ตอนที่ 2 บังเอิญเจอ

1563 คำ
มินนี่ สตูดิโอ ชั้นที่ 21 แสงจากแฟลชสาดส่องกลางรันเวย์จำลอง “จัสมิน แองเจลโล่ ” ก้าวออกมาด้วยจังหวะมั่นใจส้นสูงกระทบพื้นดัง กึก..กึก..กึก สายตาคมเฉี่ยวแววตาเหยือกเย็น..และนั้นมันกลับทำให้ดึงดูดผู้คนมาสนใจเธอเป็นอย่างมาก เธอไม่ใช่นางแบบที่หวานละมุน แต่เธอเป็นแบบนางแบบที่ทำให้คนหยุดมอง เหมือนกับตกอยู่ในห้วงภวังค์ “คัท! ดีมากจัสมิน!” เสียงตากล้องดังขึ้นทีมงานเริ่มผ่อนคลายลงเพราะนางแบบคนก่อนหน้านี้กว่าจะผ่านได้แต่ละเทคทำเอาทั้งสตูลหัวหมุน จัสมินปล่อยไหล่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินลงจากเซ็ตและยิ้มหวานเมื่อเจอเพื่อนรัก “โคตรปังเลยแก!” ‘มินตรา’ วิ่งเข้ามากอดเพื่อนด้วยความชื่นชม “ลูกค้าหลงตายแน่วันนี้” จัสมินยิ้มที่มุมปากใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางทำให้หน้าดูเฉี่ยวขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง “ขอให้หลงแล้วจ่ายเงินตรงเวลาก็พอ” “โห !โหมดหาเงินมาเต็มอีกแล้วนะคุณเพื่อน” “ก็ต้องเต็มสิจ๊ะ” เธอตอบเรียบ ๆ แต่แววตาแฝงความกดดันบางอย่าง “ น้องจัสมินคะ อีกสองวันมีลูกค้าต้องการให้ถ่ายแบบและที่สำคัญเงินหนามาก ก.ไก่ล้านตัว” “ น่าสนนะคะพี่เยลลี่” “ แต่..เป็นห้องเสื้อที่เพิ่งเปิดใหม่ในประเทศไทยนะ ยังสนใจไหมเอ่ยพี่จะได้คอนเฟิร์มให้ลูกค้า” จัสมินครุ่นคิดถ้าหากเธอไปแล้วใครจะดูแลเฌอเอมแม่ของเธอ แต่ทางนั้นเงินหนา..เธอจึงตอบตกลงเพราะต้องการเงินก้อนนี้เพื่อมารักษาแม่ “ ตกลงค่ะพี่เยลลี่” จัสมินพยักหน้ารับแล้วเข้าห้องไปเปลี่ยนชุด เธอหวังว่าเงินก่อนนี้คงได้มากพอเพราะยังขาดอีกเยอะ ที่ผับหรู แสงไฟด้านในสลัว เสียงเพลงหนักแน่นกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยปะปนในอากาศ ลูกค้าจัดเลี้ยงให้กับทีมงาน มินตรานั่งชนแก้วอย่างอารมณ์ดีในขณะที่จัสมินแค่นั่งจิบเบา ๆ “ไม่แดนซ์หน่อยเหรอ” มินตราแซวเพื่อนที่เอาแต่นั่ง “พรุ่งนี้มีงานต่อ ฉันไม่อยากหน้าบวม” “โอ๊ย..คนสวยขนาดนี้บวมก็ยังสวย!” จัสมินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้น “ไปห้องน้ำแป๊บ” “อื้อ” ทางเดินแคบ ๆ ระหว่างโซน VIP จัสมินมัวแต่ก้มดูมือถือไม่ได้มองทางและ ปึก! ร่างของเธอชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรงแรงกระแทกทำให้เธอเสียหลักล้มลงกับพื้นทันที “โอ๊ย!” มือถือกระเด็นไปอีกฝั่งรองเท้าส้นสูงแทบพลิกข้อจัสมินเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิดแล้วก็ต้องชะงัก เพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้น หล่อ สูง ทำหน้านิ่งเหมือนคนเบื่อโลก และสายตาโคตรไม่เป็นมิตร อลัน วิลเลียม เขาก้มมองเธอเหมือนมองอะไรสักอย่างที่ น่ารำคาญก่อนจะพ่นคำพูด “เดินไม่ดูทาง?” น้ำเสียงของเขาเรียบ..แต่กวนประสาทชัดเจน! จัสมินนิ่วหน้า ความเจ็บยังแล่นที่ข้อเท้า “คุณยืนขวางทางหรือเปล่าล่ะ ?” คนรอบข้างเริ่มหันมามอง อลันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเหมือนไม่คิดว่าจะโดนสวนกลับมาแบบนี้ สำหรับเขาแล้วรูปหล่อพ่อรวยเคยสนที่ไหน “แล้วล้มเอง..จะโทษใคร ?” “ก็โทษคนที่ไม่มีมารยาทไง!” เธอสวนเขาในทันที ไม่ยอมแพ้บรรยากาศเริ่มตึงๆ บอดี้การ์ดของอลันขยับตัวเล็กน้อยแต่เขายกมือห้าม สายตาคมยังจับจ้องอยู่ที่เธอไม่ปล่อย ส่วนจัสมินพยายามจะลุกขึ้น แต่ข้อเท้าที่เจ็บอยู่ทำให้เธอเซเล็กน้อย อลันมองแต่ไม่ได้ยอดช่วยเลยสักนิดเดียว “ลุกไหวไหม หรือจะให้ฉันเรียกรถพยาบาล” น้ำเสียงกวนจนคนฟังอยากปาอะไรใส่ “ไม่ต้องยุ่งฉันยังไม่ตาย” จัสมินกัดฟันลุกขึ้นเอง แม้จะเจ็บข้อเท้ามากก็ตามมือบางคว้าเอามือถือหยิบขึ้นมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะเงยหน้าจ้องเขาตรง ๆ “ครั้งหน้าหัดหลบคนบ้างนะคะคุณ” แล้วเธอก็เดินผ่านไปทั้งที่ยังเจ็บข้อเท้า ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองความเงียบตกลงชั่วครู่ ก่อนที่อลันจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “แรงดีว่ะ..” หนึ่งในบอดี้การ์ดเอ่ย “ให้จัดการไหมครับ” “ไม่ต้อง” สายตาของเขามองตามร่างเล็กที่เดินหนีไปโดยมีคำในหัวอยู่มากมาย ทั้งดื้อและปากจัดแถมไม่กลัวคนอย่างเขาเนี้ยนะมันต่างจากผู้หญิงที่เขาเคยเจอทุกคน อลันเอียงคอนิด ๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก “ผู้หญิงอะไร ดุอย่างกับหมา..แต่ถ้าได้มาเลี้ยง” แววตาของอลันเปลี่ยนเป็นอันตรายขึ้นมาทันที “อยากรู้เหมือนกัน..ว่าจะเชื่องได้แค่ไหน” สายตาคมกริบของอลันยังคงทอดมองตามแผ่นหลังระหงของจัสมินจนกระทั่งเธอหายลับไปจากหัวมุมทางเดิน เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยังไม่ละสายตา ทั้ง ๆ ที่ปกติผู้หญิงสวยโฉบเฉี่ยวแบบนี้ เขามักจะเบื่อหน่ายภายในเวลาไม่กี่นาทีที่ได้สบตา “ไปตามมา” คำสั่งสั้นๆ หลุดออกจากริมฝีปากหยัก ลีอองชะงักไปครู่หนึ่งอย่างประหลาดใจ ก่อนจะค้อมศีรษะรับคำนายน้อยของตน “ครับนายน้อย” จัสมินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อความรู้สึก “ทำไมไปนานจัง เป็นอะไรหรือเปล่าจัส?” มินตราเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เปล่า..แค่บังเอิญเดินไปชนกับพวกโรคประสาทน่ะ” จัสมินหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบช้าๆ ทว่าในหัวกลับสลัดภาพแววตาเย็นชาคู่นั้นไม่หลุด น่ารำคาญความรู้สึกนี้มันรบกวนจิตใจเธอเกินไป “ใครกัน กล้าหาเรื่องคนอย่างแก?” มินตราทำหน้าหมั่นไส้แทนเพื่อน “ไม่รู้สิ... แต่ดูแล้วไม่น่าคบ” ไม่กี่นาทีต่อมา บรรยากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนไป เมื่อมีเงาร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ” จัสมินเงยหน้าขึ้นสบตา และต้องชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อพบว่าเป็นผู้ชายคนเดิมอีกแล้ว ‘อลัน วิลเลียม’ มินตรามองสลับไปมาระหว่างเพื่อนกับชายแปลกหน้าทันที สัญชาตญาณบอกเธอว่าสถานการณ์นี้มันไม่ปกติเสียแล้ว “โต๊ะนี้เต็มแล้วค่ะ” มินตราตอบปฏิเสธแทนเพื่อนสาวอลันกระตุกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก สายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าสวยเฉี่ยวของคนที่นิ่งเงียบอยู่เลย “ผมถามเธอ..!!” จัสมินวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังกังวานเล็กน้อย “ฉันไม่ชอบคนที่ไม่มีมารยาท” “ดีเลย” เขาโต้กลับทันควัน แววตาแฝงไปด้วยท้าทาย “ผมก็ไม่ชอบคนดื้อเหมือนกัน” “งั้นก็ตรงกันดีค่ะ” เธอยิ้มเย็นๆส่งกลับไปก่อนจะทำหน้านิ่ง “ฉันกับคุณไม่เคยรู้จักกันและคุณก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับพวกฉัน” คำพูดที่ควรจะเป็นการตัดจบ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่ออลันเลื่อนเก้าอี้นั่งลงโดยไม่รอคำอนุญาต “แต่ผมอยากยุ่ง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ จัสมินยกมือห้ามมินตราที่กำลังจะโวยวาย เธอเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของปีศาจร้ายตรงหน้า “อยากมายุ่งกับฉันไปทำไม?” อลันหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางกวาดสายตาสำรวจร่างระหงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผยและชัดเจน “ไม่รู้สิ..อาจเพราะคุณไม่เหมือนใคร หรืออาจจะเพราะคุณยังไม่รู้ว่าผมเป็นใคร” “แล้วคุณเป็นใครล่ะ?” เธอถามกลับทันที ไร้แววสั่นไหว มีเพียงความรำคาญที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน “คนที่คุณไม่ควรหาเรื่องด้วยที่สุดไงล่ะ” “งั้นก็ยิ่งดีค่ะ เพราะฉันก็ไม่ได้อยากรู้จักคุณอยู่แล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นเสี้ยววินาทีที่มวลอากาศรอบตัวหนักอึ้ง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้อีกฝ่าย อลันลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่าทางคุกคามแต่ยังคงความสง่างามเอาไว้ “คุณชื่ออะไร” “ฉันไม่จำเป็นต้องบอก” “แต่ผมอยากรู้” “แต่ฉันไม่อยากพูด” บทสนทนาเปรียบเสมือนเกมหมากรุกที่ผลัดกันเดินเกมอย่างระมัดระวัง อลันแค่นยิ้มออกมา “โอเค...งั้นผมจะหาคำตอบด้วยตัวเอง” เขาก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเธอ ก้มลงกระซิบชิดใบหูจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว “แล้วผม..ก็จะได้ตัวคุณมาเอง” หัวใจของจัสมินกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ เธอหันไปมองหมายจะตอกกลับ ทว่าร่างสูงนั้นกลับเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ กับความรู้สึกหวาดหวั่นที่เริ่มก่อตัว อีกด้านหนึ่งของคลับ อลันรับแก้วเหล้าจากลูกน้องมาถือไว้ สายตายังคงจับจ้องไปที่โต๊ะเดิมไม่วางตา “ได้ข้อมูลมาหรือยัง” “กำลังจัดการครับนายน้อย” ลีอองรายงาน “เอาให้หมด...ทุกเรื่อง” น้ำเสียงของอลันเย็นเฉียบแต่เด็ดขาด “กูอยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้น จะมีค่าพอให้กูเล่นสนุกได้นานแค่ไหน”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม