นอกจากการคาดเดาของเตอร์ที่มันถูกแค่บางส่วน สิ่งที่ได้รับรู้ผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทเมื่อคืนยังเป็นเรื่องที่เขาตกใจอยู่มากเช่นเดียวกัน
ยิ่งมาเห็นเพื่อนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งซึ่งลำบากตั้งแต่เด็กจนโตต้องอดทนอุ้มท้องและดูแลเจ้าเด็กคนนี้มาด้วยตัวคนเดียว นักศึกษาแพทย์ก็ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกอย่างไรก่อน
แน่นอนว่าความน้อยใจในตอนแรกนั้นมันมลายไปหมด หลงเหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจและชื่นชมคุณแม่ลูกหนึ่งผ่านนัยน์ตาสีเข้ม
“เหนื่อยมากหรือเปล่าครับ ที่ผ่านมาน่ะ”
ชายหนุ่มกล่าวถามในขณะที่เจ้าของห้องตัวจริงชงเครื่องดื่มขม ๆ นำมาวางลงตรงหน้า และยังดีที่ตอนได้ทราบเรื่องราวของกะทิว่าหายไปไหนมานั้นเตอร์ว่างจากการเรียนแล้ว จึงเลือกซื้อของใช้เด็ก พร้อมกับอุปกรณ์จำเป็นมาฝากหญิงสาวด้วยถึงที่
“มันก็เหนื่อยแหละ แต่พอมีเขาแล้วมันก็ดีมากจริง ๆ เตอร์กับโรมโกรธทิมากเลยใช่ไหม”
“ตอนแรกกูแม่งโกรธมึงฉิบหายเลยทิ จู่ ๆ ดรอปเรียนไปไม่บอกแล้วหายไปเลย มีใครจะไม่โกรธบ้างวะ”
“โรม” ว่าที่คุณหมอต้องปรามเพื่อนซึ่งหย่อนตัวลงนั่งข้างกาย โดยกล่าวความในใจออกมาเสียหมดเปลือก แต่นิสัยคิดอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ ก็เป็นอะไรที่แก้ยากสำหรับสหรัฐ
“ก็ตอนนั้นกูไม่รู้ไง ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ใครจะไปโกรธลง”
พอเห็นสีหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามหม่นหมองลงไปถนัดตา สหรัฐเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นเดียวกัน แต่เขาก็เป็นพวกพูดจาขวานผ่าซากแบบนี้ เลยทำได้เพียงแค่ยกเครื่องดื่มที่นำมาเสิร์ฟให้เพื่อนพร้อมกับตัวเองขึ้นดื่มแล้วมองออกไปยังวิวของตึกสูง
“ขอโทษนะ”
“มันไม่ใช่เรื่องที่ทิจะมาขอโทษ แล้วตกลงว่าจะเอายังไงต่อครับ ผมว่าถ้าทิจะกลับมาเรียนจริง ๆ ยังไงอยู่ที่นี่กับโรมก็น่าจะดีกว่าออกไปอยู่กันเองสองคนนะครับ”
“ใช่ ๆ แบบที่ไอ้ว่าที่คุณหมอพูดเลย อยู่กับกูที่นี่ กูช่วยมึงเลี้ยงเด็กหัวเถิกนั่นได้สบาย ๆ เลยทิ อยากได้อะไรกูจะหามาให้หมดเลย ขออย่างเดียว อย่าพากันไปลำบากลำบนอีก ถ้าไม่เชื่อที่กูพูดก็ให้เชื่อไอ้เตอร์ นี่อนาคตของประเทศชาติเลยนะเว้ย มึงไม่เชื่อมันจะไปเชื่อใครที่ไหนอะ”
“ทิเป็นสัตว์ประเสริฐครับ เรื่องแค่นี้ทำไมทิจะคิดเองไม่ได้”
“อ้าว มึงด่าว่ากูเป็นสัตว์ไม่ประเสริฐเหรอวะไอ้ว่าที่หมอเถื่อน! จบไปแล้วรักษาคนไข้ตาย กูจะช่วยเขายัดข้อหาเพิ่มให้ คอยดู!”
นักศึกษาแพทย์ลอบถอนหายใจออกมา มันแน่อยู่แล้วว่าเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์นั้นเป็นคนที่พึ่งพาอาศัยได้ แค่สภาพตอนอยู่กับคนสนิทก็เป็นอย่างที่เห็นเลย เขาจึงต้องเหลือบตามองกะทิอีกรอบ เห็นใบหน้าหญิงสาวมีความหนักใจอยู่มากจึงต้องกล่าวให้เธอคิดทบทวนอีกครั้ง
“ถ้าไม่เชื่อว่าโรมจะช่วยเลี้ยงได้ ก็ให้ทิกลับไปเชื่อตัวเองว่าเลี้ยงเขาได้ดีที่สุดแล้ว แค่เปลี่ยนพาลูกมาอยู่ในที่สะอาด สะดวกสบายขึ้น มันก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ ทิก็น่าจะรู้ดีที่สุดว่าเด็กอายุแค่นี้ไม่ควรพาเขาไปลําบากตรากตรำที่ไหนอีก ไม่ใช่ว่าผมกับโรมดูถูกทินะครับ แต่เพราะเราคือเพื่อนกัน อะไรช่วยได้เราก็อยากจะช่วย และหวังดีกับทั้งสองคน เรย์ก็หลานพวกผมเหมือนกันนะครับ”
สหรัฐอยากจะตบรางวัลให้เตอร์มันอย่างงาม ที่สามารถเกลี้ยกล่อมคุณแม่ลูกหนึ่งให้ยอมตกลงปลงใจอาศัยอยู่ที่นี่กับตนเองได้แบบไม่ต้องคิดว่าเป็นการบังคับเช่นตอนเห็นว่าเขากำลังจะโทรหาบิดา
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ทราบว่าเขาจะดีใจทำไม ทั้งที่ความจริงมันก็เป็นภาระของตัวเองไม่ใช่หรือ แค่โดนผู้ให้กำเนิดบ่นเรื่องเรียนไม่จบเสียทีก็หนวกหูจะแย่แล้ว ล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่าต่อจากนี้จะมีกะทิด้วยที่บ่นโรมเพิ่ม
แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าไอ้ว่าที่หมอมันตั้งใจจะแกล้งกันหรือไม่ ถึงได้เอ่ยฝากฝังเด็กหัวเถิกนี่เอาไว้กับเขาแล้วเป็นตัวเองที่อาสาพากะทิไปซื้อข้าวของที่จำเป็นเพิ่ม โดยอ้างว่ามันมีความรู้เรื่องนี้มากกว่าโรม
ซึ่งมันก็ดันเป็นเรื่องจริงอีก!
“แง้!”
เวร
นั่งเขียนงานส่งอาจารย์ไปไม่เท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าเด็กหัวเถิก พ่อหน้าเหมือนปลากระเบนชนปะการังจะตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับอุตุแล้ว
แล้วกะทิมันบอกเขาว่ายังไงบ้างนะ อ๋อ ต้องเอานมที่ปั๊มไว้มาให้เด็กคนนี้กินตามเวลา แล้วนมมันอยู่ไหนไอ้เหี้ย!
“แป๊บ ๆ อย่าเพิ่งร้องดิ เป็นลูกผู้ชายต้องรู้จักอดทนรู้ปะ” หานมแม่ที่บรรจุใส่ขวดเอาไว้ให้ได้จ่อถึงปาก เด็กน้อยเพียงไม่กี่เดือนที่ร้องอยู่เมื่อสักครู่ก็เงียบลง แล้วจ้องมองโรมตาแป๋ว ก่อนจะแหกปากเสียงดังขึ้นมาอีกรอบ พร้อมใช้มือเล็ก ๆ นั่นปัดป่ายขวดนมในมือของเขาเกือบกระเด็นหก “โว้ย เป็นไรอีกเนี่ย หิวไม่ใช่เหรอ นี่ไง นมแม่ที่ชอบแดกอะ อ้าปากแล้วกินเข้าไป”
เขาจะได้รีบทำงานส่งอาจารย์ซึ่งเดดไลน์คือเย็นของวันนี้แล้ว!
“แง้!”
โว้ยยย แม่งเลี้ยงยากกว่าไอ้อั๋นลูกพี่ลูกน้องเขาในความทรงจำอีกมั้ง
หรือเด็กคนนี้จะติดให้อุ้มเข้าอกเวลาดื่มนม? เนื่องจากก่อนหน้านั้นเขาก็เห็นกะทิเอาลูกชายเข้าเต้าตัวเองตลอด ถ้าจริงคือแม่งเสียนิสัย!
ทว่าเพื่อให้เด็กหยุดร้องแล้วได้กินนมตามเวลา สหรัฐจึงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วช้อนเอาตัวของเด็กชายขึ้นแนบอก แต่มันก็ยังไม่ยอมแดกนมแล้วพยายามดิ้นออกจากตักของเขาราวกับรังเกียจนักหนา
เออ รังเกียจเหมือนกันแหละ กลิ่นเด็กหัวเถิกไม่ได้หอมเหมือนแม่มึงหรอกนะ!
“โอ๋ ๆ หม่ำ ๆ นะครับ หม่ำ ๆ น้า ไม่ร้องเนอะ เด็กดี เดี๋ยวยกควายตาปราบให้สักตัวเอาปะ หัวเถิกแบบนี้ เอาแค่ควายไปก่อน โอ๊ย ไอ้เด็กคนนี้!”
เนื่องจากโน้มใบหน้าลงไปใกล้เพื่อต้องการจะโอ๋เด็กน้อย เลยกลายเป็นว่าเขาโดนมันแกว่งมืออ้วน ๆ ตบเข้าปากเต็มแรง
แม่งร้ายฉิบหาย คงไม่พอใจที่โดนเขาเรียกหัวเถิก แล้วพูดความจริงทำเป็นรับไม่ได้นะ ละจะให้กินนมมันก็ไม่ยอมกินเนี่ย
หรือหน้าเขาจะดุเกินไป เลยทำให้เด็กมันกลัว จึงลองใช้เท้าเขี่ยแท็บเล็ตที่วางอยู่ใกล้ ๆ กับหนังสือขึ้นมาวีดีโอคอลหามารดาเด็กอ้วนดู
และใช่ เพียงแค่ได้ยินเสียงเด็กชายก็เงียบทันที ให้มันได้แบบนี้!
[มีอะไรหรือเปล่าโรม หรือว่าเรย์งอแง]
“ทำไมมึงรู้อะ”
[ก็โรมไม่ใช่แม่เรย์ไหม มันก็ปกตินะ]
“แล้วเป็นพ่อได้ปะ”
[ขอทิเห็นหน้าลูกหน่อย]
“เปลี่ยนเรื่องเก่ง”
[เอาแท็บเล็ตให้เขามอง แล้วโรมลองป้อนนมดูนะ]
“กูก็คิดว่าต้องทำแบบนั้น” ตามที่คิดจริง ๆ โรมต้องอุ้มเด็กน้อยเข้าอก แล้วใช้แท็บเล็ตที่เป็นหน้าของมารดาเด็กน้อยบดบังหน้าหล่อ ๆ ของตัวเองเอาไว้อีกที ปากเล็กนั่นถึงยอมรับขวดนมเข้าปาก
แล้วเขาต้องอยู่สภาพนี้ไปจนกว่ามันจะกินอิ่มเหรอ ละอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเย็นแล้วนะโว้ย ใช้ตีนเขียนงานส่งได้เขาก็คงจะทำไปแล้ว แต่ความจริงมันไม่ได้ไง!
[โอเค เขากินไม่นาน ทิต้องรบกวนโรมหน่อยนะ]
“พวกมึงใกล้จะเสร็จยัง”
[เพิ่งถึงห้างเอง]
“เค งั้นกูต้องใช้ตีนเขียนจริง ๆ ละทิ เป็นกำลังให้กูด้วยนะ”
TBC.
สภาพ หัวโจกมาเลี้ยงเด็กน้อย