“ขอเห็นแก่ตัวอีกครั้ง”

1361 คำ
“โอ๊ยยยย ไอศิลา! มึงมันบ้าที่สุดเลย!” ปันปันระเบิดเสียง พอศิลายืนหน้าตาเฉยแบบไม่รู้สึกรู้สา เธอก็ยิ่งขึ้นสุด “อยากนอนนักใช่ไหม? เออ นอนไปเลย! นอนตรงนี้! โซฟา! ถ้าอยากนอนก็นอนไป…นอนให้ได้ด้วย!” ศิลามองโซฟาแวบหนึ่งก่อนจะยักคิ้วกวนประสาท “สบายมากเลยครับ โซฟาแบบนี้ ที่นอนชั้นเลิศของฉันเลยแหละ” “อี..บ้าเอ๊ย!” ปันปันสบถใส่เบา ๆ แล้วสะบัดหน้าแรงจนผมปลิว ก่อนจะหมุนตัวเดินดุ่ม ๆ ตรงเข้าห้องนอน เสียงส้นเท้าของเธอกระทบพื้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนจะกระแทกความหงุดหงิดใส่พื้นให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ ศิลามองตามหลังเธอไปอย่างรู้ทัน รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นช้า ๆ ก่อนที่ประตูห้องของปันปันจะ ปั้ง! ปิดใส่หน้าเขาอย่างสวยงาม 23 : 59 น. ปันปันยังคงนอนกลิ้งซ้ายทีขวาทีอยู่บนเตียงอย่างหงุดหงิด ทั้งที่ปิดไฟแล้ว ทั้งที่พยายามข่มตาแล้ว แต่ก็ยังหลับไม่ได้สักที สาเหตุน่ะเหรอ… ก็เพราะ ไอคนตัวสูงด้านนอกนั่นแหละ! ไม่รู้ว่าหลับไปหรือยัง แต่เสียงฝนที่ซัดลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ใจเธอไม่สงบเลยสักนิด ยิ่งคิดถึงไอคนที่นอนอยู่ข้างนอก ตัวโต ๆ นอนบนโซฟาแข็ง ๆ ยิ่งโมโห…ไม่รู้โมโหตัวเองหรือโมโหมันกันแน่ สุดท้ายปันปันก็ลุกพรวดจากเตียง หงุดหงิดจนยืนไม่ตรง เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชัก คว้าผ้านวมผืนหนาออกมา มือกอดมันแน่นเหมือนคนไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเอง “เป็นห่วง” ปันปันแง้มประตูห้องนอนออกช้า ๆ ด้านนอกมืดสนิท มีเพียงแสงจากในห้องของเธอที่ส่องลอดออกมาเป็นทาง เธอก้าวออกไปอย่างระวัง ทั้งที่จริงคือระวังไม่ให้เขาตื่นแล้วมาแซะเธอกลับมากกว่า ขาเล็ก ๆ ของปันปันค่อย ๆ พาเธอมาหยุดอยู่ข้างโซฟา ศิลานอนคดตัวอยู่เหมือนคนหนาว ไหล่กว้าง ๆ ขยับขึ้นลงตามลมหายใจ… ภาพมันทำให้ปันปันใจนุ่มลงเล็กน้อยจนเจ้าตัวไม่รู้ตัว “จะหนาวตายไหมเนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ ปันปันโน้มตัวลง ค่อย ๆ คลี่ผ้านวม ตั้งใจจะห่มให้เขาแบบเบาที่สุด เหมือนจะซ่อนความหวังดีของตัวเองไม่ให้ใครรู้ แต่ทันทีที่ผ้านวมแตะไหล่ของศิลา… พึบ! “กรี๊ดดดดด!!!” ศิลาคว้าข้อมือปันปันทันที แรงดึงจากเขาทำให้เธอเสียหลักล้มลงทั้งตัว ร่างเล็กทับลงบนร่างใหญ่แบบเต็ม ๆ มีเพียงผ้านวมผืนเดียวคั่นกลาง หน้าใกล้กันแบบเกินกว่าจะตั้งรับ ลมหายใจสองคนปะทะกันในความมืด หัวใจปันปันเต้นรัวจนแทบระเบิดอก ศิลาลืมตาช้า ๆ ดวงตาคมวาวขึ้นมาในเงาไฟจาง ๆ “มาทำอะไรดึก ๆ แบบนี้ครับ…เมียเก่า?” “ไอบ้า ปล่อยนะ!” ปันปันพยายามดันอกเขาสุดแรง แต่ยิ่งเธอดัน วงแขนของศิลายิ่งรัดแน่นขึ้น “ไม่ปล่อย” เขากระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ขึงจนใจสั่น “ขอกอดให้หายคิดถึงหน่อยสิ” “ไม่! ปล่อยนะไอบ้าศิลา บอกให้ปล่อยไงวะ!” ปันปันสะบัดตัวแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนโซฟาแทบขยับตามแรงดิ้น ศิลาหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนใช้แรงเพียงนิดเดียว นิดเดียวจริง ๆ พลิกสถานการณ์จนปันปันโดนกดลงไปนอนราบบนโซฟาอย่างง่ายดาย เธออ้าปากจะโวย แต่ศิลาขึ้นคร่อมก่อนพอดี เงาของเขาทาบลงมาเหนือร่างเธอเต็ม ๆ แบบไม่มีช่องให้หนี เข่าแข็งแรงวางข้างลำตัวเธอ ฝ่ามือใหญ่กดมือเล็กของเธอไว้กับเบาะโซฟา “จะทำอะไร ปล่อยได้แล้ว ฉันไม่เล่นนะ ศิลา!” “ก็ไม่ได้จะเล่น” เขาตอบอย่างใจเย็นผิดกับจังหวะหัวใจที่เต้นถี่รัว ใบหน้าคมโน้มลงใกล้ช้า ๆ จนปลายจมูกแทบจะชนแก้มเธอ “ขอแค่อยู่แบบนี้…” ลมหายใจอุ่นรินรดผิวเธอ สายตาคมมองเธอไม่กะพริบ “…แป๊บเดียว” หัวใจปันปันเต้นแรงจนเหมือนจะทำโซฟาเด้งตาม และศิลาก็ยังไม่ยอมขยับไปไหนทั้งนั้น ศิลาฟุบตัวลง ซุกหน้าลงตรงซอกคอของปันปันเหมือนหาที่พักหายใจ ลมหายใจอุ่นของเขาปะทะผิวบางจนปันปันสะดุ้งวาบ แต่ถึงจะตกใจ มือของเธอกลับกำไว้แน่นกับผ้าห่ม แทนที่จะดันเขาออกไป เธอรู้ว่าเธอควรผลัก เขากำลังล้ำเส้น เธอรู้ว่าไม่ควรปล่อยให้เขาใกล้ขนาดนี้ แต่หัวใจกลับไม่ได้เชื่อคำว่า “ควร” เลยสักนิด เพราะสำหรับปันปัน ศิลาไม่ใช่แค่แฟนเก่า แต่เป็นคนแรกที่เธอเคยยอมเปิดใจ ยอมเดินเข้าไปจีบก่อน ทั้งที่โดยปกติเธอไม่เคยทำแบบนั้นกับใคร ความทรงจำเก่า ๆ มันเลยตีขึ้นมาเป็นระลอก ตั้งแต่เสียงหัวเราะตอนคบกันใหม่ ๆ ตอนติวหนังสือจนหลับคาโต๊ะ จนถึงวันที่เลิกกันแบบเจ็บที่สุด ตอนนี้พอเขากอดอีก…มันก็ยากที่จะหลอกใจตัวเองว่าความรู้สึกพวกนั้นหายไปหมดแล้ว ไอ้ผู้ชายคนนี้…ยังมีอิทธิพลกับหัวใจเธอเกินไปจริง ๆ “ฉันยังคิดถึงเธอนะปันปัน…” ศิลาพูดทั้งที่ใบหน้ายังซุกอยู่ตรงซอกคอของเธอ เสียงเขาแผ่ว ติดสั่นเหมือนกำลังกลั้นอะไรบางอย่างไว้ “ฉันยังอยากคบกับเธออยู่” คำพูดนั้นกระแทกเข้ามาเหมือนลูกเหล็กหนัก ๆ ตกลงกลางอก ทำเอาปันปันนิ่งตัวแข็งไปชั่ววินาที เธอหลับตาแน่น ไม่รู้จะผลักเขาออกหรือควรปล่อยให้เขากอดต่อไป เพราะวินาทีนี้ โลกมันเงียบเหลือเกิน… มีแค่เสียงหัวใจของเขาที่เต้นอยู่ชิดหู กับเสียงฝนที่ตีลงกระจกด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง “ขอโทษนะ…ที่ฉันทำให้เธอต้องเป็นฝ่ายรอ” ศิลาพูดช้า ๆ เหมือนคำแต่ละคำหนักกว่าที่คิด เขาขยับแขนกอดเธอแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าถ้าผ่อนแรงแม้แต่นิดเธอจะหายไปจากวงแขนเขาเหมือนเมื่อก่อน ปันปันกำมือแน่น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บข้างใน ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดของเขา…หรือเพราะตัวเองยังรู้สึกอยู่ ยังเจ็บ แล้วยังรัก… แต่ริมฝีปากของเธอพูดออกไปอีกอย่าง สั่น ๆ เบา ๆ แบบที่ตัวเองยังไม่แน่ใจเลยว่าต้องการให้เขาได้ยินหรือเปล่า “นายมันคนเห็นแก่ตัว ศิลา…” “อืม…ฉันยอมรับ” เสียงทุ้มของศิลาขยับชิดใบหูเธอมากขึ้น น้ำเสียงไม่ได้แข็งหรือเย็นชาเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับอ่อนลงอย่างน่ากลัว อ่อนจนปันปันรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังถูกปลอบ ทั้งที่ไม่ควรให้มันเป็นแบบนั้นเลย “ฉันเห็นแก่ตัว…จริง ๆ” เขาพูดช้า ๆ เหมือนลังเล แต่ก็ยังพูดต่อ “แต่รอบนี้…ฉันขอเห็นแก่ตัวอีกครั้งได้ไหม” แขนเขากอดเอวเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย ปลายจมูกแตะแถวต้นคอของเธออย่างเงียบ ๆ เหมือนกำลังสูดลมหายใจเข้าเพื่อจดจำกลิ่นของเธอให้ชัดที่สุด “เพราะฉันไม่อยากเสียเธอไปอีก…จริง ๆ” ปันปันหลับตาแน่น รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหวระหว่างอดีตที่เคยเจ็บ กับความรู้สึกที่ไม่เคยหายไปไหนเลย เธออยากด่ามัน…อยากผลักมันออก แต่ร่างกายกลับนิ่ง ปล่อยให้เขากอดอยู่แบบนั้น ในหัวมีแค่ประโยคเดียวที่ย้อนกลับมาไม่หยุด ทำไมต้องกลับมาในตอนที่ฉันเกือบจะลืมได้แล้ววะ… แต่สิ่งที่ออกจากปากเธอกลับเป็นประโยคสั้น ๆ ที่สั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง “ฉันโครตเกลียดนายเลยว่ะ…”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม