“ฮ่าๆ”
“แม่งโคตรจี้”
สองเสียงของแพรไหมและจีรนันท์ขำจนดังไปทั่วหน้าอาคารเรียนจนลลิลที่เป็นเจ้าทุกข์มองค้อนแล้วถามประชดออกมา
“ตลกมากมั้ย”
“โคตรตลก”
“หัวเราะให้พอเถอะพวกมึงอ่ะ ไม่ต้องสงสารกูหรอกเนอะ”
“แหม่ รับบทนางงอนไปอีก”
แพรไหมมองค้อนทั้งที่ยังหุบยิ้มไม่ได้สักนิด ก็เพราะเรื่องที่ลลิลมาเล่ามันตลกจนทนกลั้นขำไว้ไม่ได้จริงๆ
“ให้กูดีใจมั้งเจอแบบนี้อ่ะ ไหนพวกมึงให้กูยั่วไง”
“ก็ใช่ไง แต่เค้าจะเคลิ้มมั้ยก็อีกเรื่องเนอะ ฮ่าๆ”
“พวกมึงนี่นะ ไอ้พวกชั่ว”
ลลิลด่าออกมาอีกครั้งอย่างโมโห เสียหน้ากับคลื่นมาก็แย่พอแล้วยังมาเจอเพื่อนซ้ำเติมอีก
“ฮ่าๆ ใจเย็นดิวะมึงเพิ่งเจอเค้าสองครั้งให้เค้าจับมึงกินเลยอ่อ ยิ่งดุเบอร์นั้นไม่น่าง่ายหรอก”
แพรไหมบอกออกมาถึงจะยังหยุดขำให้ไม่ได้ก็ตาม
“เอ้า แล้วพวกมึงจะยุกูแต่แรกเพื่อ”
“ก็ไม่คิดว่ามึงจะทำจริงนี่หว่า ฮ่าๆ”
จีรนันท์บอกออกมาบ้างก่อนจะขำอีกระลอกใหญ่เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะบ้าจี้ทำตามจริงๆ ลลิลที่ได้ยินก็ยิ่งโวยวายออกมามากกว่าเดิม
“โอ้ย พวกมึงนี่แม่ง จำไว้เลยนะกูจะไม่เชื่ออะไรพวกมึงแล้ว”
“เหรอคะๆ ฮ่าๆ”
“กูพูดจริง”
ลลิลกอดอกหน้ามุ่ยก่อนจะหันหน้าหนีเพื่อนๆที่ยังหัวเราะกันไม่เลิกด้วยความอารมณ์เสียสุดๆ
“จ้า ฮ่าๆ”
—--------------------------
“ลิล แม่เข้าไปได้มั้ย”
“ค่ะแม่”
ลลิตะโกนตอบคนเป็นแม่ที่มาเรียกอยู่หน้าห้องนอน ก่อนจะหยุดมือที่ทำการบ้านแล้วรอด้วยความสงสัย
“ทำอะไรอยู่เหรอ”
“งานที่จะส่งพรุ่งนี้ค่ะ แม่มีอะไรรึเปล่าคะ”
“เสาร์อาทิตย์นี้น่ะ แม่กับพ่อต้องไปดูสาขาที่ต่างจังหวัดกลับมาอาทิตย์หน้าเลยเมื่อเย็นแม่ลืมบอก”
ลลนาบอกพลางเปิดดูงานที่ลูกกำลังทำก่อนจะยิ้มอย่างพอใจที่เห็นว่าลูกยังคงตั้งใจกับเรื่องเรียนเหมือนเดิม
“อ้อ โอเคค่ะ”
ลลิลตอบรับพลางยักไหล่ไม่เข้าใจว่าแม่จะเข้ามาบอกทำไมในเมื่อก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่คนเป็นแม่กลับกำชับออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสนั้นของลูก
“อยู่ได้เนอะ อย่าเหลวไหลนะเพราะแม่ให้คนงานในบ้านจับตาดูแกตลอดนะอย่าลืม”
“โอ้ย แม่คะ ทำเหมือนพ่อแม่ไม่เคยไปไหนอย่างนั้นแหละ ที่ผ่านมาลิลเคยสร้างปัญหาเหรอคะ”
ลลิลโวยวายเมื่อแม่ทำท่าเหมือนเธอเป็นเด็กเกเรอะไรแบบนั้น ทั้งที่ความจริงเธอไม่เคยออกนอกรอบที่แม่สร้างสักครั้ง นอกจากเรียนก็ขอแค่ได้ออกไปเดินเล่นกับเพื่อนวันหยุด นอกจากนั้นแทบไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรอย่างอื่นเลยด้วยซ้ำ
“แม่รู้แต่แค่เตือนไว้ก่อน ตอนนี้แกต้องตั้งใจเรียนมากๆติวเยอะๆจนกว่าจะได้มหาลัยที่ต้องการรู้มั้ย”
“รู้แล้วค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกลิลก็ต้องทำเพื่อตัวเองเหมือนกัน”
ลลิลย้ำอีกครั้ง ในใจก็เบื่อหน่ายที่แม่ชอบกังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่องทั้งที่รู้ว่าเธอเป็นแบบไหนมาตลอด
“อือ งั้นก็ดีแล้ว อย่านอนดึกมากล่ะ”
ลลนาที่เริ่มรู้ตัวว่ากำลังกดดันลูกมากไปก็พยักหน้าแล้วขอตัวออกไปทันที
“ค่ะ”
—------------------------
“มึงเป็นไรวะคลื่น ดูงุ่นง่านแปลกๆนะ”
รพีที่มองดูอาการเพื่อนมาสักพักถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่เพราะคำที่ใช้มันแปลกซะจนธรากรต้องขัดขึ้นมาทันที
“หงุดหงิดพอไอ้ห่านี่ สรรหาคำมาพูดนักนะ”
“อรรถรสไงไอ้เตอร์ ว่าแต่มึงเป็นไร”
“เสือก”
คลื่นตอบเน้นเสียงใส่หน้าเพื่อนก่อนจะหันมาดื่มต่อด้วยใบหน้าที่หงุดหงิดเหมือนเดิม ทำเอารพีที่โดนด่าเอามือกุมหน้าอกทำหน้าเจ็บปวดแล้วบ่นออกมา
“โอ้โห เจ็บจี๊ด”
“ไม่ต้องรู้เรื่องแล้ววันนี้แต่ละตัว กูจะบ้าตาย”
ธรากรส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาที่เพื่อนอีกคนก็แสนตึง ส่วนอีกคนก็ปัญญาอ่อนเกินจะแก้ไข
“ว่าแต่แฟนมึงไม่เห็นมาด้วยวะวันนี้ ปกติเห็นตามมาตลอด”
“ใครแฟนกู กูโสดเหอะ”
“โอ้โห กล้าพูดเนอะมึงอ่ะ ใครไม่รู้บ้างว่ามึงกับเอินไม่ใช่เพื่อนกันกูถามหน่อย”
รพีย้อนถามเสียงสูงพร้อมทำสีหน้าไม่เชื่อสุดๆ คลื่นถอนหายใจออกมาแรงๆแล้วย้ำด้วยความเบื่อหน่าย
“เพื่อนเฉยๆกูบอกกี่ครั้งแล้ว”
“โอ้ย เพื่อนห่าอะไรเค้านอนด้วยกันไอ้คลื่นมึงบ้าป้ะ”
“มึงคบกับทุกคนที่นอนด้วยเหรอไอ้พี”
เป็นคลื่นที่ย้อนถามบ้างเมื่อไม่เข้าใจว่าเพื่อนจะยัดเยียดสถานะอะไรให้นักหนา ทั้งที่ก็ยืนยันมาตลอดว่าไม่ใช่
“ก็ไม่ใช่ แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมแบบพวกมึงอ่ะ เป็นเพื่อนกันมาก่อนอีกต่างหากกูถามจริง”
“ปกติมั้ย แยกแยะได้”
“มึงแยกได้คนเดียวน่ะสิ ดูไม่ออกจริงอ่อวะว่าเอินชอบมึงอ่ะ”
รพียังคงถามกลับเพราะใครๆก็ดูออกทั้งนั้นว่ารติยาชอบคลื่นมานานมากขนาดไหน คงมีแต่เจ้าตัวที่ทำเป็นไม่รู้
“ไม่ใช่เรื่องของกู”
“แม่งกูละเชื่อเลย อย่าให้เค้ามาได้ยินเถอะร้องไห้ตายแน่ไอ้คนไร้หัวใจ”
“มันก็ไม่ได้ไร้หัวใจนะไอ้พี แค่ให้ไปผิดคน”
ธรากรแย้งขึ้นด้วยความขำ แต่เพราะความหมายที่เพื่อนๆรู้กันดีทำให้รพีอดจะปรามออกมาไม่ได้
“มึงก็แทงใจเกินไอ้ห่าเตอร์”
“พวกมึงแม่งพูดมาก แดกมั้ยเหล้าอ่ะ”
“ทำเป็นไม่อยากฟัง แต่มึงหงุดหงิดจริงอ่ะเป็นไรวะวันนี้”
ธรากรถามอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ เพราะคนแบบคลื่นไม่ได้มีอาการแบบนี้ให้เห็นบ่อยนัก
“รำคาญเด็ก”
“นี่มึงมีเด็กอื่นนอกจากเอินอีกเหรอวะ โห ก็หิวเกิน”
รพีถามเสียงสูงอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนจะมีสาวเยอะขนาดนั้น
“คนละเด็กไอ้ห่าพี กูไม่ได้หิวขนาดนั้นมั้ย”
คลื่นหันมาด่าพลางมองค้อนใส่อย่างเคืองๆที่เพื่อนพูดให้กลายเป็นคนแย่
“งั้นอะไรล่ะ เด็กที่มึงสอนเหรอวะ ไหนมึงบอกมีแต่เด็กเก่งๆสอนง่ายจะตายไง”
“ไม่ใช่ที่โรงเรียนกู เด็กที่กูไปสอนข้างนอกตอนนี้”
คลื่นบอกพลางนึกถึงหน้าดื้อๆของลลิลที่ติดอยู่ในหัวจนพาลให้ต้องยกแก้วขึ้นดื่มดับความหงุดหงิดอีกครั้ง
“ไหนมึงบอกไม่รับสอนข้างนอกไง”
“พ่อกูขอ ลูกเพื่อนเค้าไงต้องไปถึงบ้านวุ่นวายสัส”
“แล้วทำไมวะ เรียนแย่มากเหรอ”
“เปล่า เรียนดีมากแต่น่ารำคาญ”
“ยังไงวะ”
ธรากรกับรพีถามขึ้นพร้อมกันด้วยความสงสัยกับคำตอบที่ไม่กระจ่างของเพื่อน แต่เพราะไม่อยากเล่ารายละเอียดที่ไม่ควรคลื่นเลยตอบปัดไม่ให้เพื่อนเซ้าซี้ได้อีก
“ช่างแม่งเหอะ ไม่อยากพูดถึงหงุดหงิด”
“เอ้า เออๆเรื่องของมึงเถอะงั้น ขี้เกียจถามแล้วไอ้ห่า”
“แต่กูทำไมรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสนใจวะ”
รพีทำตาโตแล้วหันไปมองคลื่นด้วยความสงสัย ยิ้มกรุ้มกริ่มจนธรากรขัดขึ้นมาทันทีอย่างหมั่นไส้
“มึงแค่เสือกไอ้พี แดกเหล้าเหอะไม่ได้ออกมาบ่อยๆ”
“เออๆ นี่ก็ขัดกูเก่งจัง”
—-------------------------
“คลื่น เบาๆ อื้อ”
รติยาเอามือยันที่หน้าท้องแกร่งของคลื่น ขณะที่ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่คลื่นตอกอัดเข้าหาถี่รัว เธอถูกเรียกให้มารับคนเมาก่อนจะพาอีกคนมาที่ห้องอย่างเคย สิ่งที่แปลกไปก็คงเป็นอารมณ์ที่รุนแรงของคลื่นช่วงนี้ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
“อ้ะ อ้ะ คลื่น เบาหน่อย”
รติยาได้แต่ขอด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน สองขาเรียวถูกยกขึ้นพาดที่บ่าแกร่ง ความแข็งขืนร้อนรุ่มตอกตรึงเน้นลึกถี่รัวจนเธออ้าปากครวญครางด้วยความทรมานปนสุขสม ถึงคลื่นจะรุนแรงมากกว่าเมื่อก่อนแต่แปลกที่เธอนั้นชอบมากกว่าเดิมซะอีก เพราะไม่ว่าจะเป็นคลื่นในเวอร์ชั่นไหน ก็ทำเธอมีความสุขมากทุกครั้งอยู่ดี
“แน่ใจนะว่าให้เบา อ่า”
คลื่นถามเสียงพร่า ถึงจะเมาแต่ก็ไม่ได้ไร้สติขนาดนั้น แค่อยากหาที่ระบายให้ความร้อนรุ่มในใจมันทุเลาลงบ้าง เพราะไอ้รูปวาบหวิวโชว์เนินอกที่เด็กดื้อคนนั้นส่งมามันทำเอาคลื่นอยากขยี้ให้จมเตียงเลยน่ะสิ
“จะ จะเสร็จ อ้ะ อ๊า”
รติยาหวีดครางลั่นก่อนจะเกร็งตัวกระตุกแล้วปลดปล่อยออกมาทันที ความแน่นหนึบตอดรัดจนคลื่นนิ่วหน้า มือหนาจับขาเรียวไว้มั่นแล้วเร่งจังหวะเข้าใส่ปลดปล่อยตามออกมาทันที
“อ่า เด็กดื้อ”
“คลื่นว่าอะไรนะคะ”
รติยาถามเสียงสั่นเพราะยังอ่อนไหวกับส่วนที่เชื่อมต่อกันอยู่ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าจนฟังไม่ชัดจนต้องถามซ้ำ
“เปล่าครับ อีกรอบนะ”
คลื่นตอบก่อนจะถอนตัวตนออกมาแล้วเปลี่ยนท่าเตรียมต่อรอบสองทันที ไม่รู้ทำไมพอนึกถึงรูปของลลิลที่ส่งมาทีไรความต้องการมันก็พวยพุ่งขึ้นมาจนทนไม่ไหวอีกแล้ว ทำเอารติยาที่ไม่เคยเห็นคลื่นทำหลายรอบแบบนี้ถามด้วยความแปลกใจ
“อื้อ เดี๋ยวค่ะทำไมวันนี้แรงเยอะจัง”
“แล้วเอินไหวมั้ยครับ”
คลื่นตอบพลางสบตาคนใต้ร่างด้วยสายตาร้อนแรงจนรติยากัดปากหน้าร้อนผ่าว ร่างบางขยับเข้าหากดจูบที่คอหนาก่อนจะตอบออกมาด้วยใบหน้าที่ยั่วยวนกว่าเดิม
“ยันเช้าก็ไหวค่ะ อ้ะ อื้อ”