เข้าร่างปุ๊บก็มีภารกิจให้ทำอย่างที่ยัยนางฟ้าบอกเอาไว้จริงๆ ริมฝีปากกระจับกัดเม้มไม่รู้ตัว เธอยังจำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นจึงอยากลากตั๋วบ๋อยมาเค้นเอาข้อมูลเพิ่ม
“ฉันจะไปหาอะไรกิน” วิเวียนบอกคนบนโต๊ะด้วยความเร่งรีบ
ทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว
ทำไมล่ะ ปกติยัยนั่นไปไหนมาไหนไม่บอกคนอื่นตามมารยาทหรือไง
“ให้พวกเราไปตักมาให้ไหม?”
“ไม่ต้อง”
เธอลุกเดินฉับๆ มองหาผู้ชายคนนั้นทั่วงาน แต่เนื่องจากงานเลี้ยงเริ่มแล้วและแสงไฟในห้องถูกหรี่ลงเพื่อไม่ให้แย่งซีนการแสดงบนเวลา วิเวียนจึงมองไม่ถนัดนัก เธอเดินไปมาทั่วงานและพยายามโฟกัสคนใส่แว่นเป็นหลัก กระทั่งเจอผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่มุมห้องปลีกวิเวก มองเห็นเพียงด้านข้างไวๆ แต่มั่นใจว่าสวมแว่นแถมยังใส่เสื้อกั๊กสูทอีกต่างหาก
บ๋อยแน่นอน!
“นี่! บริกรคนนั้นน่ะ!”
เธอมั่นใจว่าเรียกเขาดังพอสมควร ทว่านอกจากผู้ชายคนนั้นจะไม่หันมามองยังออกอาการเดินหนีทำหูทวนลม
หน็อย~!! สร้างเรื่องด้วยกันแล้วคิดจะชิ่งหรือไง
ร่างผอมเพรียวก้าวขาฉับๆ เดินตามอีกฝ่าย สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้คือยัยนี่แข็งแรงมา ปกตินางต้องเข้าฟิตเนสสัปดาห์ละหลายวันแน่ๆ เดินตัวเบา ลุกนั่งไม่โอดโอยให้ปลงสังขารเลยสักนิด
“นี่! หยุดนะ!!”
“วิเวียน!!”
เสียงทุ้มของใครบางคนเรียกชื่อเธอเสียงดังฟังชัด ก่อนที่ข้อมือซ้ายจะถูกกระชากจนตัวปลิวไปชนเข้ากับอกแกร่งของเจ้าตัว
ผลั่ก!
เธอผลักเขาออกห่างตัวทันที แต่ไม่อาจบิดข้อมือจากการเกาะกุมนี้ได้ และเมื่อเงินหน้ามองก็ถึงกับตะลึงงัน
ดวงตาสีอำพันราวกับสัตว์ป่าย่ำราตรี ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติและเรือนผมทรงมีเดี้ยมมูลเล็ตสีเงินไว้ยาวละท้ายทอย
“มาสร้างปัญหาอะไรที่งานของฉันอีก!! ฉันขอเตือนว่าให้รีบกลับไป ก่อนที่ฉันจะจับเธอโยนลงจากชั้นห้า”
ชัดเลย...รูปร่างแบบนี้ สันดานแบบนี้
“คริส คลาสัน!!” วิเวียนโพล่งชื่ออีกฝ่ายออกมาพร้อมกับยกมือปิดปากด้วยความตื่นเต้น
แม้เขาจะไม่ใช่ตัวละครโปรดแต่อดตกใจกับความหล่อสะพรึงของคนตรงหน้าไม่ได้จริงๆ
รูปลักษณ์องอาจมาดดุดันราวกับหมาป่าสีเงินในตำนาน นักเขียนเทสดีสุบ!
“เรียกนามสกุลฉันด้วย? กวนประสาทหรือไง”
“มะ ไม่ใช่ แค่ตกใจ แล้วก็ปล่อยมือจากฉันสักที?” เธอไม่เปลี่ยนใจแม้ได้เห็นหน้าของเขาแล้ว
ผู้ชายคนนี้โมโหร้ายและน่ากลัวเกินไปที่จะอยู่ใกล้ เชิญบันนี่ บลูเบลล์รับความประสาทแดกไปคนเดียวเถอะ
“ตอบฉันว่าคิดจะทำอะไร”
“ไม่ได้ทำ! ฉันกำลังรีบ”
“ไปไหน”
สาระแน! ได้...
“ไปเยี่ยว!! จะให้นั่งเยี่ยวตรงนี้ไหม!?”
คริสปล่อยมือจากเธอทันทีที่ได้ยินคำพูดแสนหยาบคาย ลูกผู้ดีที่ไหนใช้คำว่าเยี่ยวได้คล่องปากราวกับพวกอันธพาลชั้นต่ำที่ทำงานใช้แรงแถวท่าเรือมารีน่า
“สถุนชะมัด -_-;”
“เก็บปากไว้ด่าสันดานตัวเองเถอะ”
เธอชูนิ้วกลางใส่ปิดท้ายก่อนจะก้าวฉับๆ เดินหาบริกรคนเมื่อครู่ต่อ โดยไม่สนใจเจ้าของงานวันเกิดแม่แต่น้อย
ความจริงเธอจะปล่อยให้คริสดื่มยานั่นก็ได้ เพราะอย่างไรก็ไม่มีทางลากเขาขึ้นห้องในสภาพติดสัดอยู่แล้ว เพียงแต่สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เธอจัดการยาปลุกเซ็กซ์ให้เรียบร้อย อย่างน้อยๆ คริสก็ไม่มาเอาผิดกับเธอในภายหลัง
รองเท้าส้นเข็มสี่นิ้วเดินยากขนาดไหนก็ต้องอดทน กระทั่งพบคนที่คาดว่าเป็นบริกรคนนั้นอีกครั้งที่โถงทางเดิน
“นายคนนั้นน่ะ”
เงียบ...
ฝ่ายนั้นยังเอาแต่หันหลัง ทอดสายตามองผ่านหน้าต่างชมวิวด้านนอกโดยไม่สนใจเธอเลยสักนิด
หรือต้องสวมบทอีวิลควีนอีกรอบ?
“นี่! ฉันเรียกไง!!” วิเวียนก้าวขาฉับๆ จับต้นแขนเขาให้หันมาเผชิญหน้า
เฮือก!!
วิเวียนชักมือกลับด้วยความตกใจทันทีที่อีกฝ่ายหันหน้ามา
อย่างแรก เธอทักคนผิด!
หมอนี่ใส่แว่นตาหนาเตอะคล้ายกับบริกรคนนั้น ทว่ากลับมีนัยน์ตาเป็นสีฟ้าน้ำทะเล ในขณะผมสีดำกลับถูกเซตให้เข้าทรงดูดีแม้จะขัดกับสีหน้าเนือยๆ คล้ายคนถูกปลุกให้มาร่วมงานเลี้ยงก็ตาม
อย่างที่สอง เมื่อกี้จุดที่เธอจับคือต้นแขนเหนือข้อศอก กล้ามเนื้อของเขาแข็งและแน่นมาก เหมือนคนออกกำลังกายมาอย่างหนักอย่างเช่นนักกีฬาทีมชาติอะไรแบบนั้นเลย
“ขะ ขอโทษ ทักคนผิด” ริมฝีปากกระจับอ้อมแอ้มออกไปเพราะกลัวทำอีกฝ่ายโกรธ
หากเขาเป็นพวกแจกความเท่าเทียม เธออาจจะถูกตบฟันร่วงหมดปากก็ได้
“@_@”
ใบหน้าเนือยของเขายังคงนิ่งสงบไม่ยินดียินร้าย ดวงตาสีฟ้ากะพริบตาช้าๆ ตามสีหน้าเฉื่อยชาอยู่อย่างนั้น บรรยากาศอึดอัดทำให้วิเวียนตัดสินใจไม่ถูกว่าควรทำอย่างไรต่อ
“อ่า ฉันคิดว่านายเป็น...”
วิเวียนพูดถึงตรงนี้แล้วเงียบ เธอไม่กล้าพูด
“บ๋อย”
“ขะ ขอโทษนะ ชุดนายมันเหมือนพนักงานวันนี้”
เธอเอามือประสานกันอย่างคนไม่รู้จะเก็บมือไว้ตรงไหน หลุบตามองคนใส่เสื้อกั๊กสูทสีดำทับกับเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเบอร์กันดีเห็นรอยสักที่ต้นแขนซ้ายรำไรด้วยความลำบากใจ
“ฉันตามหาคนคล้ายๆ กับนายอยู่ ไม่ได้ตั้งใจว่านายหรอกนะ”
แต่แทนที่อีกฝ่ายจะตอบอะไรกลับมา เขากลับก้มหน้ามองชุดตนเองพร้อมกับมองผ่านหัวเธอไปยังพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินเข้าออกงานเลี้ยง
“...”
วิเวียนเงียบรอฟังว่าเขาจะตอบกลับมาว่าอย่างไร แต่อีกฝ่ายก็ยังคงมองผ่านหัวเธอและยืนเหม่อค้างกลางอากาศอยู่อย่างนั้น
“@_@”
“...”
“อ่า...”
พูดแล้ว!
“...”
“หิวน้ำจัง @_@”
“ฮะ!?”
คนตัวเล็กเอียงคอมองหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ เมื่อกี้เธอขอโทษเขา แต่หมอนี่กลับตอบกลับมาว่า ‘หิวน้ำ’ แทนที่จะเป็นคำว่าไม่เป็นไรหรือด่าทอ
เธอถูกเมินเหรอ?
“หิวน้ำ ต้องกินน้ำ”
เหมือนเขาพูดกับตนเองและเริ่มแสดงอาการลนลาน วิเวียนที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับไปต่อไม่ถูก
หมอนี่เต็มไหมเนี่ย!
แต่ไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ รถเข็นเครื่องดื่มก็ถูกเข็นผ่านหน้าช้าๆ โดยพนักงานเสิร์ฟสองคน ก่อนจะถูกผู้ชายตรงหน้าคว้ามันเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวจนหยุดอยู่กับที่
เธอบอกแล้วว่าเขาแรงเยอะ!!
“คะ ครับ?” บริกรชายมองคนที่แต่งตัวคล้ายยูนิฟอร์มตนเองด้วยความตกใจ
เมื่อกี้วิเวียนเห็นว่าทั้งคู่พยายามออกแรงเข็นให้ล้อขยับไปข้างหน้า แต่กลับสู้แรงคนคนเดียวไม่ไหวจึงต้องเอ่ยถาม
“ผมหิวน้ำ...”
“เอ่อ น้ำบนรถเข็นจะถูกเสิร์ฟหลังตัดเค้กครับ”
บริกรยกมือขึ้นบังมือของผู้ชายตรงหน้าด้วยความเกรงใจพร้อมอธิบายเหตุผล เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหย่อนมือเข้าไปหยิบเครื่องดื่มในรถเข็น
เอ๊ะ! นี่หรือเปล่าที่เธอกำลังตามหา
เธอฉุกคิดได้จากคำพูดของพนักงานโรงแรม ลูกสาวนายกเทศมนตรีกวาดตามองหาของเหลวในแก้วที่คาดว่าเป็นไวน์
แล้วจะเอาออกมายังไงดี
“แต่ผมหิวน้ำ ต้องกินน้ำตอนนี้” เขาเริ่มออกอาการดื้ออย่างน่าเหลือเชื่อ
แก้วน้ำส้มในรถเข็นถูกฉวยขึ้นดื่ม ในขณะที่พนักงานสองคนพยายามห้ามปรามและยื้อแย่งกลับ
เสร็จโจร!
วิเวียนฉวยเอาไวน์ขึ้นมาถือสองมือ ในนี้มีไวน์ทั้งหมดเจ็ดแก้ว แต่ไม่รู้ว่าบริกรที่ถูกจ้างเทยาปลุกกำหนัดลงในแก้วไหน
ก็กินมันให้หมด!
“นี่! น้ำอยู่นี่”
เธอส่งมันด้วยการยัดใส่มือแกร่ง ผู้ชายตัวโตทำหน้าแหยหลังจากรู้ว่ามันคือแอลกอฮอล์ หลังจากกลืนลงคอจนหมด
“ผมดื่มไม่ได้”
“ดื่ม!”
เธอบังคับยัดเยียดแก้วที่สองใส่มือ ไม่พอแค่นั้นยังยกมันขึ้นดื่มอีกคน และหันไปชี้หน้าเด็กเสิร์ฟสองคนที่เข้ามาห้าม
“ให้พวกเราดื่มแล้วเทแก้วใหม่ หรือจะให้ฉันล้มรถเข็น!” สวมบทนางมารร้ายแสดงอิทธิฤทธิ์อีกครั้ง
แน่นอนว่ามันได้ผลชะงัด แบบนั้นพวกนี้ได้รับผิดชอบค่าเสียหายแน่
พนักงานเสิร์ฟของทางโรงแรมพากันวิ่งกลับไปยังทางเดิมที่เข็นรถมา ให้เดาคงกลับไปเอาไวน์ขวดใหม่ ร่างแน่งน้อยจึงสบโอกาสโน้มลงไปหยิบไวน์อีกสองแก้วขึ้นมาจากรถเข็น สถาปนาเขาให้เป็นผู้ช่วยชั่วคราว
เขาตัวโต ดื่มเยอะหน่อยไม่เป็นไรหรอก!
“เอาอีก”
“ผมไม่ชอบแอลกอฮอล์ มันทำลายกล้ามเนื้อ” คนปากแดงเจ่อจากคราบไวน์หันทิศทางมือก้มจะหยิบแก้วน้ำหวาน
เพียะ!
วิเวียนตีมือหนาเต็มแรงจนเขาต้องชักมือกลับ
“ฉันบอกให้ดื่มอันนี้”
“ผมเพิ่งนึกได้ว่า ไม่ควรรับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า”
วิเวียนเอียงคอมองคนตรงหน้าพลางแค่นขำ เมื่อกี้เขายังทำตัวเหม่อลอยไร้พิษสง แต่ตอนนี้กลับต่อปากต่อคำไม่หยุด
ได้...
“ฉันชื่อวิเวียน วิเวียน...”
“วิเวียน วิลกินสัน”
หญิงสาวเบิกตาโพลงตกใจ ไม่คิดว่าชื่อของนางร้ายแห่งยุคอย่างวิเวียนจะดังถึงขนาดที่คนประเภทนี้รู้จัก
“นายรู้จักชื่อของฉัน?”
เขาไม่ตอบ แต่ยืนยันความคิดเธอด้วยการพยักหน้า
ว้าว~! เธอรู้สึกเหมือนกำลังเป็นเซเลบริตี้เลย มีปาปารัซซี่แอบถ่ายไปลงหนังสือพิมพ์ทิ้งถิ่นหรือเปล่า
“ผมเป็นเพื่อนของบันนี่”
เอ๊ะ! บันนี่
หล่อนมีเพื่อนด้วยเหรอ หรือเธออ่านข้ามตอนไหนไป
“เพื่อน?”
“ห่างๆ”
เขาตอบด้วยใบหน้าเฉยชา ก่อนจะทำตามหลุกหลิกหลังจากถูกคนตัวเล็กจ้องหน้าเค้นเอาความจริง
“ห่าง - - ห่าง”
มือใหญ่เต็มไปด้วยเส้นเลือดเส้นเอ็นปูดโปนยกขึ้นประกบกัน ก่อนจะค่อยๆ แยกออกสองเป็นสองจังหวะจนฝ่ามือทั้งสองห่างกันสุดช่วงแขน
“อ้อ...ห่างมากสินะ”
“ผมเป็นเพื่อนตอนอนุบาลที่อีสเทอร์วู้ดซิตี้ เพิ่งย้ายมาต้นปีนี้” เขาพยายามอธิบายเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าไม่เชื่อว่ารู้จักกับทายาทโรงแรม
แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะใช้งานคนตรงหน้า
“ชื่อล่ะ”
“แลนซ์ เซอร์ล็อต” เขาบอกชื่อตนเองอย่างง่ายดายเหมือนเด็กๆ
รอยยิ้มร้ายกาจจึงปรากฏเหนือมุมปากอวบอิ่ม วิเวียนหยักยิ้มจับมือแข็งแรงของอีกฝ่ายรับแก้วเครื่องดื่มในมือ
“ดีมาก...ตอนนี้เราไม่ใช่คนแปลกหน้าแล้ว”
“...”
“ดื่มอันนี้ซะ แลนซ์” เธอทำตาปริบๆ ขยับเข้าไปออดอ้อน ยื่นหน้าใช้ความสวยและกลิ่นกายหอมกรุ่นจากร่างใหม่หวังให้เขาตอบรับคำขอนั้น “ขอร้อง...นะ”
อึก...