อะไรจะซวยขนาดนี้

1696 คำ
ช่วงสุดท้ายของนักศึกษาพยาบาล คือการฝึกงานที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่บัวตองกำลังเรียนอยู่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่คนส่วนใหญ่มักจะเรียกว่ามหาวิทยาลัยคนรวย เลยทำให้การทำงานทุกอย่างไม่ค่อยเคร่งครัดเหมือนที่อื่น ๆ และมักได้สิทธิพิเศษมากกว่าสถาบันแห่งอื่นอยู่เสมอ “โห รอบนี้มาเยอะกว่าปีที่แล้วอีกนะ” หญิงวัยใกล้เกษียณท่าทางสุขุมแต่แววตาอบอุ่นเอ่ยพลางกวาดสายตามองกลุ่มนักศึกษาพยาบาลที่เข้ามารายงานตัวถึงสิบคน มากกว่าปีที่แล้วเท่าตัว “พี่ชื่อนิภากรณ์นะคะ เรียกว่าพี่นิเฉย ๆ ก็ได้ เป็นหัวหน้าพยาบาลของที่นี่ แล้วก็เป็นคนเดียวที่จะเซ็นให้พวกเราจบ ชีวิตของพวกเรานับแต่วินาทีนี้จนถึงฝึกงานจบ อยู่ที่ปลายปากกาพี่แล้วนะ” รอยยิ้มสดใส แต่แววตากลับดุดันจนทำเอาเหล่านักศึกษาขนลุกซู่ไปตาม ๆ กัน เพราะไม่รู้ว่าที่อีกฝ่ายพูดเป็นแค่มุกตลกขำ ๆ ตามฉบับของตัวเอง หรือเป็นคำขู่กันแน่ “พวกเราได้ตารางขึ้นเวรมาแล้วใช่ไหม” “ค่ะ” ทั้งหมดต่างพยักหน้าและตอบออกไปอย่างพร้อมเพรียง จริง ๆ การฝึกงานที่นี่จะผลัดเป็นสองฝั่ง คือจะฝึกที่ตึกขาวก่อน เป็นแผนก ER ผู้ป่วยฉุกเฉินจะเยอะและคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ แต่ละเคสก็จะหนัก ๆ กันทั้งนั้น แต่ทั้งบัวตอง มินนี่ และมายด์ผ่านตึกขาวกันมาแล้วจึงเหลือแค่ด่านสุดท้าย นั่นคือตึกเหลือง โชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยให้โอกาสได้เลือกแผนก ระหว่าง OR แผนกผ่าตัด หรือจะเป็น NS แผนกเด็กแรกเกิด “ที่นี่อยู่กันสบาย ๆ ก็จริง แต่เรื่องตรงต่อเวลา พี่ขอย้ำว่าซีเรียส เพราะทุกวินาทีที่เราช้า มันคือความเป็นความตายของใครบางคน หรืออาจจะหลายคนด้วยซ้ำ วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก พี่จะพาเดินสำรวจแต่ละห้อง และพาไปแนะนำตัวกับอาจารย์แต่ละฝ่ายก่อน” ว่าแล้วก็ยื่นหนังสือที่เป็นแผนผังของโรงพยาบาลให้กับบัวตอง ก่อนที่เธอจะนำไปแจกจ่ายให้พวกเพื่อน ๆ ต่ออีกที “ตามมา” ขาเรียวสวยในชุดพยาบาลสุดเนี้ยบ ผมถูกม้วนเก็บจนเรียบเดินนำกลุ่มพยาบาลฝึกงานออกจากห้อง เธอเดินแนะนำไปยังจุดต่าง ๆ พลางชี้มือให้เหล่าพยาบาลฝึกงานดู ก่อนจะพามาหยุดยังหน้าห้องห้องหนึ่ง ทันทีที่ประตูผลักเข้าไปก็เจอกับชายร่างสูงโปร่ง อายุน่าจะปาเข้าไปเลขสี่ปลาย ๆ กำลังนั่งตรวจดูงานที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ “เอ้า มากันแล้วเหรอ” เขาว่าจบก็วางมือจากแป้นพิมพ์แล้วลุกขึ้นพลางส่งรอยยิ้มที่เป็นมิตร ก่อนที่นักศึกษาทุกคนจะรีบยกมือขึ้นสวัสดีตามธรรมเนียม “นี่อาจารย์สุชาตินะ เป็นแพทย์ประจำแผนกสูติ น่าจะใจดีที่สุดในบรรดาอาจารย์หมอในตึกนี้แล้ว” พี่นิว่าขำ ๆ เธอพูดคุยงานกับอาจารย์สุชาติครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยให้นักศึกษาได้สอบถามและพูดคุยทำความรู้จักกับอาจารย์ แล้วเธอก็ขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำ “อยากให้แนะนำอะไรเป็นพิเศษไหม” มือหนาแตะสัมผัสลงไหล่ของบัวตองจนเธอแอบสะดุ้ง ก่อนจะรีบหันมายิ้มเจื่อน ๆ ส่งให้อีกฝ่าย เธอเข้าใจดีว่าอาจารย์สุชาติเป็นคนใจดี แต่เพิ่งจะเคยเห็นหน้ากันครั้งแรก เขาก็แตะต้องตัวเธอเลย แม้ไม่ใช่จุดที่เสียหายอะไร แต่แววตาของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ “ปกติแผนกนี้สบายไหมคะ” “กะเช้าก็ยุ่ง ๆ อยู่นะ แต่กะกลางคืนสบาย ติดแค่อาจจะง่วงไปหน่อย” เขารีบผละมือจากไหล่ของบัวตอง แล้วหันกลับไปมองที่มายด์แทน “มีเคสแปลก ๆ บ้างไหมคะ” “หึ ๆ เยอะมาก เล่าให้ฟังเป็นชั่วโมงก็ยังไม่จบ เอาไว้... ถ้ามีเวลาเราค่อยคุยกันนอกรอบนะ” “ค่ะ...” เหมือนจะไม่มีอะไรให้คิดต่อ แต่ทั้งแววตาและน้ำเสียงมันทำให้แก๊งสาวสวยจับพิรุธได้ว่าไม่ปกติ อีตานี่ต้องเป็นประเภทหัวงู และเจ้าชู้ยักษ์แน่นอน “แนะนำกันเสร็จยังคะ ยังต้องไปตึกนั้นต่อ” ยังไม่ทันได้คุยอะไรไปมากกว่านี้ พี่นิที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำในตอนแรกก็เดินกลับเข้ามา “ตามสบายครับ” ทั้งที่พูดกับพี่นิ แต่ยังปรายหางตามามองที่บัวตองอย่างให้ความสนใจ อาจเป็นเพราะความสวยที่โดดเด่นจนสะดุดตาของเธอนั่นแหละ “ปะเด็ก ๆ เดี๋ยวพาไปตึกเหลือง” ว่าแล้วก็เดินนำเหล่าพยาบาลฝึกงานมายังชั้นอื่น ๆ ภายในตึก “ที่นี่เป็นตึกใหม่นะ เพิ่งสร้างเสร็จแค่สองปี ฝั่งนี้จะเป็นฝั่งที่ความวุ่นวายน้อยมากกก ใครได้อยู่จุดนี้คือสบายไปเลย” ดูจะจริงอย่างที่พี่นิบอก เพราะเดินเข้ามาก็พบกับความเงียบสงบแล้ว ต่างจากตึกก่อนหน้าที่หนาแน่นไปด้วยผู้คน พี่นิพาเดินสำรวจไปทั่วทั้งตึก เข้าห้องนั้น ออกห้องนี้ ทำเอาเหล่านักศึกษายกมือขึ้นไหว้จนปวดแขนไปหมด ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง “มาถึงคนสุดท้ายแล้ว เข้าไปห้ามส่งเสียงดัง ห้ามพูดแทรก ห้ามติดเล่น และห้ามทุกอย่างที่จะทำให้อาจารย์หัวร้อน เพราะคนนี้ค่อนข้างโหด ถ้าเกิดเผลอทำอะไรให้เขาไม่พอใจขึ้นมาก็ตัวใครตัวมันเลยนะ พี่ช่วยไม่ได้” ฟังดูไม่สบายใจเลย เหล่าพยาบาลฝึกงานต่างเกร็งไปตาม ๆ กันเป็นแถว “ใกล้เสร็จยังวะ เมื่อยขาจะแย่” “ชูววว” บัวตองรีบส่งสัญญาณให้มินนี่เบาเสียง เพราะตอนนี้ประตูถูกผลักเข้าไปแล้ว ก่อนที่ทุกคนจะเดินตัวเกร็งเข้าไปด้านใน ปิดท้ายด้วยบัวตองที่ต้องปิดประตู ทว่าจังหวะที่เธอหันกลับมาที่โต๊ะก็ต้องชะงักกึก เมื่อชายที่กำลังง่วนอยู่กับเครื่องมือแพทย์ตรงหน้า ดันเป็นบุคคลที่เธอไม่คาดคิด เธอถึงได้รีบหันหลังหลบ “โรงพยาบาลมีตั้งเยอะ ทำไมต้องเป็นที่เดียวกันด้วยวะ” นาทีนี้ถ้าไม่คิดว่าเป็นเทอมสุดท้าย บัวตองคงเปิดประตูแล้ววิ่งพรวดออกไปจากห้องให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอจะไปทำอย่างงั้นได้ไงเล่า! “เชี่ย... แก ๆ” “รู้แล้ว” บัวตองรีบปัดมือเพื่อนที่สะกิดสะโพกยกใหญ่ และตะลึงงันไม่แพ้กัน “นี่อาจารย์ปวินนะ เป็นแพทย์นรีเวช” “สวัสดีค่ะ” ทุกคนต่างยกมือขึ้นสวัสดี บัวตองเองก็เช่นกัน ก่อนที่เธอจะพยายามเอาตัวเองไปหลบด้านหลังเพื่อน พร้อมกับดึงหมวกมาปิดหน้า “ที่นี่คนน้อย งานไม่เยอะ หลัก ๆ ก็ดูแลเด็กหลังคลอด ไหวใช่ไหม” “ไหวค่ะ” เสียงตอบรับดังอย่างมั่นใจ ทว่าคนสายตาเรียบเฉยกลับเอาแต่กวาดมองกลุ่มพยาบาลฝึกงานจนทุกคนเริ่มเสียอาการ แม้เขาจะมีสายตาดุดันดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ แต่ความหล่อที่โดดเด่นนั้นมีผลต่อการหวั่นไหวอย่างแน่นอน “ปีนี้ขอเลือกพยาบาลขึ้นมาประจำบนชั้นนี้สองคนได้ไหม” “ได้ค่ะอาจารย์ แต่ถ้าชั้นสองคนไม่พอ อาจจะต้องเรียกตัวด่วนลงไปช่วยงานนะคะ” พี่นิเอ่ยอย่างถ่อมตน ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะมีอิทธิพลมากจริง ๆ “งั้นเริ่มพรุ่งนี้เลยแล้วกัน ขอเป็นภิยดา กับบุษบานะ” “...” ใจของบัวตองแทบกระเด็นออกจากอก เมื่อได้ยินชื่อของตัวเองออกมาจากปากของชายร่างใหญ่ที่ไม่คาดคิดว่าทั้งชีวิตนี้ต้องวนมาเจอกันอีก “เปลี่ยนตารางเข้าเวรให้ตรงกับผมเลย ผมจะให้เป็นลูกมือประจำ” “ตารางเวรของน้อง ๆ ถูกกำหนดไว้หมดแล้วค่ะ ถ้าเปลี่ยนตอนนี้...” “ทันใช่ไหมครับ?” พี่นิไม่ทันได้พูดจบด้วยซ้ำ อาจารย์ปวินก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน ท่าทางเอาแต่ใจนี้คงมีแค่เขาสินะที่ทำได้แล้วไม่โดนรุมประชาทัณฑ์ “เอ่อ... ค่ะ” พี่นิก้มหน้าลงด้วยความลำบากใจ ก่อนจะตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ “คนไหนชื่อภิยดากับบุษบานะ” เขาถามพร้อมกับวางแฟ้มรายชื่อนักศึกษาลงบนโต๊ะ รอให้มายด์กับบัวตองค่อย ๆ ยกมือขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ โดยเฉพาะบัวตองที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสู้สายตา เพราะเกรงว่าเขาจะจำเธอได้ “ชื่ออะไรกันบ้าง” “มายด์ค่ะ” มายด์เอ่ยตอบก่อน ทว่าบัวตองยังเอาแต่นิ่งเงียบจนเขาต้องถามซ้ำ “แล้วอีกคนล่ะ” “ตะ ตองค่ะ” เสียงของเธอเบาหวิวจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง เธอพยายามทำตัวให้เล็กที่สุด ให้เขาไม่สนใจและมองข้ามไป แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งแหย่ เมื่อรู้ว่าเธอแทบอยากมุดแผ่นดินหนี “หน้าคุ้น ๆ นะเนี่ย เราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่า” คนตัวเล็กส่ายหน้าระรัวทั้งที่ยังก้มหน้า ในใจได้แต่สบถคำว่าซวยอะไรขนาดนี้วะเนี่ย! “งั้นขอพาน้อง ๆ ไปดูห้องคลอดพิเศษชั้นบนก่อนนะคะ ไว้พรุ่งนี้จะให้น้องมาช่วยงานค่ะ” โชคดีที่พี่นิเข้ามาช่วยชีวิตได้ทัน บัวตองเลยไม่ถูกจี้ถามหนัก พอประตูเปิดเธอก็รีบชิงออกไปจากห้องก่อนใครเพื่อน ก่อนจะปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าที่เรียบเฉย “บุษบา มณีคัม...” เขาทวนชื่อของเธอเสียงแผ่ว แววตาฉายความสนใจออกมาจนปิดซ่อนไม่มิด ดูเหมือนว่างานนี้บัวตองจะเจอบททดสอบที่โหดกว่าใครเพื่อนแล้วสิ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม