บทที่ 9

1276 คำ
ใต้อาณัติหมอพังคี บทที่ 9 "เจ้าขาตื่นเร็ว" "ป้ามาเหรอ" จันทร์เจ้าขาถามออกไปด้วยอาการงัวเงีย "ใช่" "ฉันลืมตาไม่ขึ้นแล้ว" กว่าจะมาถึงเพื่อนเมื่อคืนนี้ก็เกือบสว่างแล้ว ที่จริงก็ลองไปสวนสาธารณะดูแล้วล่ะ แต่เห็นกลุ่มวัยรุ่นนั่งจับกลุ่มกันเธอเลยต้องเสี่ยงมานอนกับเพื่อนดีกว่า "ถ้างั้นแกเข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้าก่อนนะ" ญาดาแทบจะได้อุ้มเพื่อนเข้าตู้เสื้อผ้า พอเข้าไปในตู้เสื้อผ้าจันทร์เจ้าขาก็นั่งพิงแล้วหลับต่อ "อะไรของป้าเนี่ย" ญาดาแกล้งเปิดประตูออกมาโวยวาย "ฉันว่าแกต้องรู้แน่เลยว่าอีจันทร์มันไปไหน" "ฉันจะไปรู้กับป้าเหรอ ฉันว่าเลิกตามมันได้แล้วมั้งปล่อยให้มันไปใช้ชีวิตของมันบ้าง" ญาดายังคงพูดโดยการใช้อารมณ์เหมือนเดิมเพราะถ้าไม่ทำแบบนี้เดี๋ยวป้าก็ไม่ยอมไป "ดีถ้าไม่บอกฉันจะไปแจ้งความตำรวจให้ตำรวจมาค้นที่นี่" "ไปแจ้งเลยฉันก็จะได้บอกตำรวจว่าป้าจะขายหลานกิน" "ใครบอกกูจะขายมันแค่กูมาตามมันกลับบ้าน" "จะทำยังไงก็ทำไปเถอะออกไปจากบ้านฉันสักทีแล้วอย่ามาที่นี่อีกนะ" ตอนที่ญาดาทะเลาะกับป้าของจันทร์เจ้าขามองไปก็เห็นว่ายายจะเป็นลมอยู่แล้วเลยรีบเข้าไปหายาดมมาให้ยาย "เห็นไหมเนี่ย ถ้ายายฉันเป็นอะไรจะให้ป้ารับผิดชอบ" จังหวะนั้นเป็นโอกาสให้ป้าของจันทร์เจ้าขามองเข้าไปในห้องได้ เพราะญาดาเดินไปหายายแล้ว และป้าก็มองไปเห็นว่ารองเท้าของจันทร์เจ้าขาวางอยู่ข้างเตียงนอน ..มันอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย ต้องไปบอกเสี่ยให้มาดักเอาตัวมันที่นี่แล้ว หลังจากที่ป้าไปแล้วญาดาเลยเปิดประตูเข้ามาดูใหม่ทำไมป้าถึงยอมล่าถอยโดยไม่โวยวายอีกล่ะ แต่พอเปิดเข้ามาก็เห็นรองเท้าของจันทร์เจ้าขา "เจ้าขาแกอยู่ไม่ได้แล้วรีบออกมาเร็ว" ญาดาคิดว่าป้าต้องมีแผนอะไรแน่เลยต้องรีบเปิดตู้เสื้อผ้าให้เพื่อนออกมาก่อน "ตอนนี้ป้ารู้แล้วว่าแกอยู่ในห้องนี้" "กว่าร้านจะเปิดตอนค่ำเลยนะแล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ" "แต่ถ้าแกยังอยู่ที่นี่ป้าต้องพาคนมาจับตัวแกไปแน่เลย" จันทร์เจ้าขาเลยต้องกัดฟันลุกขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าของเธอลงกระเป๋า ไปตายเอาดาบหน้าแล้วกัน "ฉันมีเงินอยู่ไม่มากฉันให้แกยืมก่อนนะ แกลองไปหาที่พักราคาถูกอยู่ก่อน" "ขอบใจมากนะญาดาฉันจะไม่มีวันลืมแกเลย" จันทร์เจ้าขารู้ว่าญาดาก็ไม่มีเงินเหมือนกัน แต่ตอนนี้เธอจำเป็นต้องรับเงินจากเพื่อนมาก่อน "ถ้าแกได้ที่อยู่แล้วก็อย่าลืมส่งข้อความมาบอกฉันด้วยนะ" ทั้งสองกอดลากันแล้วจันทร์เจ้าขาก็ปีนออกทางหน้าต่างอีก กลัวว่าถ้าออกทางประตูป้าจะยังอยู่ข้างหน้า เพราะถ้าเธอออกหน้าต่างจะมีซอยเล็กๆ ให้เธอเดินเลี่ยงด้านหน้าได้ จันทร์เจ้าขาออกมาด้านหลังก็เรียกวินมอเตอร์ไซค์ให้พามาแถวที่ทำงาน เธอจะลองหาห้องเช่าแถวนี้ดูเผื่อฟลุ๊ค ถ้าได้ห้องเช่าแถวนี้จะได้ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง แต่มันเป็นย่านที่คนเที่ยวกลางคืนกันหาห้องเช่ายังไงก็ไม่มี ส่วนมากจะเป็นโรงแรมสำหรับเวลาหนุ่มสาวควงกันออกมาจากสถานที่เที่ยวกลางคืนแล้วมาทำกิจกรรมร่วมกันมากกว่า จนถึงช่วงเย็นจันทร์เจ้าขาก็ยังหาห้องเช่าไม่ได้เลยต้องหอบกระเป๋ามาที่ทำงานด้วย "ทำไมน้องมาแต่หัววันจังเลย" "สวัสดีค่ะผู้จัดการ" "เรียกพี่ว่าพี่ทรายเหมือนคนอื่นเรียกเถอะ" ทรายเป็นผู้จัดการต้องมาดูร้านก่อนที่พนักงานจะเข้างานกันประจำอยู่แล้ว ไม่นานมินนี่ก็มาถึงที่ทำงาน ตอนที่มินนี่เข้ามาล็อกเกอร์ก็เห็นกระเป๋าเสื้อผ้า "กระเป๋าของใครเหรอ" "ของเจ้าขาเองค่ะ" "ทำไมเราถึงเอากระเป๋ามาด้วยล่ะ" "เจ้าขาหาห้องเช่ายังไม่ได้ค่ะเลยต้องเอากระเป๋ามาด้วย" "เราไม่ได้พักอยู่บ้านเหรอ" "เจ้าขาไม่มีบ้านหรอกค่ะ" "ห้องเช่าแถวนี้หายากมาก ถ้าไม่รังเกียจงั้นก็ไปพักกับพี่ก่อนแล้วกัน" "จริงเหรอคะ" เหมือนสวรรค์มาโปรดเลยเธอมีเรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตด้วยเหรอเนี่ย เวลาเดียวกันนั้นที่โรงพยาบาลเพทายเจ้าพระยา.. >>{"นึกยังไงถึงอยากชวนกูไปเที่ยวกลางคืน"} {"ตั้งแต่วันที่มึงมาเป็นธุระเรื่องเปิดโชว์รูมกูยังไม่ได้เลี้ยงขอบคุณเลย เย็นนี้เจอกันที่อัศวินยามค่ำคืนนะ"} >>{"กูยังไม่รับปากนะว่าจะไปไหม ยังเหลืออีกเคสหนึ่งเนี่ย"} ที่จริงไม่มีคนไข้แล้วล่ะแต่อยากปฏิเสธเพื่อนทำงานก็หนักพออยู่แล้วจะให้ไปนั่งดื่มได้ไง ก๊อกๆ ขณะที่คุยโทรศัพท์อยู่ก็มีคนมาเคาะประตูพังคีเลยบอกให้เปิดเข้ามาได้ "แม่โทรมาบอกให้ชวนแกไปกินข้าวที่โรงแรม" "แม่โทรบอกให้พี่ชวนผมเนี่ยนะ?" "ใช่แม่นึกยังไงถึงอยากชวนเราไปทานข้าวที่โรงแรม" "ผมคงไปกับพี่ไม่ได้หรอกเนี่ยเพื่อนโทรมาชวนยังคาสายอยู่เลย เออเดี๋ยวเจอกันนะ" พังคีเลยต้องรับปากกันต์ธีร์ว่าจะไปดื่มด้วย เพราะเขารู้แล้วว่าทำไมแม่ถึงให้พี่ชายมาชวนไปทานข้าว เพิ่งพูดกันเมื่อวานนี้แม่ลงมือทำแล้วเหรอเนี่ยจะเร็วไปไหม หลังจากที่เพื่อนตกปากรับคำแล้วกันต์ธีร์ก็โทรไปหาอัศวินบอกให้เตรียมห้องพิเศษไว้ให้ด้วย และเด็กเสิร์ฟขอเป็นน้องมิ้นท์และก็พนักงานใหม่ที่ชื่อจันทร์เจ้าขาเท่านั้น ออกจากโรงพยาบาลพังคีเลยขับรถตรงมาสถานที่ที่เพื่อนนัดหมาย ..กว่าจะมาถึงก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว "สวัสดีครับคุณหมอ" "สวัสดีครับ" พังคีก็สงสัยอยู่หรอกเขาเคยมาเที่ยวที่นี่แค่ครั้งสองครั้งทำไมพนักงานยังจำเขาได้ แต่ที่จำได้เพราะกันต์ธีร์เอารูปให้พนักงานดูว่าถ้าคุณหมอท่านนี้มาก็พาไปที่ห้อง VIP เลย "เชิญตามผมมาทางนี้เลยครับ" พนักงานเดินนำหน้าเข้าไปด้านในและก็พาเดินเลี่ยงจุดที่มีคนแออัดจนมาถึงห้อง VIP "อ้าวมาแล้วเหรอหมอมานั่งนี่สิ" หมอ? ตอนที่ได้ยินกันต์ธีร์พูดจันทร์เจ้าขาไม่ได้หันออกไปมองหรอก แต่เธอสงสัยแล้วว่าจะเป็นคุณหมอพังคีไหมเพราะว่าทั้งสองท่านเป็นเพื่อนกัน แต่มินนี่ที่ยืนรอรับออเดอร์อยู่ข้างๆ กันหันไปมอง เพราะมินนี่อยากรู้ว่าคนที่กันต์ธีร์เรียกว่าหมอเป็นเพื่อนของเขาสมัยเรียนมัธยมไหมและมันก็ใช่จริงๆ ด้วย "??" ทีแรกพังคีก็ไม่ได้มองหรอกเพราะคิดว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟทั่วไป แต่พอเดินไปนั่งแล้วหันหน้ามาทางพนักงานเสิร์ฟที่ยืนรอรับออเดอร์อยู่ พังคีถึงกับมองสลับกันไปมาระหว่างผู้หญิงสองคนที่เป็นพนักงานเสิร์ฟ 🖊ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม