หลังจากนั่งทานข้าวด้วยกันกับฮาชิที่โรงอาหาร เขาและเธอก็แยกย้ายกันไปเรียน..
“อืม ใจเต้นแปลกๆ”
อลิซนั่งพึมพำคนเดียวขณะที่อาจารย์กำลังสอนไปเรื่อยๆ เธอเอาแต่นึกถึงตอนที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับฮาชิ เขาช่างดูอบอุ่นและดูแลเธอดีจริงๆ ปกติเขาทำแบบนี้กับคนอื่นไหมนะ เธอเผลอคิดถึงการกระทำของเขาที่ทำดีต่อเธอ ด้วยความเหม่อลอย จึงต้องพยายามเรียกดึงสติของตัวเองให้กลับมาอยู่ในห้องเรียนเหมือนเดิม
“คิดอะไรเลอะเทอะ”
11.50 น. เลิกเรียน
“ไว้เจอกันนะพวกมึง”
“อื้ม ไว้เจอกัน”
อลิซโบกมือให้เพื่อนในเซคที่นั่งเรียนด้วยกัน เธอไม่ได้สนิทกับใครมากนัก จึงแยกย้ายกันไปหลังจากออกจากห้อง
ร่างเล็กเดินมานั่งรอฮาชิที่สวนคนเดียว ขณะเอางานที่อาจารย์สั่งออกมาทำรอเขาไปด้วย
จู่ๆ ก็มีฝีเท้าของคนๆหนึ่งเดินมาหยุดอยู่หน้าเธอ
“แฟนเก่าม่อนป่ะ?”
“อื้ม ทำไมหรอ?”
อลิซพูดเสียงนิ่งพร้อมกับเงยหน้ามองคนที่เข้ามาถามอย่างจริงจัง เธอรู้ทันทีว่านี่คือแพมแฟนใหม่ของม่อน
“ก็น่ารักดีนี่ แต่ทำไมยังไม่เลิกคุยกับแฟนคนอื่น”
สาวหน้าสวยพูดแซะจ้องมองมาหาอลิซอย่างคิดจะเอาเรื่อง
“ใครคุยหรอคะ มีแต่เขาที่โทรมาหา แย่งคนอื่นไปแล้วยังจะกลัวอะไรอีกหรอ?!”
อลิซพูดเสียงประชดประชันจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่กระพริบ เธอคิดว่า ถ้าผู้หญิงคนนี้เข้ามาหาเรื่อง เธอก็จะสู้ให้ถึงที่สุดเพราะไม่ใช่คนผิด
“มั่นหน้าดีนี่ ทำใจซะเถอะ ยังไงเขาก็ไม่เลือกเธออยู่ดีนั่นแหละ!”
“อ่อ พอดีว่าทำใจนานแล้วแหละค่ะ! ถ้าจะมาหาเรื่องกันก็ช่วยดูหลักฐานบ้างนะคะ”
อลิซพูดเสียงแข็งด้วยความโมโห เธอเปิดการโทรเข้าโทรออกและแชตให้แพมดู มันขึ้นว่ามีแต่ม่อนที่โทรหาและส่งข้อความหาอลิซเป็นระยะๆ พอแพมเห็นก็อึ้งตาโตจนพูดไม่ออก เธอไม่คิดว่าม่อนจะกล้าโกหกเธอและมิหนำซ้ำยังมีเยื่อใยกับอลิซอยู่ ตอนนั้นอารมณ์ความโกรธก็พุ่งสูงขึ้นจนแสดงออกมาทางสีหน้าว่ารู้สึกแขยะแขยงและเกลียดอลิซมากๆ
“หึ! แค่นี้ อ๊ะ!!..เอาคืนไป!!”
แพมกระแทกเสียงและโยนโทรศัพท์คืนใส่มืออลิซอย่างหน้าเสีย สาวน้อยก็เกือบจะตั้งรับไว้ไม่ทัน อลิซก็โมโหมากเหมือนกันที่โดนเข้ามาหาเรื่องแบบนี้ เธอหันควับไปมองแพมด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ก่อนฝ่ายตรงข้ามจะหันมาแสยะยิ้มแล้วกระแทกส้นเท้าเดินจากไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หึ! ยัยนี่ กะจะเข้ามาหาเรื่องกันชัดๆ”
อลิซบ่นขมุบขมิบอย่างอารมณ์เสีย สาวน้อยพลางคิดว่า แย่งก็แย่งไปได้แล้วยังจะต้องการอะไรอีก ก็จริงอยู่ที่แพมบอกว่ายังไงเขาก็ไม่เลือกเราอยู่ดี ใช่เขาไม่เลือกกู และเขาก็ไม่เลือกมึงด้วย!! อลิซสบถอยู่ในใจอย่างหงุดหงิด
ตอนนั้นเอง ที่ฮาชิเดินเข้ามาหาพอดี เห็นคนน่ารักทำหน้าบูดเหมือนตูดลิงเลยอดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไร
“ยัยเตี้ย ทำไรมา ถึงได้หน้ายุ่งขนาดนั้น”
อลิซหันมาเห็นเขาทำหน้านิ่งเรียกเธออย่างเคย ก็รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ร่างเล็กจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรให้เขาฟัง
“เปล่าซักหน่อย”
เธอพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหลบตาคมที่กำลังยืนจ้องหน้าเนียนขาวอยู่
“เอ้า เป็นงั้นไป”
ฮาชิรู้ดีว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจ แต่แค่ไม่อยากเล่าให้เขาฟัง และตัวของเขาเองก็ไม่ได้อยากจะเซ้าซี้ถามอะไรต่อมากนัก
“ไปกันเถอะ”
อลิซเก็บสมุดหนังสือใส่กระเป๋าขึ้นสะพาย ก่อนจะชวนคนตัวสูงเดินออกไปจากตรงนั้น
“โอเค”
19.00 น.
อลิซนอนอยู่บนที่นอนมาสักพักแล้ว เธอเหนื่อยกับเรื่องที่เจอมาวันนี้ มันเป็นปัญหาที่เธอไม่ได้ก่อ แต่ผู้ชายที่ทำเหี้ยๆใส่คนอื่นกลับลอยหน้าลอยตา พอนึกมาถึงตรงนี้แล้ว อลิซกลับรู้สึกขนลุกขนชันให้กลับผู้ชายแบบม่อน นี่เธอรักคนเหี้ยๆนี่ลงไปได้ยังไง
“ช่างแม่งเถอะ!!”
อลิซสบถคำหยาบออกมาเบาๆก่อนจะหลับตาลง..
แต่ในเวลาเดียวกัน..ก็มีเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าจากม่อน เธอชั่งใจอยู่ซักพักก่อนจะกดรับสาย
“มีอะไร ว่ามา”
อลิซพูดเสียงแข็งใส่เพราะเธอไม่พอใจเขามากๆ
“หึ! เสียงแข็งใส่กันเลยหรอครับ”
“พี่โกหกแฟนใช่ไหมล่ะว่าหนูโทรหา น่ารังเกียจสุดๆ”
อลิซได้ทีก็ด่าเขากลับด้วยน้ำเสียงที่กำลังบ่งบอกว่าโกรธมาก
“หึๆ งั้นพรุ่งนี้มาเจอได้ไหมล่ะ เดี๋ยวเล่าอะไรบางอย่างให้ฟัง”
เขาพูดกับเธออย่างมีเลศนัย ซึ่งนั่นมันก็ทำให้อลิซอยากรู้จริงๆว่าเขาจะพูดอะไร และอยากจะจบเรื่องนี้ยังไง
“ได้ หวังว่าจะได้ยินอะไรที่มันดีๆล่ะ”
“โอเค”
ตู๊ดด!! ตู๊ด! ตู๊ด!!
ทันทีที่ม่อนวางสาย อลิซก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางคิดในใจว่า มันคือเรื่องอะไรกันนะ ที่เขาอยากจะเล่า