“โอ๊ยยยย ไอศิลา! มึงมันบ้าที่สุดเลย!”
ปันปันระเบิดเสียง พอศิลายืนหน้าตาเฉยแบบไม่รู้สึกรู้สา เธอก็ยิ่งขึ้นสุด
“อยากนอนนักใช่ไหม? เออ นอนไปเลย! นอนตรงนี้! โซฟา! ถ้าอยากนอนก็นอนไป…นอนให้ได้ด้วย!”
ศิลามองโซฟาแวบหนึ่งก่อนจะยักคิ้วกวนประสาท
“สบายมากเลยครับ โซฟาแบบนี้ ที่นอนชั้นเลิศของฉันเลยแหละ”
“อี..บ้าเอ๊ย!”
ปันปันสบถใส่เบา ๆ แล้วสะบัดหน้าแรงจนผมปลิว ก่อนจะหมุนตัวเดินดุ่ม ๆ ตรงเข้าห้องนอน
เสียงส้นเท้าของเธอกระทบพื้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนจะกระแทกความหงุดหงิดใส่พื้นให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ
ศิลามองตามหลังเธอไปอย่างรู้ทัน รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นช้า ๆ
ก่อนที่ประตูห้องของปันปันจะ ปั้ง! ปิดใส่หน้าเขาอย่างสวยงาม
23 : 59 น.
ปันปันยังคงนอนกลิ้งซ้ายทีขวาทีอยู่บนเตียงอย่างหงุดหงิด ทั้งที่ปิดไฟแล้ว ทั้งที่พยายามข่มตาแล้ว แต่ก็ยังหลับไม่ได้สักที
สาเหตุน่ะเหรอ…
ก็เพราะ ไอคนตัวสูงด้านนอกนั่นแหละ!
ไม่รู้ว่าหลับไปหรือยัง แต่เสียงฝนที่ซัดลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ใจเธอไม่สงบเลยสักนิด
ยิ่งคิดถึงไอคนที่นอนอยู่ข้างนอก ตัวโต ๆ นอนบนโซฟาแข็ง ๆ ยิ่งโมโห…ไม่รู้โมโหตัวเองหรือโมโหมันกันแน่
สุดท้ายปันปันก็ลุกพรวดจากเตียง หงุดหงิดจนยืนไม่ตรง
เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชัก คว้าผ้านวมผืนหนาออกมา มือกอดมันแน่นเหมือนคนไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเอง “เป็นห่วง”
ปันปันแง้มประตูห้องนอนออกช้า ๆ
ด้านนอกมืดสนิท มีเพียงแสงจากในห้องของเธอที่ส่องลอดออกมาเป็นทาง
เธอก้าวออกไปอย่างระวัง ทั้งที่จริงคือระวังไม่ให้เขาตื่นแล้วมาแซะเธอกลับมากกว่า ขาเล็ก ๆ ของปันปันค่อย ๆ พาเธอมาหยุดอยู่ข้างโซฟา
ศิลานอนคดตัวอยู่เหมือนคนหนาว ไหล่กว้าง ๆ ขยับขึ้นลงตามลมหายใจ…
ภาพมันทำให้ปันปันใจนุ่มลงเล็กน้อยจนเจ้าตัวไม่รู้ตัว
“จะหนาวตายไหมเนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ
ปันปันโน้มตัวลง ค่อย ๆ คลี่ผ้านวม
ตั้งใจจะห่มให้เขาแบบเบาที่สุด เหมือนจะซ่อนความหวังดีของตัวเองไม่ให้ใครรู้
แต่ทันทีที่ผ้านวมแตะไหล่ของศิลา…
พึบ!
“กรี๊ดดดดด!!!”
ศิลาคว้าข้อมือปันปันทันที
แรงดึงจากเขาทำให้เธอเสียหลักล้มลงทั้งตัว
ร่างเล็กทับลงบนร่างใหญ่แบบเต็ม ๆ มีเพียงผ้านวมผืนเดียวคั่นกลาง หน้าใกล้กันแบบเกินกว่าจะตั้งรับ ลมหายใจสองคนปะทะกันในความมืด
หัวใจปันปันเต้นรัวจนแทบระเบิดอก
ศิลาลืมตาช้า ๆ ดวงตาคมวาวขึ้นมาในเงาไฟจาง ๆ
“มาทำอะไรดึก ๆ แบบนี้ครับ…เมียเก่า?”
“ไอบ้า ปล่อยนะ!”
ปันปันพยายามดันอกเขาสุดแรง แต่ยิ่งเธอดัน วงแขนของศิลายิ่งรัดแน่นขึ้น
“ไม่ปล่อย” เขากระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ขึงจนใจสั่น “ขอกอดให้หายคิดถึงหน่อยสิ”
“ไม่! ปล่อยนะไอบ้าศิลา บอกให้ปล่อยไงวะ!”
ปันปันสะบัดตัวแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนโซฟาแทบขยับตามแรงดิ้น
ศิลาหลุดหัวเราะเบา ๆ
ก่อนใช้แรงเพียงนิดเดียว นิดเดียวจริง ๆ
พลิกสถานการณ์จนปันปันโดนกดลงไปนอนราบบนโซฟาอย่างง่ายดาย
เธออ้าปากจะโวย แต่ศิลาขึ้นคร่อมก่อนพอดี
เงาของเขาทาบลงมาเหนือร่างเธอเต็ม ๆ แบบไม่มีช่องให้หนี
เข่าแข็งแรงวางข้างลำตัวเธอ
ฝ่ามือใหญ่กดมือเล็กของเธอไว้กับเบาะโซฟา
“จะทำอะไร ปล่อยได้แล้ว ฉันไม่เล่นนะ ศิลา!”
“ก็ไม่ได้จะเล่น” เขาตอบอย่างใจเย็นผิดกับจังหวะหัวใจที่เต้นถี่รัว
ใบหน้าคมโน้มลงใกล้ช้า ๆ จนปลายจมูกแทบจะชนแก้มเธอ
“ขอแค่อยู่แบบนี้…”
ลมหายใจอุ่นรินรดผิวเธอ สายตาคมมองเธอไม่กะพริบ
“…แป๊บเดียว”
หัวใจปันปันเต้นแรงจนเหมือนจะทำโซฟาเด้งตาม และศิลาก็ยังไม่ยอมขยับไปไหนทั้งนั้น
ศิลาฟุบตัวลง ซุกหน้าลงตรงซอกคอของปันปันเหมือนหาที่พักหายใจ ลมหายใจอุ่นของเขาปะทะผิวบางจนปันปันสะดุ้งวาบ แต่ถึงจะตกใจ มือของเธอกลับกำไว้แน่นกับผ้าห่ม แทนที่จะดันเขาออกไป
เธอรู้ว่าเธอควรผลัก เขากำลังล้ำเส้น
เธอรู้ว่าไม่ควรปล่อยให้เขาใกล้ขนาดนี้
แต่หัวใจกลับไม่ได้เชื่อคำว่า “ควร” เลยสักนิด
เพราะสำหรับปันปัน ศิลาไม่ใช่แค่แฟนเก่า แต่เป็นคนแรกที่เธอเคยยอมเปิดใจ ยอมเดินเข้าไปจีบก่อน ทั้งที่โดยปกติเธอไม่เคยทำแบบนั้นกับใคร
ความทรงจำเก่า ๆ มันเลยตีขึ้นมาเป็นระลอก
ตั้งแต่เสียงหัวเราะตอนคบกันใหม่ ๆ
ตอนติวหนังสือจนหลับคาโต๊ะ
จนถึงวันที่เลิกกันแบบเจ็บที่สุด
ตอนนี้พอเขากอดอีก…มันก็ยากที่จะหลอกใจตัวเองว่าความรู้สึกพวกนั้นหายไปหมดแล้ว
ไอ้ผู้ชายคนนี้…ยังมีอิทธิพลกับหัวใจเธอเกินไปจริง ๆ
“ฉันยังคิดถึงเธอนะปันปัน…”
ศิลาพูดทั้งที่ใบหน้ายังซุกอยู่ตรงซอกคอของเธอ เสียงเขาแผ่ว ติดสั่นเหมือนกำลังกลั้นอะไรบางอย่างไว้
“ฉันยังอยากคบกับเธออยู่”
คำพูดนั้นกระแทกเข้ามาเหมือนลูกเหล็กหนัก ๆ ตกลงกลางอก ทำเอาปันปันนิ่งตัวแข็งไปชั่ววินาที
เธอหลับตาแน่น ไม่รู้จะผลักเขาออกหรือควรปล่อยให้เขากอดต่อไป
เพราะวินาทีนี้ โลกมันเงียบเหลือเกิน…
มีแค่เสียงหัวใจของเขาที่เต้นอยู่ชิดหู กับเสียงฝนที่ตีลงกระจกด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง
“ขอโทษนะ…ที่ฉันทำให้เธอต้องเป็นฝ่ายรอ”
ศิลาพูดช้า ๆ เหมือนคำแต่ละคำหนักกว่าที่คิด เขาขยับแขนกอดเธอแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าถ้าผ่อนแรงแม้แต่นิดเธอจะหายไปจากวงแขนเขาเหมือนเมื่อก่อน
ปันปันกำมือแน่น
หัวใจเต้นแรงจนเจ็บข้างใน ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดของเขา…หรือเพราะตัวเองยังรู้สึกอยู่
ยังเจ็บ
แล้วยังรัก…
แต่ริมฝีปากของเธอพูดออกไปอีกอย่าง
สั่น ๆ เบา ๆ แบบที่ตัวเองยังไม่แน่ใจเลยว่าต้องการให้เขาได้ยินหรือเปล่า
“นายมันคนเห็นแก่ตัว ศิลา…”
“อืม…ฉันยอมรับ”
เสียงทุ้มของศิลาขยับชิดใบหูเธอมากขึ้น น้ำเสียงไม่ได้แข็งหรือเย็นชาเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับอ่อนลงอย่างน่ากลัว
อ่อนจนปันปันรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังถูกปลอบ ทั้งที่ไม่ควรให้มันเป็นแบบนั้นเลย
“ฉันเห็นแก่ตัว…จริง ๆ”
เขาพูดช้า ๆ เหมือนลังเล แต่ก็ยังพูดต่อ
“แต่รอบนี้…ฉันขอเห็นแก่ตัวอีกครั้งได้ไหม”
แขนเขากอดเอวเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย
ปลายจมูกแตะแถวต้นคอของเธออย่างเงียบ ๆ เหมือนกำลังสูดลมหายใจเข้าเพื่อจดจำกลิ่นของเธอให้ชัดที่สุด
“เพราะฉันไม่อยากเสียเธอไปอีก…จริง ๆ”
ปันปันหลับตาแน่น
รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหวระหว่างอดีตที่เคยเจ็บ กับความรู้สึกที่ไม่เคยหายไปไหนเลย
เธออยากด่ามัน…อยากผลักมันออก
แต่ร่างกายกลับนิ่ง
ปล่อยให้เขากอดอยู่แบบนั้น
ในหัวมีแค่ประโยคเดียวที่ย้อนกลับมาไม่หยุด
ทำไมต้องกลับมาในตอนที่ฉันเกือบจะลืมได้แล้ววะ…
แต่สิ่งที่ออกจากปากเธอกลับเป็นประโยคสั้น ๆ ที่สั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง
“ฉันโครตเกลียดนายเลยว่ะ…”