วันต่อมา…
ฮาชิลงมานั่งทานข้าวเช้าที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะไปมหาลัย โดยมีแม่กับป้าที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยกันกับเขา
“วันนี้ชิกลับเร็วไหม เดี๋ยวแม่ให้ป้าไปรับ”
“ผมกลับเองได้ครับแม่”
ฮาชิพูดพร้อมกับเงยหน้ายิ้มอ่อนๆให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“วันนี้แม่มีนัดทานข้าวน่ะ อยากให้ชิไปด้วยกัน ไปเป็นครอบครัวไงจ๊ะ”
ชัญญาส่งสายตาออดอ้อนให้คนเป็นลูกชายเพราะอยากให้เขายอมไปด้วย
“งั้นก็ได้ครับ ผมเลิกประมาณสี่โมงเย็น ยังไง..ถ้าป้าถึงแล้วก็โทรมานะครับ”
“ได้เลย”
คุณป้าของฮาชิหันมาสบตาและยิ้มตาหวานกับชัญญาอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารกันต่อ
“ผมไปก่อนนะครับแม่”
ฮาชิพูดพลางก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมืออย่างรีบๆ
“อ้าว..นี่อิ่มแล้วหรอ?”
แม่เอ่ยขึ้นขณะเห็นฮาชิทำท่าทางจะลุกถอยออกจากโต๊ะอาหาร
“ใช่ครับ วันนี้ผมต้องรีบไป ไว้เจอกันตอนเย็นนะครับ”
“ได้จ้ะ แม่จะตั้งตารอนะ”
ชายหนุ่มยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไป เขาคิดว่าวันนี้แม่กับป้าทำท่าทางแปลกๆ แต่ฮาชิก็ไม่ได้สนใจมากนักเพราะเขากำลังรีบ
09.00 น.
วันนี้ชายหนุ่มมีพรีเซ้นงานทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย ที่เขารีบก็เพราะต้องมาเตรียมตัวพรีเซ้นกับเพื่อน ถึงก่อนหน้านั้นพวกเขาจะซ้อมกันมาหลายรอบแล้วก็เถอะ
เขาพรีเซ้นหน้าห้องกับอาจารย์ทั้งวันโดยไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอ วันนี้ฮาชิรู้สึกเหนื่อยมากๆ เพราะมันหนักทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย
หลังจากเลิกเรียนได้พักใหญ่ๆ..เมื่อกี้ป้าของเขาพึ่งโทรมาบอกว่ากำลังจะมารับไปทานข้าว ฮาชิก็บอกโอเค เขาคิดว่านานๆทีออกไปทานข้าวข้างนอกกับแม่และป้าบ้างก็ดี เพราะตั้งแต่พ่อเสียไปเขาก็แทบไม่ได้ออกไปไหนเลย มันทำให้ฮาชิเป็นคนเงียบขรึม โลกส่วนตัวสูง และไม่สนใจใคร
แต่พอคิดๆแล้ว ก็มีผู้หญิงอยู่หนึ่งคน ที่ทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก
ชายหนุ่มรีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัว เขาพอเข้าใจสถานการณ์ ดูก็รู้ว่าระหว่างเขากับเธอในตอนนี้ มันแทบจะกลับมาคุยกันเหมือนเดิมไม่ได้ด้วยซ้ำ พอนึกมาถึงตรงนี้ ใบหน้าหล่อก็มีสีหน้าเศร้าๆขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ในตอนนั้นเอง ป้าของฮาชิก็ขับรถมาถึงพอดี..
“นี่เราจะไปร้านไหนกันครับ”
ชายหนุ่มถามขึ้นหลังจากเขาเข้ามานั่งในรถแล้ว ฮาชิรู้สึกตะหงิดใจตั้งแต่เมื่อเช้าว่าแม่กับป้ามีท่าทางแปลกๆ ทั้งอาการยิ้มเริงร่าและตื่นเต้นแบบผิดปกติมากกว่าทุกวัน
“ร้านพิเศษเลย เป็นร้านที่แม่ชิอยากไปมานาน”
ป้าพูดพร้อมกับหันมายิ้มให้หลานชายอย่างอารมณ์ดี ส่วนฮาชิได้แต่เลิกคิ้วทำหน้างงๆ
“นี่แม่รออยู่ที่ร้านแล้วหรอครับ”
“ใช่จ๊ะ”
คนเป็นป้าบอก ก่อนจะบังคับพวงมาลัยเข้ามาจอดในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ฮาชิจำได้ทันทีว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เขากับครอบครัวมากันบ่อยๆตอนที่เขายังเป็นเด็ก ในร้านจะเป็นแบบไพรเวททุกห้อง แถมบรรยากาศก็ดีสุดๆ
ฮาชิเดินเข้าไปข้างในกับป้า พร้อมกับมองรอบๆร้าน เขาสูดกลิ่นอายที่คุ้นเคยเข้าไปจนเต็มปอด ชายหนุ่มยังคิดถึงตอนที่พ่อยังอยู่ พ่อชอบชวนแม่มาที่ร้านนี้บ่อยๆ พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ฮาชิก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขารู้สึกระลึกถึงความหลังที่เคยมาทานข้าวกับครอบครัวที่นี่
“มากันกี่ท่านคะ?”
พนักงานต้อนรับถามขึ้น..
“พอดีจองห้องไว้แล้วค่ะ ชื่อคุณ ชัญญา”
“อ่อ คุณชัญญารออยู่ในห้องอาหารแล้วค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”
พนักงานเดินนำหน้าไปยังห้องอาหารส่วนตัว ก่อนจะเปิดประตูให้คุณป้ากับฮาชิเดินเข้าไป
ชายหนุ่มเดินตามหลังป้าเข้าไปแล้วก็ต้องตกใจ เพราะภายในห้องไม่ได้มีแค่ครอบครัวของเขา ยังมีอีกหนึ่งครอบครัวที่ฮาชิรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี พอเห็นแบบนี้ชายหนุ่มก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมแม่ถึงชวนเขาออกมาทานข้าวนอกบ้าน
“อ้าวชิ..ลูกมานั่งนี่มา เดี๋ยวแม่แนะนำให้รู้จัก”
ชัญญา..แม่ของฮาชิเรียกให้ลูกไปนั่งตรงข้ามกับผู้หญิงที่เธอพยายามจะจับคู่ให้กับลูกชาย
“สวัสดีครับ คุณอา คุณน้า ”
ฮาชิยกมือไหว้ผู้ใหญ่ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน เขารู้แล้วว่าความรู้สึกแปลกๆของเมื่อเช้ามันคืออะไร เขาเคยรู้จักครอบครัวผู้หญิงคนนี้ ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นกับพ่อแม่ในตอนที่ยังเป็นเด็ก
“นี่ หนูริน เป็นลูกของเพื่อนแม่เอง”
“ครับ”
ฮาชิตอบสั้นๆพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเหลียวมองใบหน้าของนะรินที่กำลังยิ้มอย่างเขินอาย ในตอนนี้..เขาค่อนข้างอึดอัดที่ต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้หญิงที่แม่เขาสนับสนุนให้คบจนออกหน้าออกตา
“นี่พี่ฮาชินะ หนูรินทำความรู้จักกันไว้”
“ได้เลยค่ะ คุณแม่”
นะรินรับคำ พร้อมกับชายตามองฮาชิที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอเคยเจอฮาชิตอนเด็ก หญิงสาวไม่คิดว่าโตมาเขาจะหล่อขนาดนี้ ทำเอาหัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ข้างใน
“เราสั่งอาหารกันดีกว่าเน้อะ นี่คุณเมนู”
ลินีส่งเมนูให้สามีที่เป็นคนญี่ปุ่น เขากับเธอไปๆมาๆระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ทำให้ทั้งครอบครัวสามารถพูดได้สองภาษา ส่วนนะรินเธอเกิดและโตที่โตเกียว พึ่งจะกลับมาเรียนที่ไทยในช่วงจะขึ้นมหาลัย ตั้งแต่บินมาถึง ลินีก็รีบโทรบอกชัญญาทันที เพราะอยากให้ฮาชิกับรินได้มาเจอกันเร็วๆ
“ลูกๆทั้งสองอยากกินอะไรก็สั่งได้เลยนะ”
แม่ของนะรินบอกพร้อมกับยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข เธอพาลูกสาวมาเจอตัวว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคต พอเห็นปฏิกิริยาของลูกสาวแล้วก็รู้เลยทันทีว่าน่าจะชอบฮาชิอยู่ไม่น้อย ก็เล่นแก้มแดงเขินตัวบิดไปมานั่งไม่ติดเก้าอี้ซะขนาดนั้น มีหรือคนเป็นแม่จะดูไม่ออก
“เออนี่ ชัญญา เธออยากให้หมั้นกันวันไหนดีล่ะ”
ลินีกระซิบถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ พอเจอฮาชิแล้ว เธอเห็นว่าเด็กคนนี้มีอะไรมากกว่าที่คิด แถมยังได้ยินเพื่อนสนิทบอกว่าเขาตั้งใจเรียนและเรียนเก่งมากๆ
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกลินี ถ้าทั้งคู่เริ่มสนิทกันก็จัดงานหมั้นได้เลย”
ชัญญาบอกอย่างตรงไปตรงมา เธอไม่อยากให้ฮาชิไปคว้าเอาผู้หญิงคนอื่นมาทำเมีย เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงอื่นจะดีเท่าหนูรินรึป่าว
“ว่าแต่..หมั้นตั้งแต่ตอนเรียนคงไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ลินีถามเพื่อความแน่ใจ เพราะยังไงเธอก็ต้องถามความเห็นจากสามีอีกอยู่ดี
“โอ้ยย ไม่หรอกน่า ดีซะอีก เจ้าชิจะได้ไม่หันมองสาวอื่น ก็หนูรินน่ารักขนาดนี้ไม่หลงได้ไง”
“อื้ม นั่นสินะ เธอนี่พูดถูกใจฉันจริงๆ สมแล้ว..ที่จองกันไว้ตั้งแต่เด็ก”
แม่ของทั้งสองกระซิบคุยกันอยู่นานก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความพอใจ
“อืม..พี่ชิชอบกินอะไรหรอคะ?”
นะรินถามฮาชิพร้อมกับส่งแววตาหวานเยิ้มให้หนุ่มหล่อที่อยู่ตรงหน้า
“พี่ชอบทงคัตสึน่ะ”
“งั้นสั่งให้รินด้วยนะคะ เอาแบบพี่ชิเลย”
เธอบอกฮาชิเสียงออดอ้อน
“ได้ครับ”
เขารับคำสั้นๆ ก่อนจะหันไปสั่งอาหารกับพนักงาน
เวลาผ่านไปซักพัก อาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มีแค่ฮาชิที่ตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารในจานตัวเองอย่างเงียบๆ
“นี่ชิ ชวนหนูรินเค้าคุยด้วยสิลูก”
ชัญญาหันมากระซิบลูกชายที่เอาแต่ตั้งตาทานข้าวโดยไม่สนใจผู้หญิงสวยๆที่นั่งอยู่ต่อหน้า
“แม่ครับ..ผม..”
ฮาชิกำลังจะบอกปฏิเสธแต่ก็โดนแม่พูดดักไว้ก่อน ชายหนุ่มได้แต่แอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เอาน่า..กลับบ้านไปเดี๋ยวค่อยคุย ถ้าอิ่มแล้วก็รีบพาน้องไปนั่งกินไอติมข้างนอกสิ”
“ได้ครับ”
ฮาชิรับคำอย่างขัดไม่ได้ เขาไม่อยากทำลายบรรยากาศและหักหน้าแม่ต่อหน้าคนอื่น ถึงในใจจะรู้สึกไม่พอใจคนเป็นแม่อยู่บ้าง ที่คนเป็นแม่ไม่คิดจะบอกเขาเลยซักคำ ชายหนุ่มรู้ว่าเขาไม่สามารถทำตามใจแม่ของตัวเองได้ทั้งหมด
ที่บ้าน 21.20 น.
หลังจากกลับมาถึงบ้านฮาชิก็รีบเดินเข้าไปคุยกับแม่ในทันที
“แม่ทำแบบนี้ได้ยังไงครับ?! ไม่ถามผมเลยซักคำ”
“เอาน่า ก็แม่อยากให้ชิเป็นแฟนกับหนูรินนี่ น้องออกจะน่ารัก นิสัยก็ดี”
“แต่ผมไม่ชอบเธอ แม่เลิกบังคับผมซักทีเถอะ!”
ฮาชิพูดอย่างหัวเสีย เพราะวันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน แถมมาเจอแม่ทำเรื่องแบบนี้อีก
“น่า..ฮาชิใจเย็นๆ”
คนเป็นป้าเข้ามาห้ามเพราะฮาชิเริ่มพูดเสียงดัง
“ป้าก็อีกคน..ไม่บอกผมซักคำ นี่จะรวมหัวกันไปถึงไหน”
“ชิ!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ จะพูดแรงเกินไปแล้ว”
ชัญญาปรามลูกชาย เธอรู้ว่าฮาชิกำลังหัวเสียที่โดนหลอกไปแบบนั้น แต่ชัญญาคิดว่าการที่เขาได้เจอกับหนูรินคงทำให้ลูกชายตัวเองหลงรักได้บ้าง
“ก็ได้..ผมจะพูดดีๆ แม่เลิกจับคู่ให้ผมได้แล้ว มันหมดยุคแล้วครับแม่!!”
เขาพูดด้วยความโกรธ ที่แม่ตัวเองทำอะไรเอาแต่ใจขนาดนี้
“ผมเหนื่อยแล้วครับ แม่อยากทำอะไรก็ทำเลยต่อไปนี้ไม่ต้องมาสนใจผม!!”
ชายหนุ่มพูดเสียงดังด้วยความโกรธ ก่อนจะเดินหนีขึ้นบันไดไปชั้นบน
“ชิ!! ชิ!! เดี๋ยว!”
ชัญญาเรียกตามแต่ก็ไม่ได้ผล เธอคิดผิดเองที่ทำอะไรแบบนี้ คนเป็นแม่คิดในใจว่าถ้าเธอบอกฮาชิก่อนคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
“ปล่อยให้ใจเย็นลงก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยเข้าไปคุยอีกรอบ”
คนเป็นป้าบอกพลางเข้าไปปลอบชัญญาที่นั่งถอนหายใจอยู่บนโซฟา
”อื้ม ว่างั้น..”
ตัดมาทางฝั่งของอลิซ..
หญิงสาวนอนไถฟีดอยู่อย่างสบายใจ อลิซนึกถึงคนที่มอและเพื่อนๆที่เป็นมิตรกับเธอ ทุกคนให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง รวมถึงพี่ลีโอ..แต่ในขณะเดียวกัน..อลิซก็คิดถึงฮาชิ..ผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจเสมอตอนที่อยู่ด้วยกัน
ตอนนี้เอง..ที่อลิซเลื่อนฟีดมาเจอกับโพสต์หนึ่งที่ถูกแท็ก เธอรู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก เพราะในภาพมันคือครอบครัวของฮาชิและผู้หญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาน่าจะเป็น…
แฟนหรอ?!
อลิซเลื่อนอ่านโพสต์ใต้รูปภาพ เห็นสองคนนั่งกินไอติมด้วยกัน ตักอาหารให้ มันทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก..
มาทานข้าวกับเพื่อนสนิทที่พึ่งกลับมาจากญี่ปุ่น
-รูปภาพ-
ลูกสาวเธอ..ฉันจองให้เจ้าชิมาตั้งแต่เด็กแล้วจ้า
-รูปภาพ-
พาว่าที่เจ้าสาวในอนาคตมาทานข้าวร้านโปรด
-รูปภาพ-
ฮาชิถูกแท็กในโพสต์นี้..
“เฮ้อออ! ทำอะไรอยู่นะเรา..ไม่ได้เป็นอะไรกับฮาชิซักหน่อยจะเศร้าทำไม”
อลิซพึมพำออกมาเบาๆ เธอชอบฮาชิมาตั้งแต่ตอนเริ่มสนิทกัน นี่สินะคือเหตุผลที่เขาตีตัวออกห่างจากเธอ..