ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวันสำหรับร้านน้ำเต้าหู้เลิศรสของหวังลี่อิน แต่แทนที่เถ้าแก่เนี้ยตัวน้อยจะตื่นเต้นหรือดีใจกับกิจการของตนเอง ทว่าคิ้วเรียวเล็กกลับขมวดเป็นปมแน่นราวกับมีเรื่องรบกวนใจอยู่ตลอด ตั้งแต่ตื่นนอนจนเกือบครึ่งค่อนวันก็ยังไม่สามารถคลายออกได้ จนกระทั่งคนเป็นพ่อแม่เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ลูกมีเรื่องเครียดอย่างนั้นเหรอ?”เจิ้งฝูทอดมองไปยังใบหน้าคร่ำเคร่งของลูกสาวอย่างนึกเป็นห่วง เธอทนเห็นสีหน้าเช่นนี้มาครึ่งวันแล้ว หากต้องทนต่อไปอีกคงจะต้องเป็นเธอที่อึดอัดใจตายเป็นแน่ “หนูยังคิดชื่อร้านไม่ออกเลยค่ะแม่”หวังลี่อินตอบออกมาด้วยแววตาสิ้นหวังที่สุด ใบหน้าได้รูปหม่นเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ความจริงเธอคิดมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จนตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่มากเธอยังไม่สามารถคิดชื่อร้านออกมาได้เลย หวังเป่าได้ยินสาเหตุก็ยิ้มออกมา เพียงแค่ชื่อร้านก็ทำให้ลูกสาวเคร่งเครียดได้มากถึงเพียงนี้ นับว่าอิน

