มิลาน
เวลา 03.15 น.
ความเงียบสงัดภายในห้องพักสุดหรูถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจที่ติดขัด ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ร่างของจัสมินบิดเร้าไปมาอย่างทรมาน ดวงตาที่ปิดสนิทสั่นระริกภายใต้เปลือกตาที่บวมช้ำ
ในห้วงนิมิต...กลิ่นดินปืนและคาวเลือดลอยคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน
ภาพของชายผู้เป็นพ่อที่เธอไม่เคยเห็นหน้าชัดๆ เลยสักครั้งกำลังคุกเข่าจมกองเลือด โดยมีมัจจุราชในชุดสูทสีดำสนิทเล็งปลายกระบอกปืนเข้าที่กลางหน้าผาก
“อย่า...ได้โปรด อย่าทำแบบนี้!”
เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังมาจากผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังโอบอุ้มครรภ์แก่อย่างทะนุถนอม มือที่สั่นเทาพยายามเอื้อมไปหาชายที่รัก แต่กลับถูกกระชากออกอย่างไร้ปรานี
“คนอย่างมัน...ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อ”
คำพิพากษาที่เย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรกแผดก้องขึ้น
ปัง!
เสียงกัมปนาทนั้นระเบิดออกพร้อมกับหยดเลือดที่กระเด็นมาเปื้อนใบหน้าของทารกที่ยังไม่ลืมตาดูโลกในท้องของแม่!
“กรี๊ดดดดดดดด!!”
ดวงตาคู่สวยของจัสมินเปิดโพลงขึ้นในความสลัว เธอดีดตัวขึ้นนั่งบนเตียงกว้างราวกับถูกไฟลวก เสียงกรีดร้องสุดท้ายยังคงสั่นเครืออยู่ในลำคอที่แห้งผาก เธอหอบหายใจจนอกเพื่อมไหว เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมจนเปียกชุ่มไปทั่วทั้งตัว
“แค่ฝัน...มันก็แค่ความฝัน...” เธอพึมพำกับความมืด มือเรียวบางเอื้อมไปกุมตำแหน่งหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ทว่าความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศกลับย้ำเตือนว่าความจริงนั้นน่ากลัวกว่าฝันร้าย ภาพเหล่านั้นไม่ใช่เพียงจินตนาการ
แต่มันคือคำสาปที่แม่ประทับไว้ในใจของเธอก่อนจะที่ท่านจะหมดสติไปด้วยโรคหัวใจรุมเร้า คำบอกเล่าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเกี่ยวกับความตายของพ่อ...ชายที่ถูกพรากชีวิตไปในขณะที่เธอมีอายุเพียง 5 เดือนในครรภ์
แม่ต้องพาเธอหนีตายข้ามขอบฟ้าไปไกลถึงปารีส ทั้งที่ต้องหนีการตามล่าและแบกรับความทุกข์ทนเพียงลำพังมาหลายปีจนร่างกายพังทลาย จัสมินยกมือขึ้นปิดหน้าน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากความเหนื่อยล้าสะสมมาหลายวัน
ที่คฤหาสน์วิลเลียมในประเทศไทย
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังรัวสนั่นฉีกกระชากความเงียบมาจากสนามฝึก
"ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องตาม!"
เสียงทุ้มตวาดลั่นอย่างเอาแต่ใจของพยัคฆ์หนุ่มแห่งวิลเลียม 'อลัน วิลเลียม' ยืนอยู่ตรงนั้นในวัยหนุ่มฉกรรจ์ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาถอดแบบความดุดันมาจากเอริคแทบทุกระเบียดนิ้ว ทว่าหัวใจของเขากลับร้อนรุ่มและบ้าบิ่นยิ่งกว่า
"นายน้อยครับ มันอันตราย..."
"ผมอันตรายกว่านั้นเยอะ!"
อลันสวนกลับลีอองทันควันก่อนจะเหนี่ยวไกส่งกระสุนเข้าเป้าทุกนัดอย่างแม่นยำ เอริคยืนมองแผ่นหลังลูกชายอยู่นานก่อนเอ่ยสั้น ๆ
"เก่งขึ้น ! "
อลันยกยิ้มที่มุมปากด้วยความทิฐิ
"แน่นอน ผมลูกใคร"
"แต่ยังใจร้อนเกินไป"
เอริคเดินเข้ามาใกล้ กดสายตาลงต่ำเพื่อปรามความโอหัง
"โลกของแกไม่ได้มีแค่กระสุนอลัน แต่มันยังมีศัตรูที่คอยจ้องจะตะครุบแกยามเผลออยู่เสมอ"
รอยยิ้มของอลันจางหายไป แววตาของเขาเข้มขึ้นด้วยความไม่ยอมแพ้
อีกฝั่งจัสมินหลับตาลงพยายามไล่ภาพนรกนั้นออกไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนเมื่อเธอนึกถึงใบหน้าของชายที่ยื่นมือเข้ามา ‘ช่วย’ เธอในยามที่มืดแปดด้านอย่าง อลัน วิลเลียม ชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าและเงินตรามหาศาล
“แม่...จัสคิดถึงแม่จังเลยคะ”
เธอพึมพำกับความว่างเปล่า
“จัสจะรักษาแม่ให้ได้... และจัสจะหาคำตอบให้ได้ว่า ใครคือคนที่ทำลายครอบครัวของเรา!”
เธอยกมือขึ้นปิดหน้าพร้อมกับหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนผ้าปูที่นอนหรูหรามีราคา แต่ราคาที่เธอต้องจ่ายมันไม่ใช่เพื่อความหรูหราที่เขามอบให้กับเธอแต่อย่างใด
แต่มันเพื่อลมหายใจของแม่ นั้นก็คือการเผชิญกลับดินแดนของคนที่พรากชีวิตพ่อของเธอไป และการต้องก้มหัวให้กับผู้ชายที่เธอเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจว่า...เขาอาจจะมี ‘ความลับ’ บางอย่างที่ซ่อนไว้ไม่ต่างจากมัจจุราชในความฝันเป็นแน่
“แม่...จัสคิดถึงแม่จังเลยจัสจะรักษาแม่ให้ได้และจัสจะหาคำตอบให้ได้ว่า ใครคือคนที่ทำลายครอบครัวของเรา!”