อัญภัทรเกือบหยุดหายใจหลังจากคำพูดเขา เธอส่ายหน้าระรัวพลางคิดว่าเดินทางมายังไม่ทันข้ามวัน เธอก็จะเสียตัวให้กับเจ้าของไร่ภูตะวันแล้วอย่างนั้นเหรอ
“ไม่...มันใหญ่เกินไป...เข้าไม่ได้แน่” เธอยับยั้งเขาหน้าตาตื่น แต่ทว่าคนหื่นกลับยกยิ้มคล้ายกับว่าไม่มีอะไรที่เขาอยากได้แล้วไม่ได้
“เข้ากันได้หรือเปล่า... เดี๋ยวก็รู้”
สิ้นคำท้าทาย พ่อเลี้ยงหมอกครามก็ไม่ได้จู่โจมอย่างบ้าเลือดอย่างที่อัญภัทรกลัว แต่เขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
ชายหนุ่มค่อย ๆ ช้อนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวขึ้นในวงแขนอย่างง่ายดายราวกับตัวเธอเบาหวิว แล้ววางเธอลงบนเตียงนอนหนานุ่มขนาดคิงไซส์อย่างทะนุถนอม เพื่อจัดท่าทางให้เหมาะกับกิจกรรมที่จะทำต่อไป
แผ่นหลังเปลือยสัมผัสกับผ้าปูที่นอนเย็นเฉียบทว่ามันนุ่มมากผิดกับบ้านพักคนงานร้างลิบลับ ทำให้อัญภัทรสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบหุบขาเข้าหากันแล้วยกมือขึ้นปิดบังหน้าอกและจุดซ่อนเร้นตามสัญชาตญาณความอาย
“ยะ... อย่าเพิ่ง... คุณหมอก... มันใหญ่... มันไม่ไหวหรอก!” เธอละล่ำละลักปฏิเสธ ภาพความนูนเด่นภายใต้กางเกงนอนของเขายังติดตาหลอนใจ
หมอกครามกระตุกยิ้มมุมปาก คลานเข่าขึ้นมาคร่อมร่างเธอเอาไว้ กักขังเธอไว้ใต้ร่างกำยำ
“จุ๊ ๆ อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิคุณอัญญา... ผมไม่ได้จะยัดมันเข้าไปตอนนี้สักหน่อย”
เขาโน้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมฝีปาก “ของใหญ่ขนาดนี้ ขืนใจร้อนใส่เข้าไป ดอกไม้สวย ๆ ก็ช้ำหมดสิ การทำเกษตรน่ะ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การปักชำ แต่คือการเตรียมหน้าดินต่างหาก”
“ตะ...เตรียมหน้าดิน?” อัญภัทรทวนคำเสียงสั่น
“ใช่...” มือหนาแกะมือที่ปิดหน้าอกเธอออก แล้วตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว
“ต้องพรวนดินให้ร่วนซุย... เติมน้ำให้ชุ่มฉ่ำ... เวลากดปักชำลงไป... มันจะได้ลงลึก ๆ แล้วก็แน่น ๆ... ไม่เจ็บ”
พูดจบ เขาก็เริ่มปฏิบัติการ ‘พรวนดิน’ ทันที
ริมฝีปากร้อนจัดประทับลงบนซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้ง ไล่ต่ำลงมาที่ไหปลาร้า แล้ววนเวียนกลับมาที่ยอดอกสีหวานที่กำลังชูชันล่อตาล่อใจ เขาไม่ออมแรงอีกต่อไป ปากหนาครอบครองยอดถันข้างหนึ่ง ดูดดึงแรง ๆ จนแก้มตอบ สลับกับใช้ปลายลิ้นตวัดเลียรัวเร็ว จนอัญภัทรแอ่นอกรับสัมผัส ร้องครางเสียงหลง
“อ๊า... พ่อเลี้ยง... อื้อ... เสียว...”
ในขณะที่ปากกำลังปรนเปรอเบื้องบน มืออีกข้างที่ว่างงานก็เลื่อนต่ำลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ลูบไล้วนเวียนอยู่รอบสะดือสวยเพื่อหยอกเย้า ก่อนจะค่อย ๆ สอดแทรกฝ่ามือผ่านต้นขาเรียวที่หนีบแน่น
“อ้าขาออกหน่อยขอดูดอกอัญชันก่อน... อย่าหนีบขา” เขาสั่งเสียงพร่า ผละริมฝีปากจากยอดอกขึ้นมาสบตาเธอ
“มะ... ไม่เอา... อาย...” อัญภัทรส่ายหน้าดิก หน้าแดงก่ำ ทั้งที่ตัวเธอไม่เหลือสิ่งใดให้อายอีกต่อไปแล้ว เรียกได้ว่ากับคนตรงหน้า เธอแก้ผ้ากับเขาไปแล้ว
“อายทำไม เมื่อกี้ยังนั่งทับเป้าผมอยู่เลย” หมอกครามไม่รอให้เธออนุญาต เขาใช้วงขาแกร่งแทรกกลาง แล้วดันเข่าเธอให้แยกออกจากกัน เผยให้เห็น ‘ดอกไม้งาม’ ที่ปิดซ่อนอยู่ กลีบดอกสีระเรื่อฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานใส ๆ ที่ปริ่มออกมาจากการโลมเล้าก่อนหน้า
“น้ำเยอะจริง ๆ เลยนะครับคุณอัญญา”
“หึ... ปากบอกว่าอาย แต่ตรงนี้เยิ้มจนแฉะไปหมดแล้วนะ” เขาใช้นิ้วโป้งปาดน้ำหวานใส ๆ นั้นขึ้นมา แล้วชูให้เธอดู ก่อนจะส่งมันเข้าปากตัวเอง แล้วดูดเลียนิ้ว โชว์เธอหน้าตาเฉย!
“0.0” อัญภัทรเบิกตาโพลงกับการกระทำอันหยาบโลนแต่โคตรเซ็กซี่นั่น มันทำให้เธอรู้สึกวูบในช่องท้องชอบกล
“หวาน...” เขาพึมพำ สายตาจับจ้องที่จุดอ่อนไหวของเธอราวกับจะกลืนกิน “แต่แค่นี้ยังไม่พอหรอก... สำหรับขนาดใหญ่ของผม มันต้อง ‘ฉ่ำ’ กว่านี้นะ”
นิ้วกลางและนิ้วนางที่ชุ่มไปด้วยน้ำลายและน้ำหวานของเธอ ค่อย ๆ เคลื่อนกลับไปที่กลีบดอกไม้อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่ลูบไล้ภายนอก แต่ค่อย ๆ กดปลายนิ้วแทรกผ่านรอยแยกนุ่มนิ่ม เข้าไปสำรวจความคับแคบภายใน
“อ๊ะ! เจ็บ... อื้อ!” อัญภัทรนิ่วหน้า เกร็งหน้าท้องรับสัมผัสแปลกปลอม ช่องทางของเธอบีบรัดจนนิ้วของเขาต้องชะงักและดันเข้าไปไม่ได้
“คับ...!”
“ก็มันไม่เคยมีอะไรผ่านไปนี่” เธอแหววใส่ แต่กลับกลายเป็นทำให้คนตรงหน้ายิ่งชอบใจ เพราะเพิ่งรู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง
“ไม่เคย?!”
“ช่วยตัวเองบ้าง...แค่ข้างนอก...ไข่สั่นล่ะนับว่าเคยไหม” เธอตอบเขาอย่างลืมอาย ก็เพราะไอ้ผู้ชายเฮงซวยมันทิ้งเธอไปก่อน ก็เลยยังไม่ได้มอบประสบการณ์ล้ำค่าให้ จะว่าไปก็เสียดายอยู่เหมือนกัน
แต่กับเขา...
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก แต่ทว่าน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเก่าเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หยัดนิ้วลงทีละน้อย
“ผ่อนคลาย... อัญญา... ผ่อนคลาย...” หมอกครามเลื่อนใบหน้าขึ้นไปใกล้ริมฝีปาก ปลอบประโลมด้วยจูบที่นุ่มนวลขึ้น ขณะที่นิ้วมือเริ่มขยับเข้าออกช้า ๆ เนิบนาบ เพื่อขยายช่องทางรักที่คับแคบให้คุ้นชิน จากหนึ่งนิ้ว... เพิ่มเป็นสองนิ้ว...แต่กลับเพิ่มไม่ได้จนหัวเสียนิด ๆ
“อื้ม... แน่นชิบ...” เขาคำรามในลำคอ “ขนาดสองนิ้วยังตอดรัดขนาดนี้ ถ้าเจอ ‘ของจริง’ เข้าไป คุณคงขาดใจคาเตียงแน่ ๆ”
หมอกครามเร่งจังหวะนิ้วเร็วขึ้น พลิกข้อมือควานหาจุดกระสันภายใน จนอัญภัทรเริ่มบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน ความเจ็บจางหายไป เหลือเพียงความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย
“คุณหมอก... อ๊ะ... ตรงนั้นมัน... แรงอีกนิดได้ไหม...” เธอเผลอร้องขออย่างลืมอาย เพราะร่างกายอ่อนไหวมาก เธอไม่เคยรู้สึกวาบหวามขนาดนี้มาก่อน จนร่อนเอวขึ้นหดและเกร็งหน้าท้องเป็นระยะ
“หึ... เริ่มชอบแล้วล่ะสิ” เขายกยิ้มร้ายกาจ ถอนนิ้วออกจนเกิดเสียงดัง ‘แจ๊ะ’ ลามก ก่อนจะขยับตัวลงต่ำ ปลดเชือกกางเกงนอนของตัวเองออก...
ความใหญ่โตที่อัดอั้นมานานดีดผึงออกมาทักทายโลกภายนอก มันแข็งขึง ผงาดง้ำ และเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน สมศักดิ์ศรีพ่อเลี้ยงหมอกคราม ที่ทำเอาอัญภัทรตาค้าง
แต่แทนที่เขาจะสอดใส่มันเข้าไป... หมอกครามกลับจับแก่นกายร้อนผ่าวนั้น ‘ถูไถ’ ไปตามร่องกลีบดอกไม้ที่เปียกชุ่ม ลากผ่านปุ่มกระสันไวสัมผัส ขึ้นและลงอย่างเชื่อง ช้าเน้นหนัก
“ซี๊ดดด... อื้อ!” อัญภัทรสะท้านเฮือกเมื่อความร้อนและความแข็งขึงบดเบียดกับจุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดของเธอ โดยไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปข้างใน แต่แค่การเสียดสีภายนอกนี้ก็แทบจะทำให้เธอสติหลุด
“ชอบไหม...” หมอกครามถามเสียงหอบ พลางบดสะโพกเน้นย้ำส่วนหัวหยักบานให้บี้แบนกับปุ่มกระสันของเธอ “น้ำเยอะขนาดนี้... สงสัยจะพร้อมรับการปักชำแล้วมั้ง?”
“มะ... ไม่ไหว... คุณหมอก... เข้ามา... ฮึก... เข้ามาเถอะ...” ความเสียวที่โดนกลั่นแกล้งทำให้อัญภัทรทนไม่ไหว เผลอร้องขอสิ่งที่น่าอายที่สุดออกไป
หมอกครามหยุดการเคลื่อนไหวทันที เขายันกายขึ้นมองหน้าเธอที่แดงซ่านและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์
“อยากได้เหรอ?” เขาแกล้งถาม
“อะ... อื้อ...”
“งั้นก็พูดเพราะ ๆ สิ...” เขากระซิบข้างหู
“เข้ามาในตัวหนูหน่อยค่ะ... พูดสิ”