เจ็ดปีต่อมา

1412 คำ
‘แม่เชื่อใจหนู’ คำนี้ยังดังก้องในหูของหญิงสาวตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม เธอไม่เคยรู้สึกผิดกับมารดา กับครอบครัวในการกระทำของตัวเองในเรื่องใดเท่าเรื่องนี้เลย ปราณชนกสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ เรียกหา “มามี้ แม่อยู่ไหน...” “แม่อยู่นี่ค่ะ หนูตื่นแล้วเหรอ” เด็กหญิงปราณณิชาทำท่างัวเงียพร้อมกับเดินออกมาจากห้องนอน หญิงสาวตรงเข้าไปหาเด็กหญิงวัยสองขวบเศษรั้งร่างเล็กมากอดแล้วหอมแก้มแรงๆ “คนสวยของคุณแม่น่ารักที่สุด น้องปายหิวหรือยังคะ” เธอถามลูกสาวหลังจากที่เอียงแก้มให้หอมตอบแล้ว เด็กน้อยพยักหน้ารับถี่ๆ ผมยาวตรงกระจายไปมาอยู่ในดวงหน้าเล็กๆ ดูน่ารักเหมือนตุ๊กตา “หิวค่ะ” เสียงดังจากหน้าประตูบ้านดังกุกกักก่อนที่มันจะถูกผลักออก หญิงสาวสองคนเดินตามกันเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางสดชื่น “ว้าว น้องปายคนสวยตื่นแล้วเหรอคะ น้ากอหญ้าขออุ้มทีสิ” กนธิชาในชุดออกกำลังกายอ้าแขนออกรับร่างของลูกสาวเพื่อน หอมแก้มกันไปมาก่อนจะวางลงให้ยืนกับพื้นตามเดิม “หิวแล้วใช่ไหมเรา” พัชชาถามขึ้นบ้าง ทำเอาเด็กหญิงยิ้ม “หิวค่ะ จะกินนม” เธอพูดแค่นั้นแล้วก็พูดกับตัวเองต่อเหมือนกับบ่นอะไรงึมงำตามประสาเด็ก “แม่ว่าหนูกินข้าวก่อนดีกว่าลูก อย่าเพิ่งกินนมเลยเนอะ” ปราณชนกบอกลูก พัชชาจึงเอ่ยว่า “พาลูกไปกินบุฟเฟต์ที่ห้องอาหารสิปราง เผื่อเห็นของกินเยอะๆ จะอยากกินอะไร ไปเจอเด็กๆ คนอื่นบ้าง” “ก็ดีเหมือนกัน มาเที่ยวทั้งทีกินให้คุ้ม” กนธิชาเห็นด้วย “งั้นไปกันเลย พวกเธอจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหม” ปราณชนกเตรียมหยิบกระเป๋าสตางค์และคีย์การ์ดบ้านพัก “เราไม่เปลี่ยนแต่ยายพายต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว” กนธิชาพูดอย่างรู้นิสัยเพื่อน “พวกเธอพาหลานไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป” พัชชาเดินเข้าห้องพักด้านในเพื่อเปลี่ยนชุด ปราณชนกมองตามแล้วจึงหันไปเรียกลูก “งั้นเราไปกันเถอะกอหญ้า น้องปายมาค่ะ แม่อุ้มไปหม่ำๆ กัน” สิบห้านาทีต่อมาเมื่อได้ที่นั่งและหญิงสาวดูแลเรื่องอาหารของลูกเรียบร้อยแล้ว โดยที่น้องปายสามารถรับประทานเองได้ สองสาวเพื่อนซี้จึงคุยกันไปด้วยระหว่างกินมื้อเช้า “แล้วนี่ปรางจะเริ่มทำงานเลยไหม” กนธิชาถามเพื่อนสาวที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทมาหมาดๆ “ฮื่อ... กอหญ้าล่ะ เป็นไงบ้างช่วงนี้งานโอเคยัง” ปราณชนกถามถึงงานของอีกฝ่าย “โอเคอยู่ เริ่มอยู่ตัวก็ไม่มีอะไรแล้ว ว่าแต่เธอเถอะปรางคิดยังจะทำอะไรที่ไหน” “ก็ช่วยงานที่บ้านแหละ ช่วยคุณแม่ดูแลร้านอาหาร” ครอบครัวของปราณชนกมีธุรกิจหลายอย่าง รวมถึงร้านอาหารไทยชื่อดังแบรนด์หนึ่งที่มีหลายสาขาในหลายห้างทั่วประเทศ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเรียนจบปริญญาโทปาริฉัตรได้บอกเธอไว้แล้ว ว่าจะยกกิจการนี้ให้ดูแลและดำเนินกิจการต่อซึ่งเธอเองก็ค่อนข้างชอบในระดับหนึ่ง “จะได้มีเวลาดูแลลูกด้วย อีกปีกว่าปายต้องเข้าโรงเรียนแล้ว ฉันอยากมีเวลาเลี้ยงลูกเองสักปีน่ะ” เพราะว่าเวลาทองห้าขวบปีแรกของเด็กทุกคนนั้นใกล้หมดลงทุกที ปราณชนกจึงยังไม่อยากไปทำอย่างอื่นให้เสียเวลาตรงนี้ไปอีก “เข้าใจ ตอนนั้นเธอก็ต้องไปเรียนนี่เนอะ ต้องห่างลูกตั้งสองปีคงคิดถึงน่าดู” กนธิชาเข้าใจเพื่อน เป็นครั้งแรกที่เธอพูดถึงเรื่อง ‘คราวนั้น’ ต่อหน้าเพื่อนรัก ส่วนหนึ่งเพราะว่ามันผ่านมานานพอสมควร เวลามักจะเป็นเครื่องเยียวยาความเจ็บปวดได้ดีเสมอ “ฮื่อ ใช่” ปราณชนกหันไปมองลูกสาวที่กินอาหารเช้าของตัวเองอย่างเพลิดเพลิน ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวของผู้ใหญ่ โลกของเด็กมักจะดีเสมอ เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งโลกของเธอเองก็เคยเป็นเช่นนั้น ความคิดของเธอถูกดึงกลับไปยังสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย เจพี สาขาบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ ช่วงปีแรกเป็นเวลาที่สนุกสนาน เธอได้พบเพื่อนใหม่สองคนคือกนธิชาและพัชชา และยังคบหาสนิทสนมกันมาจนถึงวันนี้ และเธอยังได้มีความรักครั้งแรกกับรุ่นพี่ในภาควิชาเดียวกัน ซึ่งความสัมพันธ์งอกเงยจากการที่เธอต้องไปเป็นผู้ช่วยของเขาในรายการการแข่งขันหนึ่ง เมื่อรายการจบลง แต่ความรักของเธอและเขางอกงามจนความสัมพันธ์เกินเลย เธอและธิติคบกันแบบคนรักท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของพ่อและพี่ชายแต่ทั้งสองคนก็ห้ามเธอไม่ได้ ช่วงแรกๆ ความรักเป็นไปอย่างหวานชื่น แต่เมื่อธิติเรียนจบก่อน เขาต้องเริ่มทำงานในบริษัทโมเดลลิ่งที่ครอบครัวเขาเป็นเจ้าของ มรสุมความรักก็เริ่มมา เธอและเขาถูกทดสอบด้วยระยะห่างและเวลาว่างที่มีให้กันน้อยลง แต่เรื่องเพียงแค่นั้นทำให้ความรักของเธอสั่นคลอนไม่ได้ จนปีต่อมา ธิติกลายเป็นผู้บริหารหนุ่มเนื้อหอมและเธอเองเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย ใกล้เรียนจบเต็มที ชายหนุ่มมีข่าวฉาวว่าเขามีความสัมพันธ์ลับกับดาราในสังกัดคนหนึ่ง สิ่งยืนยันมีทั้งภาพนิ่งและคลิปซึ่งตัวธิติบอกว่าเรื่องมันจบไปนานแล้ว “ปรางเข้าใจพี่หน่อยได้ไหม ว่าเรื่องของพี่กับแพมมันเกิดก่อนที่เราจะคบกันอีก” ในการพูดคุยครั้งแรก ธิติอธิบายกับเธออย่างใจเย็นและหนักแน่นว่าเรื่องของเขาและดาราสาวคนนั้นไม่เคยมีอะไรสานต่อกันอีก ปราณชนกจึงยังเชื่อสิ่งที่เขาพูด แต่ว่าดาราสาวคนนั้นก็ยังอยู่ในสังกัดของบริษัทตามเดิม ยังคงออกงานเดียวกับธิติบ้างตามปกติที่เคยเป็น “ทำไมปรางไปงานด้วยไม่ได้คะ ปรางไปไม่ได้แต่แพมไปได้เหรอ” ในตอนนั้นเธอเป็นนักศึกษาฝึกงานซึ่งเลือกฝึกที่บริษัทของ คนรัก และได้เห็นหลายสิ่งที่ทำให้เริ่มระแวงอีกครั้ง “ปราง” เขาทำเสียงอ่อนใจ “ตอนนี้ปรางเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของพี่นะ ปรางจะออกงานกับพี่ได้ยังไงให้เกิด ข้อครหาน่ะ เอาไว้ให้ฝึกงานจบก่อนได้ไหมครับ” แต่แล้วคืนนั้นก็มีภาพถูกส่งมาให้เธอ เป็นภาพของธิติอยู่บนเตียงกับดาราหญิงคนนั้น ปราณชนกมือไม้สั่นไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่เล่าให้เพื่อนสองคนฟังเพื่อช่วยกันคิด “รอฟังเขาก่อนดีกว่าไหมปราง นี่พี่อาทิตย์เขาบอกว่าพี่แบงค์ไม่ได้ไปกับสาวที่ไหน เมาอยู่บ้านเขาเอง” พัชชาปลอบ “อาจจะภาพเก่าของยายนั่นที่เคยแอบถ่ายไว้ก็ได้ปราง” กนธิชาเสริมอีกคน เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไปฝึกงานตามปกติ ธิติไม่มาทำงานแต่เธอได้พบกับแพมที่มาหาเธอถึงแผนกบริหารทั่วไป “เธอเห็นรูปแล้วใช่ไหม ว่าเราสองคนมีผัวเอ้ย... ใช้ผู้ชายคนเดียวกัน” “แน่ใจเหรอ ว่าเธอยังได้ใช้เขาอยู่” ปราณชนกโต้กลับทำให้อีกฝ่ายหัวเราะ “นี่เธอเอาอะไรมามั่นใจน่ะ รู้ไหมว่าฉันคบกับเขามาก่อนเธออีก จนตอนนี้ฉันก็ยังอยู่ถ้าเธอสำคัญจริงๆ ทำไมเขาไม่เขี่ยฉันออกไปล่ะ” ถ้อยคำเสียดแทงใจและปราณชนกเถียงไม่ได้เลย “จะบอกให้นะ ฉันน่ะรู้เรื่องเธอตั้งแต่ตอนที่เธอช่วยเขาแข่ง ช่วยคิดงานงกๆ แล้ว โถ... คุณหนูปราณชนก ไม่เคยรู้เลยใช่ไหมว่าระหว่างที่เธอทำงานในครัว คิดสูตรขนมงกๆ ให้เขา เขาน่ะอยู่กับฉัน เรามีความสุขด้วยกัน เขามีคนดูแลบนเตียงส่วนฉันก็มีชื่อเสียงขึ้น ทุกวัน แล้วเธออยู่ตรงไหนนอกจากในครัว”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม