"ระดับนั้น ใครๆ ก็ต้องรู้ปะแก เขาตัวใหญ่เสียขนาดนั้น ถ้าเปิดมาเล็กค่อยตกใจแล้วกัน"
หญิงสาวเอ่ยบอกเพื่อน พร้อมกับป้องปากอย่างรู้ๆ กันเกี่ยวกับขนาดตัวที่ใหญ่สมส่วนของเขา
เขาตัวใหญ่มาก ทั้งขนาดลำตัว และความสูง ผู้หญิงคนไหนที่ทนเขาได้ เธอคิดว่าถึก และทนเอาเรื่อง เธอเห็นแค่ลำแขนใหญ่ๆ นั่น มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าถ้าเขาต่อยเธอขึ้นมา คงกรามแตกอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องอื่น... คงให้สาวๆ คนอื่นพิสูจน์ไปเถอะ เธอมันเป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่เขาพร้อมจะ 'ใส่เดี่ยว' นี่สิ
"ขอกระซิบบอก วงในเล่าว่าเขา 'ฝังมุก' ด้วยนะแก ใหญ่แล้วฝังมุกไม่อยากจะคิดสภาพคนที่โดนเลยว่ะ งานนี้คงมีรีแพร์กันไปข้าง"
เธอที่ได้ยินแบบนั้น ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น มันมีอะไรแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอ?
อะไรมันจะขนาดนั้น! เล่าอย่างกับเคยเห็นเลยงั้นเหรอ ข่าววงในนี่โคตรน่ากลัว อีกทั้งยังไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เพราะไม่รู้ใครมันจะเอาเรื่องของเราไปเล่ายังไงก็ได้
นี่ลือกันขนาดนี้เลยงั้นเหรอ เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าสาวๆ 'ที่เขาเคยกิน' จะเอามารีวิวกันทั่วมหา’ลัยแบบนี้
ว่าแต่ ฝังมุก คืออะไรก่อน เธอไม่รู้จักอะไรแบบนี้ และส่วนไหนที่ฝังมุกงั้นเหรอ?
เธอได้แต่หวังให้สาวๆ พวกนี้เล่าต่อ แต่ประเด็นใหม่ก็เกิดขึ้นได้ตลอด
"จริงปะ แต่ใครบอกมาอ่า ไม่ใช่ข่าววงในบอกว่าเขาไม่กินคนในมหา’ลัยไม่ใช่เหรอ ฉันไม่เคยเห็นเฮียบิ๊กควงใครในมหา’ลัยเลยนะ รายนั้นโคตรหยิ่งกับสาวๆ เลยเหอะ"
วงในที่พูดคือ ใคร งั้นเหรอ เธอเองก็อยากจะรู้จักขึ้นมาแล้วสิ
รู้จริงอย่างกับตาเห็นเลยงั้นเหรอ เธอเองก็ไม่เคยเห็นเฮียบิ๊กควงใครในมหา’ลัย คนที่เคยได้ควงเขานี่ต้องสวยมากแค่ไหน ถึงมัดใจคนอย่างเดือนคณะวิศวะที่แสนจะหยิ่งนั่นได้
เธออยากจะรู้ชื่อแล้วสิ...
และพวกเขาก็เอ่ยถึงใครคนนั้นออกมา
"ก็ 'นาเดียร์' ดาวบริหารเป็นคนเล่าเองนี่นา ว่าได้ 'กิน' เฮียบิ๊ก"
"นาเดียร์ดาวบริหารปีสองน่ะเหรอ"
ผู้หญิงที่พูดถึง คือ นาเดียร์ ดาวบริหารปีสอง และเป็นดาวของคณะเธอนี่เอง ดาวคณะที่ไม่รู้ว่าถูกคัดเลือกมาได้อย่างไร
เพราะตอนคัดเลือกมีคนที่ทั้งสวย และเพียบพร้อมกว่าตั้งหลายคนในคณะ แต่ตำแหน่งดาวกลับตกไปอยู่กับ นาเดียร์ ซึ่งตอนนั้นก็มีคนในคณะหลายคนไม่พอใจกับการได้ตำแหน่งนี้
แต่ก็ต้องยอมกันไป เพราะนาเดียร์ไม่ยอมคืนตำแหน่ง และเชิดหน้าใส่ทุกคนที่ต่อต้าน อีกทั้งยังชอบหาแสงให้ตัวเองอยู่เสมอ
โดยการ 'เอ่ย' ถึง คนดัง หรือพวกตัวท็อปในมหา’ลัย เพื่อให้ตัวเองดูน่าสนใจ และแสงสาดใส่ หรือเป็นที่เลื่องลือของคนในมหาวิทยาลัย
และการที่ทำให้ตัวเองถูกเอ่ยถึงเยอะๆ ก็ต้องเล่นพวกข่าว 'กิน' กับพวกเดือนคณะสินะ
"ก็ใช่น่ะสิ ฉันแอบไปได้ยินตอนที่นางเล่าให้คนอื่นฟัง หน้านี่โคตรภูมิใจเลย"
"คนอย่างนาเดียร์จะเชื่อได้จริงเหรอว่าได้กินของดีเดือนวิศวะ ได้ข่าวว่านาเดียร์นี่พูดอวดไปทั่ว ว่าได้กินคนโน้นคนนี้ แต่หนุ่มๆ พวกนั้นไม่เห็นจะเคยควงนาเดียร์ให้เห็นเลยนะ มั่วหรือเปล่า"
"มั่วไม่มั่ว ฉันไม่รู้ แต่ฉันได้ยินมาแบบนั้น ก็เอามาเล่าต่อนี่ไง ฟังหูไว้หูก็พอ"
คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับนิ่งไป เธอเองก็เคยไปอยู่ในจุดที่พวกรุ่นพี่ทาบทามให้ช่วยมาคัดเลือกดาวคณะ แต่เธอก็เป็นคนปฏิเสธรุ่นพี่ออกไปด้วยตัวเอง
ตอนนั้นเธอไม่ต้องการเป็นจุดเด่น อีกทั้งเธอยังอยากหลบหน้าเฮียบิ๊ก การคัดเลือกดาวคณะเลยไม่ได้อยู่ในหัวของเธอตั้งแต่ทีแรกด้วยซ้ำ เธออยากอยู่เงียบๆ ไม่ต้องการให้เขารู้ว่าเธอเรียนอยู่มหา’ลัยเดียวกับเขา ถ้าต้องขึ้นเวทีประกวดมีโอกาสที่เขาจะเห็นเธอสูงมาก
แต่ตอนนี้เธอจะเป็นอะไรก็ไม่มีผล เพราะเขารู้แล้วนี่สิ ว่าเธอคือ ชารีน
"เออนั่นสิ ยัยนี่มันเชื่อได้ที่ไหน สวยก็ไม่มาก เสน่ห์ก็ไม่มี คนอย่างนั้นน่ะเหรอที่เฮียบิ๊กจะสน ซื้อตำแหน่งดาวมายังมั่นหน้าว่าสวยอีก"
หญิงสาวที่ฟังเพื่อนเล่ามาทั้งหมดถึงขั้นเบะปาก เมื่อรู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือพวกนั้น
"แกก็เมาท์เกิน"
"ฉันพูดจริงๆ นะแก ปีสองคณะบริหารมีสาวสวยตั้งเยอะ แต่เอาใครมาเป็นดาวก็ไม่รู้" อีกฝ่ายถึงขั้นถอนหายใจ ตอนนั้นคนในคณะของเธอ ก็ไม่มีใครกล้าแย้งด้วยนี่สิ มาแย้งตอนที่ได้ตำแหน่งไปแล้ว
ถ้าอีกฝ่ายไม่ถอนตัว ก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่เธอไม่ได้สนใจนาเดียร์อะไรนั่นสักหน่อย ไม่เคยคุยกัน อีกทั้งคนอย่างนาเดียร์ก็คบแต่เพื่อนที่นิสัยคล้ายๆ กัน
"อันนี้ฉันแอบเห็นด้วย แต่เหมือนจะเห็นสาวคณะบริหารที่เรียนรวมกับพวกเราด้วยนะ ฉันเห็นตอนที่นางเพิ่งเดินเข้ามาตอนอาจารย์เข้าสอนแล้ว ตอนเปิดประตูห้องเข้ามา โคตรสวยเลย แต่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร ชาๆ อะไรสักอย่างปะแก"
ตอนแรกคนตัวเล็กคิดจะเดินออกจากตรงนี้ไปอย่างเงียบๆ เพราะนักศึกษาต่างทยอยออกจากห้องกันเกือบจะหมด เธอคิดว่าจะเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ติดกับประตูห้อง เพราะตอนที่อาจารย์เรียกชื่อเธอจะได้เดินออกจากห้องได้ในตอนนั้นเลย
แต่ก็ไม่คิดว่าชื่อของตัวเองจะอยู่ในบทสนทนาของสาวๆ พวกนี้
"ใช่คนที่ชื่อชารีนปะ แต่เสียดายที่นางดูเงียบๆ ไปนิด ถ้ากล้าแสดงออกหน่อยน่าเอามาฟาดกับยัยนาเดียร์ดู คงชนะขาดแบบไม่เห็นฝุ่น"
ชารีนถึงกับทำสีหน้าเลิ่กลั่กกับบทสนทนาที่เปลี่ยนไวยิ่งกว่ากระแสน้ำ
"นั่นสิ สวย น่ารัก แต่เข้าถึงยากไปหน่อย แบบนี้นี่แหละที่หนุ่มๆ มันชอบอ่า"
เมื่อกี้ยังคุยเรื่องเฮียบิ๊ก ลามมาเรื่องดาวบริหาร และตอนนี้กำลังพูดถึงเธออยู่งั้นเหรอ นี่พวกสาวๆ จะพูดไหลไปทั่วเลยหรือไง อีกทั้งยังไม่รู้อีกว่าเธอนั่งเยื้องๆ กับพวกหล่อน
แต่เดี๋ยวสิ สาวๆ พวกนี้พูดผิดไปนิด เธอไม่ได้เข้าถึงยากเลยสักนิด อีกอย่างเธอยังชอบเข้าสังคม เข้าผับ เข้าบาร์ ชอบดื่มปกติด้วยซ้ำ แต่ในมหา’ลัยเธอไม่ได้ทำตัวแรงๆ เหมือนตอนที่อยู่กับเพื่อน
ก็อย่าให้เธออยู่ผับแล้วกัน เพราะอาจจะมองหาเธอไม่เจอด้วยซ้ำ ก็ลองให้เธอแต่งตัวดูก่อนสิ อย่าตัดสินเธอจากที่เห็นในมหา’ลัย...
"ไม่รู้ว่าชารีนนั่งอยู่ตรงไหน มีแฟนยังก็ไม่รู้..."
เมื่อสาวคนหนึ่งพยายามจะมองหากัน คนตัวเล็กทำได้แค่เพียงรีบลุกขึ้นจากที่นั่งตรงนั้นไปอย่างเงียบๆ เพราะไม่อยากได้ยินประโยคที่พวกเขากำลังพูดถึงเธอ
อย่างที่บอกไป เธอไม่ชอบเป็นจุดเด่นของใคร อยากอยู่เงียบๆ แค่นั้น
แต่หลังจากเฮียบิ๊กรู้ว่าเธอเป็นใคร ชีวิตเธอจะเงียบได้หรือเปล่าก็ไม่รู้...
วันถัดมา 20.30 นาที @คอนโด A1 ชั้น 10
หลังจากวันที่เธอพบเฮียบิ๊กแบบประจันหน้ากันนั้น เธอก็คอยระวังการพบกับเขา ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นตึกรวม หรืออะไรใดๆ ที่เสี่ยงต่อการเจอกับเขา ถึงแม้เฮียบิ๊กจะเอ่ยบอกกันว่า
‘อย่าหลบหน้าเฮีย’
แต่ใครมันจะไปทำได้ ระหว่างเขากับเธอนั้นเราทั้งคู่ไม่เคยพูดคุยกันมาตลอดเกือบ 4 ปีด้วยซ้ำ ตั้งแต่เธออยู่มัธยมจวบจนตอนนี้ขึ้นปี 2 เทอม 1
และสิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุดในตอนนี้… คือเฮียบิ๊กรู้ได้ไงว่าเธอเรียนอยู่ที่นี่ อีกทั้งเขายังจำหน้าของเธอได้ ทั้งที่เธอมั่นใจว่าตัวเองหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนพอสมควร ต่อให้เธอไม่ได้ไปทำหน้า แต่คนเราใครมันจะไปหน้ามอมเหมือนตอนมัธยมกันล่ะ ตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กผมเปีย หน้าจืดๆ ด้วยซ้ำ
มันต้องมีเกลือเป็นหนอน! และจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ไอ้เพื่อนสนิทที่พ่วงด้วยตำแหน่งน้องชายสุดที่รักของเฮียบิ๊ก อย่างไอ้พีท วันนี้เธอเลิกเรียนปุ๊บก็รีบมาคอนโดของมัน โดยที่ยังไม่เปลี่ยนชุดนักศึกษาด้วยซ้ำ
และตอนนี้เธอก็กำลังนั่งจ้องหน้าของเพื่อนสนิทตัวดี ที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัว ซึ่งมันก็ทำตัวน่าตีโดยการทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ยกขวดเบียร์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดื่มอย่างสบายใจ
“พีท แกอย่ามาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ได้ไหม”
คนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทไป สีหน้าของพีทมันดูกวนประสาทจนเธอเริ่มจะหงุดหงิด
เธออุตส่าห์เล่าทุกอย่างให้เพื่อนสนิทฟัง แต่นี่มัน! ต้องแอบไปบอกพี่ชายแน่ๆ อ่า
เพราะเฮียบิ๊กไม่มีวันรู้ เธอแทบจะไม่โผล่หน้าไปให้เขาเห็นด้วยซ้ำ เฮียบิ๊กมันจะไปรู้ได้ยังไง ถ้าไม่มีคนบอกว่าเธอเรียนที่นี่
“อะไร กูยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ไอ้ชา มึงอย่ามามองกูแบบนั้นดิ” เมื่อเห็นว่าเธอหรี่ตาอย่างจับผิด มันก็ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมา
“พีท แกรู้เห็นเป็นใจใช่ไหม” เธอเอ่ยถามมันอย่างคาดคั้นคำตอบ
“รู้เห็นเป็นใจเรื่องไรวะ” มันยังคงขมวดคิ้วมุ่นอย่างกับคนที่กำลังงงงวยในสิ่งที่เธอเอ่ยถามไปเมื่อครู่
เธอเลยต้องเรียกชื่อ บุคคลที่เธอไม่อยากจะเอ่ยถึงเท่าไรนัก เพราะมันมีผลต่อ… ช่างเถอะ
“ก็เฮียบิ๊กไง...” เธอเอ่ยชื่อเขาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเม้มปากของตัวเอง ไม่รู้ทำไมชื่อนี้ถึงมีอิทธิพลต่อเธอเสียขนาดนี้
“เฮียมันทำไมอีก ไหนบอกไม่อยากให้ฉันเอ่ยถึงไอ้เฮียไง” ไอ้พีทที่กระดกเบียร์อยู่นั้นถึงกับหันมามองเธอ พร้อมกับกลีบปากของมันที่อมยิ้มขึ้นมาอย่างคนล้อเลียนกัน เวลาเธอพูดถึงพี่ชายของมันทีไร เพื่อนสนิทของเธอต้องอมยิ้มใส่กันอย่างกับมีนัยสำคัญอะไรตลอดเลย
มันน่าหงุดหงิดเสียจริง…
“ไอ้พีท แกอย่ามาอมยิ้มเวลาฉันพูดถึงเฮียแกได้ปะ”