หากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่กะทิมาพูดแบบนี้ สหรัฐก็คงจะคิดว่าตัวเองกำลังโดนอ่อยอยู่ แต่นี่มันยัยแว่นอดีตหัวหน้าห้องของเขาไง
ให้นมลูกชายตัวอ้วนนอนบนตักแล้วหลับกันไปขนาดนั้น ถ้าแขนขาปกติสิแปลก ว่าแต่ไอ้เด็กนั่นมันกี่เดือนแล้ววะ ตัวหนักจริง ๆ นั่นแหละ คงจะกินนมแม่เก่งมากน่าดู ทั้งยังเล่นกำจุกนมแม่เอาไว้จนขึ้นสีระเรื่อขนาดนี้
แล้วพอได้ขยับเข้ามาใกล้ ๆ หญิงสาวอีกครั้ง ตัวกะทิมันก็หอมน้ำนมอ่อน ๆ จนลูกกระเดือกเด่นชัดต้องขยับขึ้นลงอยู่เสียหลายครั้ง ก่อนจะมีความคิดในหัวขึ้นมาแวบหนึ่งว่า
อยากลองดูดชิมดูสักครั้งว่ะ
“นมจากเต้า มันรสชาติเป็นยังไงวะทิ”
ไอ้เย็บแม่!
จู่ ๆ เขาก็แพ้เสียงในหัวเฉยเลย กูจะโดนเพื่อนตบหน้าหันหรือโดนข้อหาอะไรไหมเนี่ย
ส่วนหญิงสาวที่ปล่อยให้อดีตเพื่อนสนิทช่วยแปะซับจุกอยู่นั้นก็นิ่งไปไม่ได้ต่างกัน หลายคนคงจะเข้าใจว่าเธอเป็นผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ได้กร้านโลกอะไรมาก แต่เปล่าเลย กะทิรู้ทุกอย่าง แค่เป็นคนพูดน้อยกับไม่ชอบสุสุงสิงกับใครหากไม่สนิทจริง ๆ มากกว่า
แล้วที่โรมถามแบบนี้ก็รู้แหละว่าอีกฝ่ายคิดอะไร แต่ที่ผ่านมาชายหนุ่มก็มองกะทิเป็นแค่เพื่อนสนิทมาตลอดไม่ใช่หรือ แล้วที่ยอมให้เขาทำแบบนี้ เหตุผลมันก็มีไม่กี่คนที่รู้
ทั้งมากกว่านี้ก็ยอมให้เขากระทำมาแล้ว
วันนั้นที่กลับมาเจอกัน ตอนเช็ดตัวให้ ชายหนุ่มก็เพ้อละเมอคิดว่าเธอเป็นแฟนสาวแล้วคว้าลำคอของกะทิไปซุกจูบนานอยู่หลายนาที กระทั่งผละออกได้แล้วรีบกลับห้องเช่าไปนั่นแหละ
“หมายถึง โรมอยากชิมดูเหรอ”
“แล้วได้ไหม ถ้ากูอยากจะชิม”
ไอ้เหี้ยเอ้ย เขาคงอกหักจนเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ
ยิ่งเห็นว่ากะทิที่สบตากันอยู่ไม่ได้มีท่าทีจะหวาดกลัวตัวเอง หรือแสดงออกมาว่ากำลังโดนเขาคุกคามอยู่ มันก็ยิ่งได้ใจจนกล่าวออกไปแบบนั้น
“ลูกทิเป็นเด็กขี้หวง แต่ถ้านิดเดียวมันก็ได้อยู่”
เรียวนิ้วสวยที่หายเหน็บชามาได้พักใหญ่แล้ว ยกขึ้นไปแตะที่เต้าอวบอิ่มของตัวเองเพียงไม่กี่วินาทีน้ำนมสีขาวก็หยดลงมาที่ปลายนิ้ว ก่อนกะทิจะนำมันไปจ่อที่ริมฝีปากของบุคคลตรงหน้า ซึ่งคล้ายกับว่ากำลังต้องมนต์สะกดอะไรบางอย่างเข้าให้
ไม่นานดวงตากลมก็ต้องลอบมองไปทางอื่น ตอนที่เจ้าของห้องคอนโดทั้งชั้นนั้นแตะลิ้นร้อนตวัดเลียปลายนิ้วเพื่อลิ้มรสชาตินมที่มาจากเต้าของเธอ
“อ่า หวานว่ะทิ”
สหรัฐกล่าวพร้อมกับใช้มือบังคับให้ใบหน้าสวยหันกลับมาสบตากันดังเดิม ทั้งความกล้าได้กล้าเสียของกะทิเมื่อสักครู่ก็ทำเอาโรมใจสั่นไปหมด เขากำลังสนใจเพื่อนตัวเองที่กลับมาอีกทีก็กลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งหรือ?
จะมาสปาร์กเพราะเห็นนมมันแล้วอยากแย่งไอ้เด็กนั่นกินอะนะ แล้วที่สำคัญเหมือนโรมจะแข็ง…
“แง้!”
ก่อนเขากับเธอจะต้องผละออกจากกันแล้วหันไปมองเด็กน้อยที่จู่ ๆ ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก
เออ ทราบแล้วว่ามันหวงนมแม่จริง ๆ! ชิมนิดชิมหน่อยก็ไม่ได้
“คือว่า…”
“เค ๆ จัดการกันไปเลย กูไปห้องน้ำแป๊บเดียว”
ไอ้เหี้ยเอ้ย มองนมเพื่อนละจู๋เสือกแข็ง!
เมื่อคืนไม่ใช่เพราะเด็กน้อยหวงมารดาทั้งหมด เนื่องด้วยที่ร้องไห้ตื่นขึ้นมาเป็นเพราะพิษจากการฉีดวัคซีนของเด็กสี่เดือน
อืม ไอ้เด็กจ้ำม่ำนั่นเพิ่งสี่เดือนจริง ๆ เพราะถ้าแม่มันไม่บอกโรมก็นึกว่ามันจะเข้าขวบปีแล้ว แต่สำหรับเขาไม่ว่าจะกี่เดือนกี่ปี เด็กก็ยังเป็นเด็ก
เลยไม่อาจจะวางใจให้อยู่กันเองแค่สองคนแม่ลูกได้ต่อ วันนี้มีเรียนอีกที 5 โมงเย็นเลยด้วย ก็อยู่เฝ้าไข้ไอ้เด็กคนนี้ช่วยกะทิมันไปเลย ไหน ๆ เมื่อคืนก็ช่วยเลี้ยงมันมาทั้งคืนละ
“โรม ไข้ลูกทิลดตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ ทำไมถึงยังอยู่อีก”
แค่ต้องมาอาศัยคอนโดที่มันมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันก็นับว่าดีมากแล้ว ไม่คิดว่าเมื่อคืนโรมจะคอยอยู่ช่วยเธอเช็ดตัวลูกชายแบบไม่ยอมหลับยอมนอนอีก จวบจนรุ่งสาง ตอนนี้ก็เป็นเวลาบ่ายแล้วด้วย อีกฝ่ายก็ยังเอาแต่นั่งมองเรย์หลับอยู่แบบนั้น
หรือกำลังสงสัยอะไรอยู่
แต่เซนส์ก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก ไม่งั้นคงจะจับได้ตั้งแต่เจอกะทิกับเด็กคนนี้แล้ว โรมฉลาด แต่กับบางเรื่องก็หัวทึบเกินกว่าที่จะคาดเดาได้จริง ๆ
“จะเล่าเรื่องไอ้เด็กคนนี้แล้วก็เรื่องที่มึงหายไปให้กูฟังได้หรือยังกะทิ” ตอนแรกก็ว่าจะรอให้อีกฝ่ายพูดออกมาเอง เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวและค่อนข้างจะเซนซิทีฟอยู่มาก แต่มองไอ้เด็กนี่ไปมองเด็กนี่มา
สหรัฐกำลังคิดว่าหน้ามันช่างคุ้น ๆ
แต่มนุษย์ที่ไม่เคยรู้จักหรือเจอกันมาก่อนก็มีความคล้ายคลึงกันได้อยู่แล้ว อย่างเขาที่เป็นคนธรรมดาแล้วชอบมีคนทักว่าเหมือนดาราที่ชื่ออะไรสักอย่าง
ฉะนั้นไอ้เด็กนี่โตขึ้นมามันคงจะหน้าตาดีไม่เบา
“อ่า ไม่มีอะไรมากหรอก ทิก็แค่พลาดท้อง แล้วก็ต้องดรอปเรียนไปแค่นั้น”
“ตอนแรกบอกไม่มีเงิน”
“ระ...เรื่องนั้นก็ด้วย”
“แล้วพ่อไอ้เด็กนี่อะ”
“ขอโทษนะ แต่ทิไม่อยากจะพูดถึง”
“โอเค กูไม่เซ้าซี้ มันคงจะเหี้ยมากเลยใช่ปะ คนจิตใจดีแบบมึงถึงขั้นไม่อยากจะพูดถึง กูเข้าใจ ๆ เพราะไอ้เด็กนี่มันมีอาแบบกูแล้ว หายห่วงได้เลยทิ กูพร้อมเปย์มึงกับลูกเต็มที่”
“อย่ามัวแต่โม้ โรมมาทานข้าวได้แล้ว ไม่มีเรียนหรือยังไง”
“ครับ ๆ ผมมีช่วงเย็นอะคุณทิ”
“งั้นเลิกเล่น แล้วมาทานข้าว จะได้อาบน้ำไปเรียน”
“สั่งเป็นเมียเลยว่ะ”
กล่าวขณะที่ลุกยืนเต็มความสูง พร้อมกับกระชับผืนผ้าห่มให้เด็กน้อย ที่ใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาให้เห็นบ้างแล้ว เพราะเมื่อคืนแค่มีไข้อ่อน ๆ
เดินไปซ้อนหลังของคนที่กำลังตักข้าวใส่จานให้กันอยู่ กลิ่นมันช่างเหมือนกับข้าวที่บ้านไม่มีผิด ก่อนกะทิจะตกใจเล็กน้อยตอนหันมาสบตากัน
“ขยับออกไปนั่งได้แล้ว”
“ทำไมอะ แค่ยังไม่ได้อาบน้ำต้องรังเกียจกันเลยเหรอ ขนาดนมจากเต้ามึงกูยังไม่คิดจะรังเกียจเลยนะทิ”
“โรม”
“อะ ๆ ไม่แกล้งละ มีไรกินบ้างวะ”
ชายหนุ่มยอมผละออกมาจากคุณแม่ลูกหนึ่ง มองเมนูง่าย ๆ ที่จำไม่ได้ว่าในห้องนี้มันมีของพวกนี้ติดตู้เย็นอยู่ด้วยหรือ ขนาดนอนเขายังจำไม่ได้เลยว่าเคยเข้ามาค้างหรือเปล่า
“มีเท่าที่ลงไปหาซื้อมาได้”
“ตอนไหนอะ แล้วมีเงินด้วยเหรอ”
“ก็ตอนที่ทิฝากเรย์เอาไว้กับโรมไง ส่วนเงิน ทิก็พอมีเก็บอยู่บ้าง”
“เรย์? ไอ้เด็กหัวเถิกชื่อเรย์เหรอ”
“คือว่า...”
“อ๋อ กูแม่งรู้ละ นอกจากพ่อไอ้เด็กเรย์นี่มันจะเหี้ยจนมึงไม่อยากพูดถึง มันยังหน้าเหมือนปลากระเบนชนปะการังอีกใช่ปะ”
เฮ้อ
กะทิได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ เรย์ที่เธอตั้งให้ลูกชายมันหมายถึงแสงสว่างและความหวังต่างหาก ทั้งยังคล้องจองกับชื่อของบิดาเจ้าตัวเล็กอีกด้วย
โรมโง่เรื่องอะไรแบบนี้จริง ๆ นั่นแหละ เพราะงั้นอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอก
“อือ ตามนั้นแหละ”
TBC.
สำหรับใครที่คาดหวัง อาจจะยังน้า 5555555555