ตอนที่ 6 เผลอใกล้ชิด

1959 คำ
และสายตาคู่คมนั้นเหมือนจะมองมายังเธออีกครั้ง เขาไม่ได้หยิบกระดาษแผ่นนั้นที่น้องอิงยื่นให้ เธอเห็นแบบนั้นก็ได้แต่หลบสายตาของเขา ก่อนจะเดินออกมาเงียบๆ บางที... เขาก็อาจจะแกล้งรุ่นน้องเล่นเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ได้อยากจะได้ช่องทางติดต่อของเธอจริงๆ ก็ได้ มันก็เป็นเพียงเกมที่ให้รุ่นน้องเล่นแค่นั้น คงไม่ได้จริงจังอะไร และใครมันจะไปอยากได้ช่องทางติดต่อของเธอกัน ยิ่งเป็นเฮียบิ๊ก ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แล้วเธอจะหวังอะไรกับคนที่เธอเคยปฏิเสธ เขาคงจะแค้นเธอมากกว่า ถ้าเขารู้ว่าเธอ คือ สาวผมเปียคนนั้นที่เคยหักอกเขา "เฮ้อ~ ทำไมชีวิตต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ อะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย" บางทีเธอก็อยากให้เขารู้ๆ ไปเลยว่าเธอคือใคร เขาจะได้ต่อยเธอให้จบๆ แล้วเราสองคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต นี่อะไรล่ะ! เธอเองแหละที่ป๊อด ไม่กล้าเจอหน้าเขาอ่า เธอกลัวหน้าสวยๆ จะมีรอยหมัดจากกล้ามใหญ่ๆ ของเขาอ่า เขาตัวใหญ่มากเลย ใหญ่เกือบสองเท่าของตัวเธอเลยนะ โดนเขาต่อยไปหนึ่งครั้ง หน้าเธอได้หายไปหนึ่งซีกแน่ๆ อ่า "ฮือ~ ขอร้องละ อย่าต่อยได้ไหม ทำอย่างอื่นแทนได้หรือเปล่าเนี่ย" คนตัวเล็กได้แต่โอดครวญ พลางส่ายหน้าไปมาเป็นอิโมจิ พร้อมกับเดินสาวเท้าออกไปยังหน้าตึกเพื่อจะขึ้นไปเรียนบนตึกรวม แต่เสียงหวานๆ อันคุ้นหูก็ดังขึ้นอีกครั้ง "พี่ชาขา~" เสียงนั้นมาพร้อมกับเสียงเท้าของน้องอิงดาวที่รีบวิ่งมาหาเธอ และนั่นก็ทำให้เธอหยุดเดินก่อนจะหันไปหาน้อง "อ่า มีอะไรอีกหรือเปล่าคะน้องอิง" น้องอิงดาวหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มให้เธอ "ขอบคุณพี่ชามากเลยนะคะ เฮียเซ็นชื่อให้หนูแล้วค่ะ" วิ่งมาบอกเธอแค่นี้เหรอ อะไรมันจะน่ารักได้ขนาดนี้เนี่ย อุตส่าห์วิ่งหน้าตั้งมาบอกเธอเรื่องแค่นี้ จนตัวเองหน้าขึ้นซับสีเลือดไปตามพวงแก้มหมดแล้ว "อ่า งั้นเหรอคะ แต่ไม่ต้องตามมาบอกพี่ก็ได้นะคะ" เธอสงสารน้อง หรือใครใช้ให้น้องตามมาขอบคุณเธอหรือเปล่า คณะวิศวะแต่ละคนก็มีแต่ตัวซีเคร็ตกันทั้งนั้น และมักจะบังคับรุ่นน้องให้ทำตามใจตัวเองอยู่ตลอด "ไม่ได้ค่ะ พอดีมีคนฝากของมาให้พี่คนสวยด้วยค่ะ" "คะ?" คนตัวเล็กได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองไปยังฝ่ามือคนตัวเล็กที่กำลังแบมืออยู่ตรงหน้าเธอ บนมือของน้องอิงมีซองเล็กๆ อยู่บนนั้น ก่อนที่น้องจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "ลูกอมค่ะ มีคนฝากมาให้น่ะค่ะ" เธอมองไปยังลูกอมที่อยู่บนมือน้อง ก่อนจะเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็นลูกอมยี่ห้อดัง ลูกอมรูปหัวใจกลิ่นวานิลลา... กลิ่นวานิลลาเหรอ ทำไมเธอเหมือนจะรู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน กลิ่นนี้มันเหมือนกับกลิ่นประจำตัวของใครคนหนึ่ง "ใครฝากมาเหรอ" เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ไม่กล้าคิดไปเองว่าใครเป็นคนฝากลูกอมเม็ดนี้มาให้ มันเป็นเพียงลูกอมแค่หนึ่งเม็ดเท่านั้น แค่หนึ่งเม็ด... ที่ทำให้เธอเผลอคิดถึงใครคนนั้นอีกจนได้ เขามีอิทธิพลกับความรู้สึกของเธอมาโดยตลอดเลยหรือเปล่า "รุ่นพี่คณะหนูเองค่ะ คือเฮียเขาไม่ให้บอกน่ะค่ะ คงจะขี้เก๊กไปหน่อย" "..." เฮียงั้นเหรอ... "แต่... เฮียเขามองตามพี่ชาตลอดเลยนะคะ" "..." คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับเม้มปากของตัวเองเอาไว้ คงไม่ใช่คนที่เธอคิดใช่ไหม เพราะแบบนั้นมันจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ เขาจะมองตามเธอทำไม "ใครเหรอ พี่ขอถามได้ไหมคะ" เธออยากรู้... แต่ก็เป็นความย้อนแย้งในใจที่ไม่อยากให้เป็นเขาเลย อีกทั้งช่วงนี้เธอเริ่มจะเจอเขาบ่อยเหลือเกิน ต่อให้หลบหน้าหลบตาของอีกฝ่าย แต่เขาก็มักจะโผล่เข้ามาในสายตาของเธอเสมอ ทั้งที่ตลอดการเรียนในมหา’ลัยช่วงปี 1 เธอแทบจะไม่เจอเขาเลย มีแต่เจอกันในป้ายไวนิลหน้าคณะวิศวะเท่านั้น แต่หลังจากขึ้นปี 2 เธอเจอเขาไม่พักเลย ต่อให้เราไม่ได้เจอกันแบบใกล้ชิด ซึ่งราวกับเขาทำให้เธอได้รับรู้การมีตัวตนของเขา เราสองคนไม่เคยพูดคุยกัน หรือเจอกันแบบจังๆ แบบในลิฟต์เหมือนคราวก่อน แต่การเจอใบหน้าหล่อๆ นั่นก็ทำเธอใจสั่นแทบจะทุกครั้ง "อ่า... คือ อิงไม่รู้ว่าจะบอกได้หรือเปล่า อิงกลัวโดนต่อยอ่า" กลัวโดนต่อยงั้นเหรอ? ทำไมเธอต้องเป็นสเปกของพวกสายโหดด้วยก็ไม่รู้ พวกหมอ หรือคณะอื่น ไม่คิดจะมาชอบเธอบ้างเหรอ ทำไมคนที่ชอบเธอส่วนใหญ่ต้องเป็นสายนักเลงตลอดเลย : ( "เขาโหดขนาดนั้นเลยเหรอ" เธอแทบจะขยาดกับคำพูดนั้น เธอไม่ชอบนักเลงเอาเสียเลย "เปล่านะคะ คือ อิงแค่กลัวไปงั้นแหละ ก็หน้าเฮียเขามันดูดุ ยืนนิ่งๆ ก็ทำอิงกลัวแล้วอ่า แต่เฮียเขาน่าจะอยากทำความรู้จักกับพี่นะ เขาไม่ได้บอกอิงหรอก แต่สีหน้าเขามันฟ้องอ่า" "อยากทำความรู้จัก?" เธอถึงกับขมวดคิ้วมุ่น คนที่แค่ยืนนิ่งๆ ก็ดูดุแล้ว เธอนึกได้แค่เพียงคนเดียวคือ 'เฮียบิ๊ก' และจากลักษณะนิสัยที่น้องอิงพูดมาทั้งหมด มันก็สามารถเดาได้ทันทีว่าเป็นใคร แต่ถ้าเขาจะอยากทำความรู้จักกับเธอ อันนี้เธอคิดว่าคงไม่ใช่แล้วละมั้ง คนแบบเขา... มันฝังใจกับเรื่องในอดีตจะตายไป ถามว่าเธอรู้ได้ไงน่ะเหรอ? ก็พีทเคยบอกกับเธอ ว่าพี่ชายตัวเองฝังใจกับอดีต และนั่นก็ทำให้เธอไม่กล้าเจอหน้าเขา กลัวว่าจะเป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำของใคร "อ่าค่ะ อิงคิดว่างั้น... คือเฮียเขามันหยิ่งอ่า เด็กวิศวะอีโก้มันค้ำคองี้" "..." อือ อีโก้สูงเฉพาะใครบางคนเท่านั้นแหละ "ว่าแต่... ถ้าเกิดว่ามีเดือนคณะวิศวะมาเพิ่มเพื่อนพี่ในเฟซ พี่ชาอย่าลืมรับเฮียเป็นเพื่อนด้วยนะคะ" "..." คนตัวเล็กไม่ได้ตอบรับคำพูดนั้น เขาจะเพิ่มเพื่อนเธอได้ยังไง เมื่อกี้เธอเห็นนะ ว่าเขาไม่ได้หยิบกระดาษที่เธอจดชื่อเฟซจากมือน้องน่ะ น้องอิงโบกมือลาเธออีกครั้งก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินไปอีกฝั่ง และนั่นก็ทำให้เธอจะหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลาในตอนนี้ บนหน้าจอแสดงเวลา 14.05 นาที "อ่า คุยกับน้องอิงจนเข้าคลาสสายเลยเหรอเนี่ย" คนตัวเล็กที่เห็นเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ก็ถึงกับเบ้หน้า เพราะเธอมีเรียนตอนบ่ายสองโมงตรงแต่ ณ ตอนนี้มันเลยเวลาไปห้านาทีแล้ว เธอเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังตึกรวมในทันที ปกติเธอมักจะขึ้นบันไดเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอใคร แต่วันนี้เธอสายมากแล้ว ถ้าจะให้เดินขึ้นบันไดอีกคงไม่ต้องเรียนกันแล้ววันนี้ อีกอย่างใครมันจะไปบังเอิญเจอกันบ่อยๆ เธอเพิ่งเจอเขาเมื่อไม่กี่สิบนาทีที่แล้วเอง ถ้าเจอกันอีกเธอคิดว่า 'พรหมลิขิต' แล้ว เธอย่นจมูกให้กับความคิดของตัวเอง ก่อนจะกดปุ่มลิฟต์ ซึ่งถือว่าโชคยังดีที่ตอนนี้ไม่มีนักศึกษามายืนรอลิฟต์กับเธอด้วย ตึ๊ง! เมื่อตัวลิฟต์เลื่อนมายังชั้นล่างสุด เธอก็ก้าวเข้าไปในลิฟต์ทันที แต่ไม่ทันที่ประตูลิฟต์จะประกบกันอย่างสนิทในตอนที่ปิดตัวลง ฝ่ามือใครบางคนก็สอดเข้ามาระหว่างประตูนั้นในเสี้ยววินาที และมันทำให้ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่เดินเข้ามาในลิฟต์... สายตาของเธอมันอดที่จะเงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามาใหม่ไม่ได้ และวินาทีที่เห็นใบหน้าหล่อๆ ของเขานั้น คนตัวเล็กถึงกับชะงักตัวไป 'เฮียบิ๊ก' เธอคิดว่าเขาขึ้นตึกไปแล้วด้วยซ้ำ ก็ไม่คิดว่าเขายังไม่ขึ้นไปเรียน คณะวิศวะไม่ใช่ว่าพวกเขาจะเข้มเรื่องเวลาการเข้าเรียนไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมตัวท็อปของคณะยังเดินเล่น แจกลายเซ็นให้รุ่นน้องอยู่ก็ไม่รู้ คนตัวเล็กไม่ได้เกร็งเมื่อเจอเขาอีกต่อไป อาจจะเพราะเราทั้งคู่เจอกันบ่อยในช่วงนี้ละมั้ง ร่างแกร่งนั้นเดินไปพิงผนังลิฟต์ด้านในสุดด้วยท่าทางสบายๆ เขาอยู่ในเสื้อช็อปสีแดงของคณะวิศวะ กับกางเกงยีนพอดีตัว เธอเม้มปากเล็กน้อย เพราะตัวเองยืนอยู่หน้าปุ่ม ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยถามเขาดีไหมว่าไปชั้นไหน แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามใดๆ ร่างแกร่งของเขาที่พิงผนังตัวลิฟต์กลับเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้เธอ มันใกล้เสียจนชายเสื้อของเราทั้งคู่เสียดสีกัน น้ำหอมกลิ่นวานิลลาของเขามันโชยเข้ามาแตะจมูกของเธอ และวินาทีต่อมานั้น แขนแกร่งนั้นก็เอื้อมเข้ามากดปุ่ม... สายตาของเธอเผลอมองไปยังลำแขนแกร่งที่อยู่ตรงหน้า มันดูแข็งแกร่ง และรายล้อมไปด้วยเส้นเลือด ผิวของเขาไม่ได้ขาวมาก หรือคล้ำจนหมอง ติดจะผิวออกน้ำผึ้งหรือผิวสีแทนทำนองนั้น อ่า... ตรงแขนมีไรขนอ่อนๆ ของเขาด้วยนี่นา อีกทั้งยังมีรอยสักเท่ๆ อยู่บนลำแขนใหญ่ๆ ของเขาอีก และไม่รู้ว่าเธอมองลำแขนล่ำๆ ของเขานานเกินไปหรือเปล่า คนตัวเล็กถึงได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดังขึ้นอยู่ใกล้กัน "หึ..." เสียงนั้นมันทำให้เธอถึงกับเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวสูง ที่สูงกว่าเธอไปเยอะมาก แต่ก็ต้องรีบหลบสายตาเมื่อเห็นว่าเขากำลังหลุบตามองกันอยู่ เธอไม่เคยสังเกตว่าเขาตัวสูงมากแค่ไหน แต่เมื่อยืนใกล้กันขนาดนี้ และเงาสะท้อนจากประตูลิฟต์ที่เป็นสเตนเลส มันก็ทำให้เห็นชัดขึ้นถึง 'ขนาด' ของเราทั้งคู่ที่ดูต่างกันมาก เขามันทั้งตัวสูง และดู 'ใหญ่' ทุกส่วนเลย ตอนนี้เธอเหมือนกับคนแคระเมื่อยืนคู่กับเขา ทั้งที่เธอสูงตั้ง 165 CM แต่เฮียบิ๊กอาจจะสูงเกือบ 190 CM ด้วยซ้ำ "ทำไมตัวใหญ่ขนาดนี้..." คนตัวเล็กเผลอพึมพำขึ้นเสียงแผ่ว แต่เพราะเราทั้งคู่อยู่ใกล้กันมาก และนั่นมันก็ทำให้ร่างแกร่งที่ยืนอยู่ใกล้กันได้ยิน แล้วตอบกลับมาเสียงแผ่วราวกับพึมพำเช่นเดียวกัน "แล้วทำไมถึงตัวเตี้ย"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม