ใต้อาณัติหมอพังคี บทที่ 8
"???" กันต์ธีร์คิดว่าตัวเองต้องตกใจอันไหนก่อนดี ขนาดเขายังตกใจแล้วถ้าไอ้หมอเห็นแบบนี้มันจะทำสีหน้ายังไงวะ คนหนึ่งก็คือผู้หญิงที่มันสนใจตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม อีกคนคือผู้หญิงที่มันควงออกจากงาน และคิดว่ามันก็คงได้เล่นบันจี้จัมพ์ทั้งสองคนแล้ว แถมผู้หญิงทั้งสองคนสนิทกันอีกต่างหาก นาทีนั้นกันต์ธีร์เลยคิดสนุกอยากแกล้งเพื่อนสักหน่อยเพราะไม่ได้แกล้งมันนานแล้ว ..แต่วันนี้ยังแกล้งไม่ได้ค่อยรอเวลาที่เหมาะสมหน่อยแล้วกัน
"ว่าไงวะตกลงมึงรู้จักไหม" เห็นเพื่อนไม่ตอบอัศวินเลยถามย้ำ
"ก็พอจะรู้จัก"
"แต่กูก็ไม่แปลกใจหรอกที่มึงรู้จักเพราะคนสวยมักไม่พ้นสายตามึง" คุยกับเพื่อนแล้วอัศวินเลยหันมาคุยกับพนักงานใหม่บ้าง "สวัสดีครับผมได้ยินทรายบอกว่าคุณมาสมัครงานเหรอ"
"สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ"
"สวยๆ แบบคุณ ลองพิจารณางานนั่งคุยกับแขกดีไหมครับ"
"ฉันตั้งใจจะมาสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกรับตำแหน่งนี้ฉันก็จะไปหาทำที่อื่นค่ะ"
"ใจเย็นก่อนสิครับผมยังไม่ได้บอกว่าจะไม่รับเลย" อัศวินเลยต้องให้เธอทำตำแหน่งเสิร์ฟเครื่องดื่มไปก่อน แล้วค่อยให้เธอเปรียบเทียบระหว่างงานเสิร์ฟกับงานเอ็นว่ามันได้เงินแตกต่างกันมากแค่ไหน
ตกลงจันทร์เจ้าขาเริ่มทำงานคืนนี้เลย และค่าแรงของเธอก็ได้เท่ากับพนักงานเสิร์ฟทั่วไป
หลังจากจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วอัศวินก็นั่งรถออกมากับกันต์ธีร์ ระหว่างทางอัศวินก็ถามเรื่องที่ข้องใจ
แต่กันต์ธีร์ก็ยังไม่เล่าให้ฟัง ถึงเวลาเดี๋ยวจะรู้เองว่าผู้หญิงสองคนนี้คือใคร
"มึงดูมีลับลมคมในจังนะ"
"เดี๋ยวกูจะพาทำอะไรสนุกๆ" แต่ก่อนตอนที่พูดถึงมิ้นท์ก็มักจะปฏิเสธ อยากเห็นสีหน้าไอ้หมอตอนมาเจอมิ้นท์อีกที รู้สึกว่าตอนนี้มิ้นท์สวยขึ้นมากด้วยถ่านไฟเก่าจะคุหรือจะสู้ถ่านไฟใหม่ไม่ได้
"ระวังอย่าทำของในมือตกแตกเท่านั้นพอ" มินนี่สอนงานจันทร์เจ้าขาและอีกอย่างที่มินนี่สอนคือต้องทวนรายการอาหารลูกค้าทุกครั้ง เพราะถ้าสั่งอาหารผิดทางร้านจะให้รับผิดชอบเอง
"สวัสดีค่ะ" จันทร์เจ้าขาเดินเข้ามารับลูกค้าโต๊ะใหม่ ตอนที่เธอไปรับลูกค้ามินนี่ก็แอบมองกลัวว่าเธอจะทำพลาดเพราะตัวเองเป็นคนฝากงานให้ เพราะถ้าเด็กฝากของเธอทำพลาดยังมีคนรอซ้ำเติมอยู่
"ขอทวนอาหารอีกรอบนะคะ" จันทร์เจ้าขาเลยทวนรายการอาหารกับเครื่องดื่มที่ลูกค้าสั่งไป แต่เธอทวนตกหนึ่งรายการดีที่ลูกค้าไม่เรื่องมากแจ้งไปเธอก็เขียนลงไปใหม่
ใช้เวลาไม่นานอาหารก็เสร็จทีละอย่างจันทร์เจ้าขาเลยยกอันที่เสร็จก่อนออกมา
"เด็กแม่มินนี่ทำงานคล่องดีนี่" แน่นอนว่าทุกที่มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเพราะการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นมีในมนุษย์เกือบทุกผู้ทุกคนอยู่แล้ว รัชนกก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่ชอบหน้ามินนี่เลยเพราะเห็นว่าผู้จัดการเอ็นดู
"จะว่าไปเด็กคนนี้สวยมากเลยนะ" คำแปลงคือเด็กของรัชนกเพราะเป็นคนฝากงานให้
"ตบปากตัวเอง"
คำแปลงเลยทำตามโดยการตบปากตัวเองแต่ก็ทำไม่แรงหรอกเพราะทำแค่เอาใจอีกฝ่าย
และคืนนี้จันทร์เจ้าขาก็ทำงานได้ดีมากจนทรายผู้จัดการชมว่าเข้าใจงานเร็ว จะไม่ให้เธอเข้าใจงานเร็วได้ยังไงงานแค่นี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยมากสำหรับเธอ งานก่อสร้างแบกหามเธอก็ยังเคยทำมาแล้วเลย
และพอเลิกงานทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่หน้าห้องผู้จัดการ บางคนที่ยังไม่ได้หย่อนเงินทิปลงกล่องรวมก็ต้องเอามาหย่อนตอนนี้
"?" ทีแรกเธอนึกว่าเงินทิปที่ได้เป็นของแต่ละคนที่แขกให้ ต้องเอาเงินพวกนี้มาแบ่งกับคนอื่นด้วยงั้นเหรอ ถึงว่าพนักงานทุกคนไม่ให้เอาเงินส่วนตัวติดตัวไว้ให้เก็บในล็อกเกอร์ทั้งหมด
"ทำไมเหรอ ไม่อยากแบ่งเงินทิปคนอื่นงั้นสิ"
"........." ตอนที่ทำงานอยู่ผู้หญิงคนนี้พูดแดกดันเธอครั้งหนึ่งแล้วนะ ยังไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำทำไมถึงไม่ชอบหน้าเธอล่ะ
"เจ้าขา" มินนี่บอกให้จันทร์เจ้าขาเอาเงินมาไว้กองกลาง เธอผิดเองแหละที่ลืมบอกเรื่องนี้กับน้องไปก่อน
จันทร์เจ้าขาเลยต้องได้ล้วงเอาเงินออกมา วันนี้เธอได้ทิปเยอะที่สุด พอทุกคนเห็นว่าเธอได้ทิปเยอะก็ตาโตกันเลยทีเดียว
"ทีหลังถ้าได้เงินทิปมาก็ให้เอามาใส่กล่องเลยดีกว่าค่ะพี่ทราย กันคนอมค่ะ"
"พี่บอกแล้วไงว่าเราทำงานกันแบบพี่น้อง พี่เชื่อใจเราทุกคนและอย่าให้พี่เห็นว่าทะเลาะกันล่ะ" รัชนกคนแรกเลยที่ชอบหาเรื่องเพื่อน เรื่องนี้ทำไมทรายจะไม่รู้
หลังจากแบ่งเงินทิปกันเรียบร้อยแล้ว จันทร์เจ้าขาก็มาที่ล็อกเกอร์เพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้า
"เรานั่งรถอะไรมา"
"นั่งรถวินมอเตอร์ไซค์ค่ะ"
"บ้านเราอยู่แถวนี้เหรอ"
"ไม่ใช่หรอกค่ะ" ทั้งสองคุยกันระหว่างที่เปลี่ยนเสื้อผ้า ทีแรกจันทร์เจ้าขาจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ แต่ทุกคนถอดแล้วก็เปลี่ยนหน้าล็อกเกอร์เลยเธอเลยทำตาม เพราะมีแต่ผู้หญิงคงไม่มีใครมองกันหรอกมั้ง
เดินออกมาข้างนอกจันทร์เจ้าขาก็ไม่เห็นมินนี่แล้วไม่รู้ว่านั่งรถอะไรมา เอาไงต่อดีเรา ถ้ากลับไปบ้านญาดาคงไม่ปลอดภัยแน่เลย
หรือเราจะกลับไปนอนสวนสาธารณะดี ดูเงินในกระเป๋าแล้วถ้าไปเช่าห้องคงไม่พอ แต่ถ้าเช่ารายวันก็คงแก้ปัญหาได้แค่ไม่กี่วัน
เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านของคุณหมอพังคี..
"ทำไมแม่ยังไม่นอนอีกครับ" ที่เขากลับดึกเพราะไปร่วมงานแต่งของคุณหมอในโรงพยาบาลมา
"แม่นอนแต่หัววันแล้วได้ยินเสียงรถลูกวิ่งเข้ามาเลยลงมาดู"
"ทีหลังแม่ไม่ต้องลงมาดูหรอกครับ แม่ก็รู้อยู่ว่าผมไปร่วมงานแต่ง"
"เมื่อไรจะเป็นงานของลูกทั้งสองของแม่สักที" เรื่องนี้รสรินแม่ของหมอพังคีเป็นกังวลมาก ลูกชายทั้งสองก็อายุมากแล้วแต่ไม่มีวี่แววว่าจะมีคู่ครองเลย เริ่มมีความหวังหน่อยก็ตอนที่ลูกพาจันทร์เจ้าขาเข้าบ้านแต่ลูกดันปฏิเสธว่าไม่ใช่คนพิเศษอะไร
"เราคุยกันแล้วไงครับแม่ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้"
"เอาแบบนี้ไหมลูก แม่จะคุยทาบทามลูกสาวของเพื่อนแม่ให้"
"ถ้าแม่จะหาผมแนะนำให้แม่หาให้พี่หมอก่อนเลยนะครับ" ว่าแล้วพังคีก็เดินขึ้นบ้านตัดปัญหา
"ยังไงแม่ก็จะนัดมาให้แกดูตัว ชอบไม่ชอบค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน" รสรินส่งเสียงตามหลังลูกชายขึ้นไป
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่