บรรยากาศยามบ่ายแก่ ๆ ของบ้านสวนจังหวัดสกลนครที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยเสียงจิ้งหรีดเรไร บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความโกลาหลจากกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมหลุยส์วิตตองลายโมโนแกรม รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นนับสิบใบที่ถูกลำเลียงโดยชายชุดดำสวมแว่นกันแดด หรือก็คือบรรดาบอดี้การ์ดของวราที่ฟลอยด์คุ้นหน้าคุ้นตาดี เดินเรียงแถวกันขึ้นบันไดบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงอย่างเป็นระเบียบ เสียงไม้กระดานลั่น เอี๊ยด... อ๊าด... ประท้วงน้ำหนักของทรัพย์สินราคาแพงระยับ ทำเอาฟลอยด์ผู้เป็นเจ้าของบ้านยืนกุมขมับ หัวใจจะวายตายเสียให้ได้ ไม่ใช่เพราะกลัวบ้านพัง แต่เพราะกลัวว่าความสงบสุขในบั้นปลายชีวิตของเขากำลังจะพังทลายลงต่างหาก “เบา ๆ หน่อยสิวะ นั่นพื้นไม้สักทองนะเว้ย ถลอกขึ้นมาข้าจะคิดค่าเสียหายเป็นตารางนิ้วให้ดู” ฟลอยด์ตะโกนพลางใช้ผ้าขาวม้าที่พาดบ่าอยู่มาเช็ดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา “ไอ้ฟลอยด์...” เสียงเรียกราบเรียบแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจดังข

