ย้อนกลับตอนม.6 เทอมหนึ่ง..
“ตะวัน เด็กใหม่อ่ะ มึงสนิทป่ะ?”
ปันปันถามทันทีที่เดินมานั่งโต๊ะโรงอาหาร โดยมีทั้งตะวันและแซมมี่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
ตะวันกำลังซดแกงจืดอยู่ก็เงยหน้าขึ้น
“ก็ไม่ได้สนิทขนาดนั้น แต่ก็คุยได้ เพิ่งมาวันแรกเอง จะให้สนิททันทีมันก็เกินไปป่ะ”
แซมมี่ที่กำลังกินข้าวเคี้ยวตุ่ย ๆ โผล่มาเสริม
“ถามไมวะ สนใจหรอ”
ปันปันคีบไก่ทอดเข้าปาก แล้วตอบหน้าตาเฉย
“ก็หล่อดี…”
แซมมี่กับตะวันชะงัก มองหน้ากันแบบจะถามให้รู้เรื่อง
แซมมี่วางช้อนลง เพี๊ยะ!
“แหมมมมมมมมมมมม!! ที่บอกไม่สนใจ ไม่อยากรู้ เด็กใหม่เป็นไง ใครมันพูดดดดดด!”
ปันปันถลึงตาใส่
“กูพูดว่า ‘หล่อดี’ เฉย ๆ ไม่ได้บอกว่าอยากได้!”
ตะวันกระตุกยิ้มมุมปาก เหมือนรู้ทัน
“อืม ๆ แต่สายตาตอนมึงมองหน้ามันตอนเช้าวันนี้อ่ะ… กูเรียกมึงตั้งสามรอบกว่าจะหัน”
“ไอเหี้ยตะวัน! กูไม่ได้มองขนาดนั้นไหม!”
ยังไม่ทันที่ปันปันจะพูดจบ
เงาร่างสูงพร้อมชุดนักเรียนเรียบร้อยก็เดินมาวางถาดข้าวลงตรงข้ามโต๊ะพอดี
ศิลา.
ปันปันเงียบสนิทแทบกลืนลิ้น
ทำเป็นก้มหน้าตักข้าว ทั้งที่ใจเต้นตุ่บ ๆ แบบโคตรประสาท ในหัวคิดว่า เหี้ยย เขาได้ยินกูป่ะเมื่อกี้เนี่ย
แซมมี่กระซิบดังพอให้ทั้งโรงอาหารได้ยิน
“ดู๊ดู๊ ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ แต่หูแดงหมดแล้วนะมึงอ่ะอีปัน!”
——
ปัจจุบัน…
เสียงเป่านกหวีดดัง “ปี๊ด!” ก่อนที่เสียงว๊ากทรงพลังของ ตะวัน จะก้องไปทั่วลานเกียร์
“ปีหนึ่ง! วันนี้คณะแพทย์จะเข้ามาร่วมรับน้องกับคณะเราด้วย เพราะงั้น…เราเป็นเจ้าบ้าน ต้องดูแลผู้มาเยือนให้ดี เข้าใจไหม!”
เสียงก้องจนบล็อกข้าง ๆ ได้ยิน เด็กปีหนึ่งหลายคนสะดุ้งกันจนเห็นได้ชัด บางคนแทบทำท่าจะวิ่งหนี แต่เพื่อนลากแขนไว้ทัน
ปันปันยืนกอดอกอยู่ข้างเสา ใบหน้าติดนิ่งแต่ในหัวคือ รำคาญเสียงว๊ากสุด ๆ
คิตตี้ที่อยู่ข้างหลังเอาพัดมาพัดหน้ารัว ๆ ก่อนจะบ่นเสียงดังจนได้ยินแค่กลุ่มเพื่อน
“อีปัน ทำไมคณะแพทย์ต้องมารับน้องร่วมกับคณะเราด้วยวะ กูว่าแล้ว…บรรยากาศต้องเครียด!”
แซมมี่ที่นั่งจิบน้ำอยู่บนโต๊ะปูนทำหน้าเซ็งไม่ต่างกัน
“เห็นว่าหมอปีสามปีสี่เขาไม่มีคน ออกนอกพื้นที่กันหมด อาจารย์เลยขอให้คณะเราช่วยเป็นสตาฟร่วม พวกปีสองปีสามเราเลยต้องมาดูแล”
ปันปันหันขวับ
“ใครบอกมึง?”
“ก็เพื่อนในคณะพูดกันทั้งวัน มึงไม่ได้ยินเหรอ?” แซมมี่มองปันปันเหมือนงงว่ามันหลุดหูได้ไง
ปันปันเตรียมจะตอบ แต่ประโยคถูกกลืนหายไปทันทีที่เธอเหลือบเห็นกลุ่มชุดสตาฟกำลังเดินเข้ามาทางลาน
ไม่ใช่ใครอื่น…
ศิลา
เขาเดินนำมากับกลุ่มเพื่อนแพทย์ ดวงตาคมเฉียบ มัดกล้ามกระชับใต้เสื้อสตาฟที่พอดีตัวพอดีแรง ลมที่พัดเข้ามาในลานเกียร์พอดีทำให้ผมเขาเซ็ตขึ้นเล็กน้อย ยิ่งเห็นชัดว่ามีเสน่ห์แค่ไหน
เด็กปีหนึ่งทั้งหญิงทั้งชายยังหันไปมองตามกันแบบออกหน้าออกตา บางคนถึงกับกระซิบ
“พี่หมอคนนั้นโคตรหล่ออ่ะ…”
คิตตี้ทำตาโตทันที
“เหี้ย…ศิลา!”
ปันปันกัดฟันแน่น กอดอกแน่นขึ้นไปอีก
“แล้วทำไมคณะแพทย์ไม่ขนอีห่านั้นออกนอกสถานที่ไปด้วยวะ จะได้ไม่ต้องมาเดินเฉียดกูแบบนี้!”
แซมมี่กลั้นหัวเราะไม่อยู่
“โอ๊ยยย ดูมันร้อนตัว พูดยังกับยังรักอยู่”
“รักพ่อง! เดี๋ยวกูทุบมึงคนแรกเลยอีแซม”
แต่ยังไม่ทันได้ทุบ
เหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้ง…
ศิลาเหลือบตาขึ้นมองมาทางปันปันพอดี สายตาทั้งคู่ประสานกันแค่เสี้ยววินาที แต่เสี้ยววินาทีนั้นหัวใจปันปันเต้นโครมจนตัวเองอยากด่า
และปันปันก็หันหน้าหนีแทบไม่ทัน
คิตตี้กระซิบเบา ๆ แต่แรดมาก
“ปันคะ…หน้าแดงค่ะ”
“ไม่แดงเว้ย เดินกลับหอเลยดีไหม กูรำคาญ!”
แต่ยังไม่ทันจะได้หนี ศิลาเดินตรงเข้ามาทางพวกเธออย่างจงใจ…
“ปันปัน เมื่อเช้าที่ฝากขนมไปให้…ได้กินหรือเปล่า”
เสียงทุ้มของศิลาเบาแต่ชัดเจน จนปันปันที่ตั้งใจจะเมินหันหน้าหนีแทบจะทำสำเร็จอยู่แล้ว แต่ไม่ทัน…
คิตตี้ดันชิงตอบแทนแบบไม่ปรึกษาใครทั้งนั้น
“กินสิคะ กินคนเดียวด้วย นี่กับอีแซมจะขอแบ่งกัดนึงก็ไม่ยอม งกฉิบหาย!”
ปันปันหันขวับ
“พูดมากละมึง อีณัฐวุฒิ!”
คิตตี้ทำตาโตเหมือนจะลุกขึ้นมาตบ
“โอ๊ย! ถ้ามึงยังเรียกชื่อจริงกูอีกคำเดียว กูต่อยปากมึงต่อหน้าแฟนเก่ามึงเลยนะ!”
แซมมี่หลุดหัวเราะดังจนเด็กปีหนึ่งหันหน้ามามอง
“ฮ่าๆ แหมมมมมมมมมมมมมมมมมม แฟนเก่า ที่กำลังจะกลายเป็น แฟนใหม่ ป่ะ”
ปันปันหน้าร้อนวาบ รีบสะบัดมือไล่เพื่อน
“แซมมี่ หยุดพูด!”
ศิลามองเธอ แววตาไม่ได้ยิ้ม แต่มีอะไรบางอย่างอ่อนลงนิด ๆ เหมือนเธอเป็นสิ่งเดียวในลานเกียร์ที่เขาโฟกัสอยู่
“ดีแล้วที่กิน” เขาพูดเรียบ ๆ
“เธอไม่ค่อยได้กินข้าวเช้า กลัวจะเป็นลม”
ปันปันสะดุ้ง
“มึง…เอ้ย นาย ไปสืบอะไรมาอีกเนี่ย!”
“สืบอะไรล่ะ ก็จำได้” เขาตอบนิ่ง ๆ “สมัยม.หก เธอไม่เคยกินข้าวเช้า”
คิตตี้กรี๊ดในลำคอ
“โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย นี่มันคือการผูกใจผู้หญิงด้วยความใส่ใจใช่ไหมคะ!?”
“กลับไปได้แล้วไป รำคาญ”
ปันปันพูดพลางทำหน้าบึ้ง เดินจะผละออกจากศิลาให้ไวที่สุด
ศิลายืนพิงเสาเหมือนไม่สะทกสะท้าน
“เธอรำคาญหรอ?” เขาถามเสียงนิ่ง แต่แววตากลับเหมือนแอบยิ้ม
“ฉันไม่นะ…ฉันชอบ”
ปันปันชะงัก
“ชอบบ้าอะไรของนายอีกเนี่ย”
“ชอบที่เธอไล่…น่ารักดี” ศิลายักคิ้วนิด ๆ เหมือนจงใจยั่วให้เธออารมณ์ขึ้นไปอีกระดับ
ปันปันกัดฟัน
“โอเค ไม่ไปใช่ไหม…งั้นกูไปเอง!”
เธอหมุนตัวจะเดินหนีทันที แต่ไม่ถึงสามก้าว
ข้อมือถูกดึงไว้อย่างแผ่วเบา ไม่แรงจนเจ็บ แต่แน่นพอให้ปันปันชะงักหันกลับมาแทบจะทันที
ศิลายืนจ้องเธออยู่ ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากเสื้อเขา
“จะไปไหน”
ปันปันเบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนทำหน้าเอือมสุดชีวิต
“ขี้! จะไปขี้ จะไปนั่งดูฉันขี้หรือไง เลิกถามได้แล้ว!”
ศิลายกยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ถ้าดูได้…ฉันก็ดู”
“ไอศิลา!!”
ปันปันสะบัดข้อมือออกแทบไม่ทัน ใบหน้าแดงเหมือนจะระเบิดได้ทุกวินาที ไม่รู้ว่าอายหรือโมโหมากกว่ากันแน่
จากนั้นปันปันก็เดินหนีไปเข้าห้องน้ำทันที ปล่อยให้ศิลา แซมมี่ และคิตตี้ยืนอยู่ข้างหลังตามกันมองเงาเธอหายไปหลังประตู
แซมมี่เป็นคนถอนหายใจก่อน
“มึงก็ไปกวนประสาทอีปันมัน พักหลังองค์แม่ยิ่งประทับบ่อยอยู่ มึงไม่กลัวมันด่าเหรอไอศิลา”
ศิลายักไหล่สบาย ๆ
“กูยังไม่ได้ทำอะไรเลย มึงก็รู้ว่าไอปันมันเป็นแบบนี้ของมันตั้งนานแล้ว จะโมโหก็โมโหไปเถอะ เดี๋ยวมันก็หาย”
คิตตี้ยืนกอดอก ทำหน้าเหมือนกำลังดูซีรีส์เรื่องโปรด
“งั้นถามจริง จะกลับมาจีบแฟนเก่าจริงจังป่ะ”
ศิลาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแบบไม่ต้องเฟค
“อืม…กูจริงจัง”
เขามองไปทางห้องน้ำที่ปันปันเข้าไป “แล้วต้องเป็นปันปันเท่านั้น…ที่กูอยากใช้ชีวิตด้วย”
แซมมี่ทำหน้าหมั่นไส้สุดชีวิต
“น้ำเน่าชิบหาย เอออออ ให้มึงโชคดีแล้วกันนะเพื่อน”
คิตตี้ปรบมือช้า ๆ แบบประชด
“โชคดีค่ะ ที่รัก ขอให้รอดจากการโดนด่าก่อน แล้วค่อยไปคิดถึงอนาคต!”