การทำงานวันแรกได้เริ่มขึ้นเวลา 08.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เช้ามาก แต่เพราะตื่นเช้าเป็นประจำ ทำให้ชินกับการตื่นมาเข้าเวรเวลานี้ไปแล้ว เริ่มต้นวันแรกบัวตองก็ได้เข้ากะเช้าเลย ทั้งที่จริง ๆ เธอควรเข้ากะตอนบ่าย หรือเวลาสี่โมงเย็นแล้วลงเวรตอนเที่ยงคืน แต่เพราะตารางเวรถูกเปลี่ยนกะทันหันเพื่อให้ตรงตามเวรของอาจารย์ปวิน เธอเลยต้องมานั่งหน้าเซ็งดื่มกาแฟอยู่ชั้นเจ็ด
“กะเช้าก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ได้วุ่นวายอะไรขนาดนั้น ต้องขอบคุณอาจารย์ปวินที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้”
มายด์พูดออกมาสีหน้าระรื่น แต่บัวตองไม่ได้คิดเช่นเดียวกันเลย เพราะตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในตึกนี้ เธอก็รู้สึกขนลุกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่เพราะรังสีผีตนใดแผ่ซ่านออกมาหรอก แต่เป็นเพราะอาจารย์ปวินที่แอบลอบมองเธอบ่อย ๆ จนเธอปั้นหน้าไม่ถูก
“แกว่าเราขอให้อาจารย์ปวินให้ยัยมินนี่ขึ้นมาช่วยงานบนตึกนี้ด้วยดีไหม”
“แกก็ลองไปขอดูสิ ฉันไม่กล้าหรอก”
บัวตองรีบปฏิเสธจนลิ้นแทบพันกัน เพราะแค่จะสบตาเขา เธอยังทำไม่ได้ จะให้ไปร้องขออะไรแบบนั้น เธอไม่มีวันทำแน่
“ใครจะไปกล้าล่ะ ฉันไม่ได้สนิทกับเขาสักหน่อย อย่างน้อยแกก็เคย…”
“หยุดเลยนะ”
บัวตองรีบยกมือปิดปากเพื่อนรัก ก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ว่ามีใครอยู่แถวนี้และเผลอผ่านมาได้ยินบ้างหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าไม่มีใครถึงได้คลายมือออก
“แกอย่าพูดเรื่องบ้า ๆ นั่นอีกเด็ดขาด ตลอดชีวิตของแกเลย”
“ทำไม น่าภูมิใจดีออก”
“ภูมิใจกับผีน่ะสิ”
บัวตองรีบโวย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่ยอมเล่นเกมบ้า ๆ และบ้าจี้ทำตามที่มายด์สั่งเด็ดขาด
“ทำไมล่ะ ไม่เห็นน่าอายตรงไหนเลย หมอปวินก็ทั้งหล่อทั้งรวยทั้งดุ ทั้งในชุดกาวน์... และตอนไม่ใส่เสื้อผ้า”
“ชูววว”
ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ พูดไปก็โมโหเปล่า เธอเลยต้องรีบเปลี่ยนประเด็นก่อนที่ใครจะผ่านมาได้ยิน
“ฉันไปห้องน้ำละ แกนั่งเฝ้าอยู่ตรงนี้คนเดียวไปเลย”
เธอว่าก่อนจะลุกจากเก้าอี้ ทำเอาเพื่อนมองตามหลังตาละห้อย
“เอ้า ฉันก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันนะ”
“ถ้าไปสองคนใครจะเฝ้าโต๊ะเล่า เดี๋ยวรีบมา”
คนตัวเล็กตะโกนตอบโดยไม่หันกลับไปมอง ก่อนจะตรงเข้าไปห้องน้ำส่วนบุคลากร ที่แยกออกมาจากห้องน้ำของผู้รับบริการอีกที
เนื่องจากทั้งคู่อยู่ประจำโต๊ะฝากครรภ์ เลยต้องมีคนอยู่ประจำตรงนี้ตลอด เว้นแค่ตอนบ่ายที่ต้องขึ้นไปเตรียมห้องคลอด
ระหว่างที่เธอกำลังเข้าห้องน้ำ เธอแอบได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาภายในห้อง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่เพียงอาจจะเป็นพยาบาลคนใดคนหนึ่งในตึกนี้ แต่ทันทีที่ทำธุระของตัวเองเสร็จและเปิดประตูออก ก็ทำให้ดวงตากลมโตเบิกโพลงมากยิ่งขึ้น
“อาจารย์…”
พูดไม่ทันจะจบ ปากของเธอก็ถูกเขายกมือขึ้นมาปิด ก่อนจะดันตัวเข้ามาภายในห้องน้ำ และอาศัยจังหวะนี้ล็อกห้องเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะคลายมือออกจากปากเธอ และทาบจูบเข้ามาแทน
“อื้อออ”
คนตัวเล็กตั้งรับไม่ทันเลยได้แต่ร้องประท้วงในลำคอพลางดิ้นขลุกขลัก พยายามจะหลุดออกไปจากการกอดรัดของเขา แต่แรงของเธอก็มีเท่านี้ จะไปสู้ชายตัวใหญ่ร่างกำยำอย่างเขาได้ยังไง
“อะ อาจารย์ ปล่อยนะ”
เธอรวบรวมแรงที่มีผลักเขาออกไปเต็มแรงจนอีกฝ่ายถอยออกไปหนึ่งก้าว แต่ยังคงจ้องกลีบปากบางอย่างหลงใหลไม่วางตา
“หายหน้าหายตาเลยนะ นึกว่าจะกลับไปหาฉันที่คอนโดฯ บ้าง หรือไม่ก็... คลินิกก็ยังดี”
“เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ทำไมฉันต้องกลับไปหาอาจารย์ด้วย”
เขาไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด ซ้ำยังขมวดคิ้วทำหน้ายียวนกวนประสาทเธอ ทั้งที่ต่อหน้าคนอื่นทำตัวเป็นบุคคลสุขุมนุ่มลึก จนยากจะเข้าถึง
“เรียกอาจารย์เหรอ ฟังดูแล้วห่างเหินจัง”
แขนกำยำยกขึ้นคร่อมร่างของบัวตองเพื่อกันไม่ให้เธอหนี ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น
“เรียกพี่สิ พี่ปวิน”
“โรงพยาบาลมีกฎว่าห้ามพยาบาลฝึกงานมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุคลากรทางการแพทย์ ไม่งั้นจะมีความผิดทางวินัย อยากโดนดีเหรอ”
บัวตองเชิดหน้าขึ้นสบตาเพื่อแสดงตัวว่าไม่ได้ขลาดกลัวต่อเขา แม้ว่าในใจจะเต้นระส่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม
“ทำไม... เธอจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอธิการเหรอ”
เขาแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบใกล้ใบหูของเธอเพื่อเย้าแหย่ เพราะยิ่งเห็นท่าทางดุ ๆ ของสาวตัวเล็ก มันก็น่าเอ็นดูไม่ต่างไปจากมองลูกแมวขู่จนขนพอง
“ถ้าฉันโดน เธอก็โดนเหมือนกันนี่ ของแบบนี้มันตบมือข้างเดียวดังซะที่ไหน”
เสียงกระซิบดังอยู่ใกล้หู ก่อนที่สายตาเจ้าเล่ห์จะโลมเลียไปทั่วกลีบปากบางแล้วทาบจูบลงมาที่ลำคอขาวยาวระหง
“ฮึก...”
บัวตองหลับตาพริ้มพยายามไม่เคลิ้มไปกับสัมผัสที่โหยหา แต่ทั้งกลิ่น ทั้งรสจูบอันดูดดื่มนี้ มันทำให้เธอตัวอ่อนระทวย ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยกแขนขึ้นมาต่อต้าน
“ยะ อย่านะ”
เธอพร่ำบอกเสียงเบาหวิวจนแทบมีเพียงลม เหมือนกำลังพยายามต้านแรงอีกฝ่าย แต่ยิ่งนานไปตัวเธอก็ยิ่งสนองตอบรับต่อเขาอย่างไม่อาจบังคับได้
ทุกอย่างเกือบจะเลยเถิดไปไกลแล้ว จนกระทั้ง...
พลั่ก!
นาทีที่ทุกอย่างเกือบจะเลยเถิดไปไกล ภาพของหมอปวินกับแฟนสาวคนรักก็ผุดขึ้นมาในหัว บัวตองเหมือนได้สติชั่วขณะ รีบอาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งหลักผลักอีกฝ่ายออกไปเต็มแรงจนเขาตัวเซ และไม่มีจังหวะที่เขาจะได้พูดอะไร ใบหน้าหล่อคมก็ถูกตบจนหน้าหัน
เพียะ!
“ผู้ชายสำส่อน”
ปวินนิ่งค้างไปทันที เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนตบ เขากำลังประมวลอย่างช้า ๆ ว่าเมื่อกี้เธอกล้าทำเขาจริง ๆ เหรอ จังหวะที่เขากำลังนิ่งค้าง บัวตองก็ผลักประตูออกไปอย่างรวดเร็ว
ที่จริงเขาเกือบจะตามเธอออกมาแล้ว แต่โชคดียังเข้าข้างบัวตองอยู่ เพราะจังหวะที่เธอเดินออกมา ดันมีพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องน้ำ เขาจึงต้องซ่อนตัวอยู่ภายในห้องน้ำก่อน ปล่อยให้บัวตองเดินออกไปอย่างน่าเสียดาย
“ไหนบอกไปแป๊บเดียวไงฮะ นี่ถ้าฉันปวดท้องคลอดลูก ฉันคงคลอดจนเสร็จ ตัดสายสะดือ อาบน้ำคลุมห่อผ้าเรียบร้อยแล้วมั้ง”
มายด์เอ่ยเหน็บแนมทันทีที่เห็นเพื่อนรักเดินหน้างอกลับมานั่งโต๊ะ
“โทษที”
บัวตองไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ได้แต่ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด และไม่อธิบายอะไรเพิ่มด้วย
“เป็นอะไร”
เพียงแค่เห็นว่ามีความผิดปกติบนสีหน้า มายด์ก็เอ่ยทักท้วงอย่างเร็วพลัน
“ไม่มีอะไร สงสัยจะเป็นเมนมั้งเลยหงุดหงิด”
ท่าทางฉุนเฉียวของบัวตอง ทำให้มายด์ไม่กล้าถามเซ้าซี้อะไรต่ออีก ทำได้เพียงเดินออกไปเข้าห้องน้ำเงียบ ๆ ปล่อยให้บัวตองได้สงบสติอารมณ์กับตัวเองอยู่ลำพัง
“บ้าเอ๊ย ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย”
เธอสบถพร้อมกับส่ายหน้ารัว ๆ ด้วยความขุ่นเคือง ในหัวเริ่มคิดอยากย้ายโรงพยาบาลหรือไม่ก็แผนก แต่เธอจะทำได้ยังไง เธอไม่ได้มีเส้นสายขนาดนั้น แต่ถ้าให้เธออยู่ใกล้เขาแบบนี้ทุกวัน เขาต้องหาทางกินเธออีกจนได้แน่