เวลาเดียวกันที่เพนต์เฮาส์ของปราณชนก เจ้าของห้องกำลังขะมักเขม้นในครัว ส่วนเพื่อนสาวสองคนอย่างกนธิชาและ พัชชาก็มารวมตัวกันที่นี่เพราะไม่รู้จะไปไหน ไม่อยากออกไปข้างนอกแต่ก็ไม่อยากอยู่ในห้องตัวเองคนเดียว
“วันนี้จะทำอะไรน่ะปราง” กนธิชาถามเพื่อนสาวที่กำลังก้มๆ เงยๆ หน้าเครื่องชั่งดิจิทัล
“ลองทำขนมสูตรใหม่น่ะ พายมะพร้าวอ่อนกาแฟเราว่าจะเสนอให้พี่แบงค์เขาใช้แข่งรอบแรกว่ามันโอเคไหม” ปราณชนกตอบไปด้วย มือก็ทำงานไปด้วย
“เราเป็นแค่ผู้ช่วยนี่ต้องคิดให้เขาด้วยเหรอปราง ไม่ใช่ว่า พี่แบงค์ต้องคิดมาเองหรือไง” พัชชาอดถามไม่ได้ คันปากยิบๆ เหลือเกินแล้ว เจ้าของงานตัวจริงไปเที่ยวหาความสำราญไม่พัก ส่วนเพื่อนตัวเองต้องมาทำงานงกๆ แทน มันใช้ได้ที่ไหน
“อาจารย์บอกว่าเขาทำอะไรไม่เป็นเลย เราก็อยากรอให้ พี่เขามาหัดทำให้คล่องก่อนแต่ก็กลัวจะไม่ทันเวลา นี่มีเวลาฝึกแค่สองสามเดือนเองจะต้องลงแข่งแล้ว”
“ก็ช่างเขาไหม ไม่ทันคือไม่ทัน มันคือความล้มเหลวของเขานี่ปราง เราจะมาเสียเวลาคิดงาน เสียค่าวัตถุดิบพวกนี้ไปทำไม” พัชชาเสียงสูง วันนี้เธอรู้ว่าธิติไปเที่ยวกับพวกเพื่อนๆ เขา ถามว่ารู้ได้ยังไง ก็รู้จากอาทิตย์เพื่อนสุดที่รักของตานั่นล่ะ
“แต่เราไม่อยากให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อ ไม่อยากให้อาไจ๋ผิดหวัง พี่แบงค์จะทำเต็มที่ไหมก็เรื่องของเขา แต่เราถือว่าเราทำหน้าที่ของเราก็พอแล้วพาย” ปราณชนกตอบ
“พี่เพิ่งรู้ว่าลูกไปเป็นผู้ช่วยในทีมเชฟที่จะเข้าแข่งรายการของคุณไจ๋เหรอปริม” วิศรุตถามภรรยาในบ่ายวันหนึ่ง
“อ๋อ ค่ะลูกบอกปริมแล้วแต่ปริมลืมเล่าให้พี่เล็กฟัง มีอะไรเหรอคะ” ปาริฉัตรมองหน้าสามีว่าเขาจะพูดอะไรต่อ
“พี่ไม่ค่อยเห็นด้วยน่ะ หนูปริมลองบอกน้องปรางให้คิดใหม่ ดีไหมจ๊ะ พี่กลัวลูกเหนื่อยเกินไป”
“เหรอคะ” ปาริฉัตรทำหน้างง “แต่น้องปรางเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนะคะ ลูกน่าจะแบ่งเวลาได้”
“ผมเห็นด้วยกับพ่อครับแม่ แม่รู้ไหมว่าใครคือเชฟที่น้องต้องไปช่วย” ปริญเดินเข้ามาได้ยินที่บิดามารดาคุยกันพอดี
“ใครเหรอครับน้องปริ๊น” ปาริฉัตรหันมาสนใจลูกชายคนกลาง เธอเคยเรียกเขาว่าน้องปริ๊นตั้งแต่เด็กก็ยังเรียกแบบเดิมเสมอมาจนถึงตอนนี้ที่เขาเป็นนักศึกษาปีสาม
“ไอ้แบงค์ไงฮะแม่ ลูกชายอาบุรีเพื่อนสนิทอารวี มันเจ้าชู้จะตายแล้วจะไว้ใจให้น้องไปอยู่ใกล้ๆ มันได้ยังไง” ปริญได้ทีจึงใส่ไฟ คู่แค้นอย่างธิติแบบไม่รีรอ
“นั่นไง ถ้าไอ้หมอนี่พี่ไม่โอเค ไม่อยากให้ลูกเราไปคบค้าสมาคมกับครอบครัวนั้นเลย” วิศรุตบอกตามตรง จากปัญหาเดิมที่เคยมีเรื่องกินใจกันมาก่อนทำให้เขาเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
“นี่ผมได้ข่าวมาว่ามันก็ไปมีซัมธิงกับเด็กในสังกัดตัวเอง แล้วในคณะก็ผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลัง พ่อบอกให้น้องถอนตัวดีกว่าหรือว่าถ้าน้องไม่กล้าพูดเราลองไปคุยกับอาไจ๋ดีไหม” ชายหนุ่มรวบรัดตัดความ ไม่ชอบหน้าไอ้หมอนั่นก็ส่วนหนึ่งแต่ความห่วงน้องสาวนั้นเขาหมายความตามนั้นจริงๆ
สองพ่อลูกเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยจนปาริฉัตรส่ายหน้าอย่างระอาใจ เวลาเกิดไม่ชอบหน้าใครขึ้นมาทั้งวิศรุตและปริญต่างไม่เคยห้ามกันเลย
“อย่าเพิ่งตีโพยตีพายเลยค่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวปริมจะคุยกับลูกเราก่อนนะคะพี่เล็ก น้องปริ๊นด้วยอย่าเพิ่งโวยวาย อย่าเพิ่งคิดไกลเกินมันอาจจะไม่ได้มีอะไรก็ได้” ปาริฉัตรพูดเรียบๆ ทำให้สองพ่อลูกเงียบเพราะรู้ว่าเธอเริ่มไม่ชอบใจแล้ว
“อ๋อ มันเป็นงานของมหาวิทยาลัยค่ะแม่ ปรางเข้าร่วมกิจกรรมก็จะได้คะแนนด้วยค่ะ จะได้ไม่ต้องไปทำพวกเข้าซ้อมเชียร์อะไรพวกนั้นไงคะ” ปราณชนกคุยโทรศัพท์กับมารดาในคืนนั้น เธออธิบายให้คุณแม่เข้าใจเรื่องที่ต้องเป็นผู้ช่วยของธิติในรายการเรียลลิตี้แข่งขันทำอาหารที่ว่า
“มีอาจารย์เป็นที่ปรึกษาด้วยใช่ไหมลูก” ปาริฉัตรถามต่อ
“ค่ะแม่ อาจารย์สุนีย์หัวหน้าภาควิชาคหกรรมเป็นที่ปรึกษาโครงการค่ะ”
“อาจารย์หม่อมป้าดูแลเองเลยเหรอลูก งั้นดีแล้วล่ะ ขอให้ชนะกันนะ” ปาริฉัตรได้ยินชื่ออาจารย์สุนีย์ก็โล่งใจ หรืออีกชื่อที่เป็นที่รู้จักคือ “อาจารย์หม่อมป้า” ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารไทยและนานาชาติชื่อดัง คำว่าหม่อมป้าได้มาจากการที่ท่านเป็นภริยาของหม่อมราชวงศ์คนหนึ่ง ส่วนตัวท่านเองนอกจากเป็นอาจารย์ก็ยังเป็นนักออกแบบอาหารชื่อดังที่เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงสังคมอีกด้วย
“มีอะไรหรือเปล่าคะแม่ หรือว่าคุณพ่อไม่อยากให้ปรางร่วมทีมคะ” ปราณชนกถามกลับ
“เปล่าหรอกลูก คุณพ่อกับพี่ปริ๊นเป็นห่วงลูกน่ะ เขาบอกว่ารุ่นพี่ของหนูที่เป็นคนเข้าแข่งประวัติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เจ้าชู้มากเลย ไม่ค่อยอยากให้ลูกอยู่ใกล้ๆ แต่แม่ว่าพ่อเขาก็คิดมากตามปกติน่ะล่ะ”
ปาริฉัตรรู้ดีว่าสามีและลูกชายสองคนล้วนห่วงและหวง ปราณชนกกันทั้งนั้น ตามประสาลูกสาวและน้องสาวคนเดียว แต่ตัวเธอเองกลับมองต่างว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่ลูกจะได้ไปเห็นบรรยากาศ การทำงานจริงๆ ประสบการณ์ที่ใช้เงินซื้อไม่ได้นั้นสำคัญมากที่ ปราณชนกจะเก็บสะสมไว้ใช้ต่อยอดในอนาคตได้
“พี่แบงค์เขาแค่หน้าตาดีมั้งคะแม่ แต่เขาไม่น่าจะเจ้าชู้กับหนูเองเขาก็ไม่เคยมีท่าทางแปลกๆ อะไรด้วยค่ะ” ปราณชนกบอกตามตรง ตามประสาคนเรียนภาควิชาเดียวกัน แม้จะคนละชั้นปีแต่เธอย่อมได้ยินและได้เห็นอยู่ว่าธิติมีสาวๆ สนใจเยอะจริง แต่เรื่องที่เขาไปตามจีบใครนั้นหญิงสาวไม่เคยเห็นกับตา และกับตัวเธอเองเขาก็ปฏิบัติตัวด้วยแบบรุ่นพี่รุ่นน้องปกติทั่วไป
“ดีแล้วลูก แม่ไม่ได้ห้ามหนูคบกับใครนะคะแม่เชื่อใจหนู แต่แม่ก็เข้าใจพ่อกับพี่เขาเหมือนกันว่าเป็นห่วง”