คุณหญิงมาลัยวรรณกลับบ้านด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด หล่อนโมโหอารัณย์เหลือเกิน แต่ไม่รู้จะทำยังไงได้ ในเมื่อเขาเป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือหล่อนกับลูกสาว พอมาถึงบ้านเห็นพริ้มพราวนั่งวาดรูปอยู่ในห้องรับแขก อารมณ์ฉุนเฉียวเกิดขึ้นทันที “วาดมันอยู่นั่นน่ะรูป จะวาดอะไรกันนักหนา ฉันส่งให้แกเรียนบริหารก็ไม่อยากจะเรียน เกรดก็ได้น้อย ถ้าแกตั้งใจเรียนและฉลาดกว่านี้ ป่านนี้บริษัทคงไม่เจ๊งแบบนี้หรอก!” คุณหญิงมาลัยวรรณต่อว่าลูกสาว พริ้มพราวเงยหน้าขึ้นมองมารดา แววตาของเธอแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ไม่ใช่เพราะคุณแม่ไว้ใจญาติมากเกินไปเหรอคะถึงได้เป็นแบบนี้ คุณแม่ไว้ใจให้ญาติเข้ามาช่วยบริหารงานบริษัทคุณพ่อ สุดท้ายญาติก็โกงเงินไปจนหมด ตัวคุณแม่เองก็ทำงานไม่เป็น เหมือนพราวนั่นแหละค่ะ” เธอย้อน คุณหญิงมาลัยวรรณได้ยินแล้วหมดความอดทน หล่อนขว้างกระเป๋าลงบนโซฟาแล้วชี้หน้าลูกสาว “หุบปากไปเลยนะ! ถ้าไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้

