกอย่าง... นี่มันโรงพยาบาลเอกชนฉันไม่มีเงินจ่าย” ประโยคท้ายกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน สุดท้ายหมอจึงจำใจต้องปล่อยกลับบ้านพร้อมยาถุงใหญ่ นิดาพาฮานะกลับมาส่งที่ห้องเช็ดตัวและป้อนยาให้เรียบร้อย ก่อนจะกลับไปเพราะต้องรีบไปเข้ากะงานพิเศษเช่นกัน หลังจากที่นิดากลับไป... ฮานะก็นอนมองเพดานห้องที่มืดมิดอีกครั้ง น้ำตาไหลรินเปื้อนหมอน เจ็บกายไม่เท่าไหร่... แต่เจ็บใจที่ต้องแบกรับความลับและความอับอายนี้ไว้คนเดียวนี่สิที่ทรมานที่สุด... ผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์... มหาวิทยาลัยรัฐฯ แห่งหนึ่ง.... ร่างบางในชุดนักศึกษาสีขาวสะอาดตาแต่ดูเก่าซีดตามกาลเวลา เดินกอดหนังสือเรียนเล่มหนาออกมาจากตึกคณะด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เธอเรียนหนักตั้งแต่เช้ายันเย็น และตอนค่ำยังต้องรีบไปเข้ากะทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารอีก “เฮ้อ...” หญิงสาวถอนหายใจยาว พยายามสลัดภาพผู้ชายใจร้ายคนนั้นออกจากหัว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธออยู่ด้วยความหวาดระแวงว่าเขาจะโทรมาไหม... แต่โทรศัพท์กลับเงียบสนิท ‘เขาคงเบื่อแล้วมั้ง... ก็แค่ของเล่นชั่วข้ามคืน’ บอกตัวเองอย่างโล่งอกที่จะได้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์เสียที ทว่า... ความโล่งใจก็พังทลายลงในวินาทีถัดมา ที่หน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย รถสปอร์ตซูเปอร์คาร์สีดำคันหรูจอดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมฟุตบาท เรียกสายตาของเหล่านักศึกษาที่เดินผ่านไปมาให้หันมองเป็นตาเดียว และเจ้าของรถ... ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองแบรนด์เนมทั้งตัว สวมแว่นกันแดดสีชา ยืนพิงรถสูบบุหรี่ด้วยท่วงท่าเท่ระเบิดระเบ้อราวกับนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสาร ‘เควิน...’ ฮานะชะงักฝีเท้าหัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธออยากจะหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปให้ไกล แต่สายตาภายใต้แว่นกันแดดคู่นั้นดันหันมาเห็นเธอพอดี เควินโยนบุหรี่ทิ้งแล้วใช้เท้าขยี้ดับ ก่อนจะก้าวขายาวๆ เดินตรงเข้ามาหาท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนนับร้อย “จะไปไหน...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ แต่แฝงอำนาจกดดัน “คะ... คุณเควิน...” เอ่ยชื่อที่เห็นในนามบัตรที่เขาให้เสียงแผ่วก้มหน้าหลบสายตา มือที่กอดหนังสือกำแน่นจนสั่น “คุณมาทำไมคะ?” “มาตามหาของหายมั้ง” เขาตอบกวนๆ ก่อนจะพยักหน้าไปทางรถ “ขึ้นรถ” “มะ... ไม่ได้ค่ะ วันนี้หนูต้องไปทำงาน” เธอปฏิเสธเสียงแข็งใจกล้า “อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำได้ไหมวะ!” เควินสบถอย่างหัวเสีย เสียงดังจนนักศึกษาแถวนั้นสะดุ้ง เขาขยับตัวเข้ามาประชิดคว้าต้นแขนเล็กไว้แน่น “จะขึ้นดีๆ หรือจะให้ฉันอุ้มโชว์คนทั้งมหาลัย เลือกเอา” ฮานะหน้าซีดเผือดมองไปรอบๆ เห็นสายตาดูถูกและเสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น “เฮ้ย นั่นฮานะ เด็กทุนเรียนดีไม่ใช่เหรอ?” “โห... ขึ้นรถเสี่ยด้วยว่ะ ไม่อยากจะเชื่อ” “ที่แท้ก็แอบขาย... มิน่าล่ะถึงมีเงินจ่ายค่าเทอม” คำนินทาเหล่านั้นเหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ หญิงสาวเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาไปมากกว่านี้ “ขะ... ขึ้นค่ะ หนูขึ้นเอง” จำใจเดินตามแรงลากเขาไปที่รถหรู ทิ้งตัวลงนั่งเบาะข้างคนขับด้วยความอับอาย ก่อนที่รถจะพุ่งทะยานออกไปทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและขี้ปากชาวบ้าน…
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม