ทิพย์ธารากุมขมับอย่างกลัดกลุ้ม เธอตัดสินใจคุยกับเขาตรงๆ
“คุณอิงควัตคะ เราอาจจะสื่อสารไม่ตรงกัน แต่ดิฉันคงเป็นไกด์ให้คุณทั้งห้าวันไม่ได้หรอกค่ะ”
“ก็ไม่มีปัญหานี่ครับ ถ้าคุณมีธุระจะไปทำอะไรก็ไปทำได้เลย เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะไปเกาะปอดะแล้วช่วงบ่ายๆ คุณกลับมาส่งผมที่ภูริดารีสอร์ท ตอนเย็นคุณช่วยกลับมาพาผมไปหาอะไรกิน แล้วคุณจะไปทำธุระที่ไหนก็ตามสบาย” อิงควัตสรุป
“แล้วห้องพักที่คุณจองไว้ละคะ” ทิพย์ธาราท้วง
“ก็ไม่เป็นไร ไปพรุ่งนี้ก็คงได้ ห้องพักไม่ได้เน่าเสียนี่ยังไงผมก็จ่ายไปแล้ว คนที่ได้ประโยชน์คือคุณนะ ส่วนค่านำเที่ยวผมจะจ่ายให้ต่างหาก ค่าใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ ผมก็จะจ่ายเอง” อิงควัตตอบห้วนๆ
ทิพย์ธาราหายใจเข้าลึกๆ
“งั้นดิฉันจะพาคุณไปเปิดห้องที่ภูริดารีสอร์ทก่อนไหมคะ”
“ได้ครับ เอาที่คุณสะดวกใจ”
ทิพย์ธาราขับรถตรงไปที่ภูริดา ชายหนุ่มพูดมาหนึ่งประโยคก่อนที่เขาจะลงจากรถว่า
“ผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมคือ 'อิงควัต ฉัตรอรุณ' คนที่กำลังจะมาซื้อกิจการที่นี่”
เธอหันไปมองหน้าเขา นี่คือการมาประเมินหน้างานของเขาสิคะ อิงควัตยังไม่เคยตอบตกลงเรื่องการซื้อขายเต็มปาก เขาน่าจะรอดูอะไรหลายๆ อย่าง
“ได้ค่ะ ดิฉันจะจัดการให้”
ทิพย์ธาราตรงไปที่ฟร้อนท์ เธอจัดการให้พนักงานเปิดห้องในชื่อของเธอ ครู่เดียวหญิงสาวส่งคีย์การ์ดและกุญแจห้องพักให้กับเขา
“ห้องสวีท ซีวิวแบบหนึ่งห้องนอนค่ะ เดี๋ยวจะมีพนักงานพาขึ้นไปเก็บของนะคะ ดิฉันจะรอข้างล่างค่ะ”
อิงควัตรับของทั้งหมดมาถือไว้ จากนั้นพนักงานมาช่วยยกกระเป๋าและเดินนำไปที่ลิฟท์
“ผมขอเวลาครึ่งชม. แล้วจะลงมา”
ทิพย์ธาราถอนใจเมื่อเขาขึ้นไปที่ห้องพัก เธอก็คิดอยู่แล้วคนแบบเขาจะมาจองห้องพักที่โฮมสเตย์เล็กๆ ทำไม ที่นี่น่าจะเหมาะกว่ามาก เธอโทรกลับไปที่โฮมสเตย์บอกคนที่นั่นว่าแขกที่จองไว้จะไปพรุ่งนี้ ซึ่งน้องชายเธอก็เข้าใจอย่างดี
ทิพย์ธาราคิดอะไรเพลินๆ จนไม่ได้มองว่าใครเดินมา
“อ้าวเธอมาทำอะไรแถวนี้” ทองธาราทัก น้องสาวต่างมารดามากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีอิทธิพลอีกรายของกระบี่ เธอมาทักพี่สาวเพื่อที่จะ 'อวด' ผู้ชายคนใหม่ที่เธอคบหาด้วย
“ฉันมาทำงาน เธอล่ะ” ทิพย์ธาราตอบกลับ ในขณะที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวคลี่ยิ้มออกเหมือนคนอัธยาศัยดี
“สวัสดีครับน้องทิพย์ เราไม่เจอกันเสียนานเลยนะ” อำพลพูดยิ้มนิดๆ
“สวัสดีค่ะ เสี่ย” เธอตอบกลับ คำเรียกขานนั้นทำให้ชายหนุ่มพอใจมากขึ้น
“เรามีเรื่องที่คุยกันค้างอยู่ เรื่องโฮมสเตย์ของน้องทิพย์จำได้ใช่ไหมครับ ยังไงพี่จะหาโอกาสเข้าไปนะ” อำพลกล่าว ก่อนจะถูกทองธาราดึงไปอย่างเริ่มไม่ชอบใจ เมื่อรู้สึกว่าคู่ควงสนใจพี่สาวมากกว่าที่ควรจะเป็น
“เราไปกันเถอะค่ะ ทองหิวแล้ว อ้อ...ทิพย์เรื่องที่เธอไปกรุงเทพฯ เมื่อวันก่อนน่ะจัดการให้เรียบร้อยเร็วๆ ล่ะ ฉันรีบ” ทองธาราทิ้งท้าย
เมื่อคนทั้งสองเดินห่างไปอีกทาง อิงควัตก็ก้าวเข้ามาชายหนุ่มได้ยินทั้งหมดที่คนทั้งสองคุยกับทิพย์ธารา เขาไม่แปลกใจเท่าไหร่ ที่การสนทนาของสองสาวพี่น้องจะดูเหมือนเป็นศัตรูคู่อาฆาตมากกว่าคนในครอบครัว
“ผมพร้อมแล้ว” อิงควัตลงมาในชุดลำลองสบาย เขาสวมเสื้อยืดสีขาวของแบรนด์ดัง ทับด้วยเชิ้ตลำลองไม่ติดกระดุม กางเกงยีนส์ทรง Slim Fit สีน้ำเงินเข้ม และรองเท้าผ้าใบ หญิงสาวมองเขาแล้วนึกในใจ
'พ่อคุณเอ้ย ขนาดชุดลำลองสบายๆ ทั้งตัวรวมๆ เกือบครึ่งแสน' แล้วเขาจะไปนอนโฮมสเตย์เล็กๆ ได้ยังไง เธอนึกภาพไม่ออก
“ค่ะ” เธอเดินนำไปที่รถ และเริ่มพูดคร่าวๆ เกี่ยวกับการเดินทาง
“เราจะต้องไปขึ้นเรือที่ท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา จะมีเรือโดยสารที่ออกตามเวลา และสปีดโบ้ทแบบเช่าเหมาลำค่ะ”
“สปีดโบ้ทแบบเช่าเหมาลำครับ เท่าไหร่” อิงควัตตัดสินใจได้ทันที
“ก็ถ้าจำไม่ผิดน่าจะราวๆ 3000-5000 ค่ะ แต่ก็จะไปได้หลายเกาะ” เธอตอบ
“โอเค ตามนั้นครับ” เขาตอบ
เมื่อไปถึงท่าเรือ ทิพย์ธาราจัดการเรื่องเรือตามที่เขาต้องการ ชายหนุ่มสแกนจ่ายเงินผ่านคิวอาร์โค้ดเป็นค่าเช่าเหมาเรือ ซึ่งตกลงกันว่าจะไปทะเลแหวกและเกาะปอดะเพียงสองที่ เพราะทิพย์ธาราต้องรีบใช้เอกสารที่จะให้แพรพิไลลงนาม
“เอกสารอะไรเหรอครับ”
“แบบแปลนบ้านพักน่ะค่ะที่ยื่นตอนขอจดทะเบียนเป็นโฮมสเตย์ต้องมีลายเซ็นต์ของวิศวกรโยธาด้วย” เธอถูกให้แก้เรื่องเอกสารที่ไม่เรียบร้อยมาเป็นปีแล้ว ทั้งที่ตัวบ้านไม่เกิน 150 ตร.ม. ความจริงมันอยู่นอกเกณฑ์ด้วยซ้ำ
หญิงสาวรู้สึกว่าเธอถูกกลั่นแกล้งในเรื่องของธุรกิจโฮมสเตย์มาตลอด และเธอพยายามสู้มาตลอดปีกว่าเช่นกันตั้งแต่ที่มารดาเสียชีวิตไป
อิงควัตไม่ตอบอะไร เขามองเธออย่างครุ่นคิดก่อนจะเดินไปทางหัวเรือ คุยอะไรกับคนขับเรือจนไปถึงจุดหมาย ทิพย์ธาราจึงได้มีเวลาส่วนตัวในการคิดเกี่ยวกับงานร้อยแปดของเธอ
เรือไปที่เกาะปอดะก่อน หญิงสาวนำเขาลงจากเรือเดินต่อไปไม่ไกลนักก็ถึงรีสอร์ทของกวิน เธอพบคิรินทร์ที่นั่งคุยกับกวินอยู่ก่อนแล้ว
“อ้าวคุณอิงมาได้ยังไงครับ” คิรินทร์ทักทายเขา ทิพย์ธารางงๆ ที่สองคนรู้จักกัน นายหัวฟาร์มมุกจึงเป็นผู้อธิบายเสียเอง
“คุณอิงเป็นญาติดองของพี่น่ะทิพย์ แล้วยังไงทำไมทิพย์ถึงมากับคุณอิงควัตได้”
“ผมมาเที่ยวน่ะครับ” อิงควัตตอบสั้นๆ
“คุณจะทานอะไรก่อนไหมคะ เที่ยงกว่าจะบ่ายโมงแล้ว” ทิพย์ธาราถาม เขาพยักหน้าเธอจึงส่งเมนูให้เขาเลือก
“สั่งได้เลยนะคะ ดิฉันขอตัวสักครู่”
ทิพย์ธาราลุกขึ้นพร้อมกับที่คิรินทร์พูดขึ้นว่า
“ไปคุยกันในห้องทำงานก็ได้ทิพย์ แพงเล่าเรื่องคร่าวๆ ให้พี่ฟังแล้ว ขอรายละเอียดอีกที”
“ค่ะพี่คิน” เธอเดินหายไปกับคิรินทร์ อิงควัตมองคนทั้งสองอย่างประเมินความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง
“สวัสดีค่ะรับอะไรดีคะ” แพรพิไลออกมาต้อนรับแขกพิเศษของเพื่อน ตามที่ทิพย์ธาราบอกไว้ก่อนมาถึง
“วันนี้อาหารพิเศษมีขนมจีนน้ำยากะปิปู ทอดมันปลาอินทรี เมี่ยงปลากะพงขาว ของหวานมีชิฟฟ่อนหม้อแกงเผือกค่ะ”
“จัดมาทั้งหมดเลยครับ” อิงควัตพูดเรียบๆ จากนั้นเขาส่งข้อความทางไลน์ไปบอกทิพย์ธารา
“ผมสั่งอาหารมาเผื่อแล้ว ช่วยมาทานเป็นเพื่อนผมด้วย ผมไม่ชอบทานข้าวคนเดียว เชิญคุณคิรินทร์ด้วยนะ”
ฝ่ายทิพย์ธาราที่คุยในห้องทำงานกับกวินและคิรินทร์ เธอก้มลงมองข้อความของอิงควัต และเงยหน้าส่งยิ้มที่ไม่ค่อยสดใสนักให้ชายหนุ่มทั้งสอง
“คุณอิงควัตเชิญพี่คินไปทานข้าวกับเขาค่ะ”
คิรินทร์ลุกขึ้นทันที
“ไปสิพี่อยากคุยกับเขาพอดี ส่วนเรื่องของทิพย์ก็ตามที่เราคุยกันนะครับ”