“ที่ฝึกงานแกดีไหมธีน่า เป็นไงฝึกงานมาสองอาทิตย์แล้ว”
สามชั่วโมงต่อมาคัคนางค์ถามเพื่อนสาว ตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่ในช่วงเริ่มการฝึกงานของนักศึกษาปีสี่เทอมสุดท้ายก่อนที่จะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
“ดีนะพี่ๆ ที่นั่นก็ใจดีทุกคนเลย แต่ตั้งแต่อยู่มายังไม่เคยได้เจอบอสเลย” ธิชามีท่าทีสบายใจเมื่อพูดเกี่ยวกับการฝึกงาน
“บอสแกที่เขาว่าสวยๆ น่ะเหรอ”
คัคนางค์พูดถึงเจ้าของบริษัทที่เพื่อนสาวไปฝึกงานด้วยในตำแหน่งพนักงานทั่วไปของแผนกการตลาด ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในสตรีและเครื่องสำอาง
“ใช่ นี่ฉันไม่เคยเจอคุณรวีเลยนะเลยไม่รู้ว่าตัวจริงสวยแค่ไหน”
ธิชาเลือกยื่นใบสมัครมาที่บริษัทของรวีเพราะชอบตัวเจ้าของเป็นหลัก เธอชื่นชมว่ารวีเป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แถมยังเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งมากคนหนึ่งอีกด้วย
พวกเธอเพิ่งออกจากโรงหนังรอบบ่าย ตอนนี้เป็นเวลาใกล้จะเย็นแล้วต่างคนต่างหิวจึงเริ่มมองหาร้านอาหาร
“กินก๋วยเตี๋ยวเรือร้านนั้นเถอะ วันก่อนมากินน้ำตกอร่อยดี” ธิชาชี้มือไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำตกชื่อดังที่เปิดสาขาบนห้างสรรพสินค้า
“งั้นไปเลย คนยังไม่เยอะ” คัคนางค์เห็นด้วย สองสาวจึงเดินเข้ามาในร้านมองหาที่นั่งซึ่งยังมีโต๊ะว่างอยู่พอสมควร
“ดีจังวันนี้คนยังไม่เยอะ มารอบก่อนต้องรอคิวเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะ” ธิชาหยิบเมนูมาเปิดดูกวาดสายตามองหารายการที่ถูกใจ
“เล็กน้ำตกรวมหมูหนึ่ง ใหญ่น้ำเนื้อเปื่อยพิเศษหนึ่ง ขนมถ้วยหนึ่งแล้วก็แคปหมูหนึ่งจานค่ะ”
ธิชาเรียกพนักงานมารับรายการอาหารของตนเองและเพื่อน
“ส่วนน้ำเอาน้ำเปล่าสองขวดค่ะ”
คัคนางค์สั่งเครื่องดื่มพวกเธอไม่รู้เลยว่าทุกอิริยาบถของทั้งสองสาวอยู่ในสายตาของใคร
“เฮียบัญมองอะไรคะ”
อินทิราเอี้ยวตัวไปทางด้านหลังของตนเอง หลังจากสังเกตุว่าบุรีจ้องใครหรืออะไรด้านหลังเธอมาครู่ใหญ่
บุรีถอนใจเขาอุตส่าห์ขอตัวกลับทันทีหลังคุยงานแล้ว โดยอ้างว่าหิวมากแต่อินทิราก็ยังขอตามมา ชายหนุ่มจึงเลือกร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเพราะไม่คิดว่าเธอจะยังมาด้วยอยู่แต่กลายเป็นว่าอินทิราก็มาจริงๆ
แต่ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันน่าเบื่อเพียงใด ก็ยังถือว่าดีเมื่อเขาได้พบกับบันนี่สาวในเคยพบเมื่อเดือนก่อนที่งานปาร์ตี้โฟมที่บ้านโดยบังเอิญจนได้
“อ่อ พวกเด็กเสี่ยนี่เอง”
อินทิราเปรยเมื่อพบว่าคนที่บุรีมองคือสองสาวที่เจอในร้านนาฬิกาตอนสายๆ
บุรีหูกระดิกเมื่อเขาได้ยินว่าเด็กเสี่ย
“อะไรนะ อินรู้จักสองคนนั้นเหรอ”
“ไม่รู้จักหรอกค่ะ คนแบบอินไม่ลดตัวไปคบกับเด็กพวกนี้หรอก” เธอเบ้ปากทำท่ารับไม่ได้และพูดต่อ
“สองสาวคนที่เมื่อเช้าเราเจอที่ร้านนาฬิกาไงคะ”
“แล้วทำไมถึงหาว่าเขาเป็นเด็กเสี่ย ทำแบบนี้ใครได้ยินน้องจะเสียหาย” บุรีติงเสียงเรียบ
“ก็แหม... เด็กแค่นี้จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อนาฬิกาเรือนละเป็นล้านล่ะคะ แล้วเฮียบัญจะออกรับแทนทำไม”
อินทิราชักสีหน้าแต่รีบปรับให้เป็นปกติเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายจริงจังกว่าที่คิด หญิงสาวจึงเงียบเสียแล้วมาสนใจก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าแทน
'ไอ้ก๋วยเตี๋ยวนี่มันน่ากินตรงไหน เฮียนะเฮียแทนที่จะพาเราไปดินเนอร์หรูๆ กลับพามานั่งกินก๋วยเตี๋ยวแบบนี้ สกปรกรึเปล่าก็ไม่รู้'
หญิงสาวจับตะเกียบด้วยท่าทางขยะแขยง คนเส้นในชามแล้วทำหน้าจะร้องไห้ว่าเธอควรทานดีไหม
บุรีปรายตามองพลางคิดในใจว่าหากจำเป็นต้องเจอกับอินทิราแบบนี้อีก เขาควรพาเธอไปกินอะไรดี ร้านจิ้มจุ่มริมถนนก็คงไม่เลวกินไปมีซาวด์ประกอบเป็นเสียงรถวิ่งไปมา กินไปร้อนเหงื่อออกไปแค่คิดก็ครึกครื้นแล้ว
วันต่อมาธิชาไปฝึกงานตามปกติ หญิงสาวมีหน้าที่เป็นพนักงานทั่วไปในฝ่ายการตลาดหรือเรียกง่ายๆ ว่าทำทุกอย่างที่รุ่นพี่สอนก็ว่าได้ แต่ด้วยความที่พนักงานรุ่นพี่แต่ละคนต่างอัธยาศัยและอารมณ์ดี ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานไม่เครียดมีเสียงพูดคุยกันตามประสาคนชอบเม้ามอย
“ค่ะคุณหนูดี งั้นเดี๋ยวจะขึ้นไปเลยนะคะ”
ลลิตาหัวหน้าแผนกรับสายภายในจากเลขานุการของรวี ว่าเจ้านายสาวเรียกให้ฝ่ายการตลาดขึ้นไปรับนโยบายการทำงาน
“ธีน่าไปกับพี่อยากเจอบอสไม่ใช่เหรอเรา”
“ไปไหนคะพี่ลัล” ธิชาถาม
“ขึ้นไปช่วยพี่รับงานมาทำ เราไปคอยนั่งฟังเผื่อพี่ตกหล่นอะไร เอาสมุดโน้ตไปด้วยก็ดีจ้ะเผื่อจดอะไร”
ลลิตาสั่งพร้อมกับหยิบอุปกรณ์การทำงานเตรียมตัวไปพบเจ้านาย
สิบนาทีต่อมาธิชาเดินตามหัวหน้าผ่านประตูหนาหนักที่มีป้ายประธานกรรมการบริหารติดหรา เธอมองรอบๆ อย่างตื่นเต้นที่ชั้นนี้ค่อนข้างเงียบมาก พรมหนานุ่มที่ถูกปูตั้งแต่หน้าลิฟต์ทำให้ไม่มีเสียงเดินต่างจากชั้นอื่น
“สวัสดีค่ะบอส” ลลิตาค่อนข้างสนิทกับรวีในระดับหนึ่ง ด้วยความเป็นพนักงานที่อยู่มาตั้งแต่หญิงสาวก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา
“จ้ะ พาใครมาด้วยล่ะนั่น” ดวงตาคมปราดเปรียวของหญิงสาวเจ้าของห้องทักเมื่อเห็นว่าลลิตาไม่ได้มาคนเดียว
“น้องธีน่าค่ะบอส น้องเป็นนักศึกษาฝึกงานลัลเลยพาขึ้นมาด้วยจะได้เรียนรู้งาน”
ธิชารีบไหว้ทักทายรวี
“สวัสดีค่ะท่านประธาน”
รวีหัวเราะเธอโบกมือห้าม “เรียกบอสเหมือนลัลก็พอ ไม่ต้องมาเรียกท่านประธานหรอก”
หญิงสาวหยุดพิจารณาดวงหน้างามผุดผาดตามวัยที่กำลังสะพรั่งของธิชา
“ผิวหน้าเราขาวใสดีจัง คิ้วคางคมปากนิดจมูกหน่อยรับกันไปหมดเป็นลูกครึ่งเหรอ”
“เป็นลูกเสี้ยวค่ะบอส พ่อหนูเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันส่วนแม่เป็นคนไทยแท้ค่ะ”
รวีพยักหน้ารับรู้
“แล้วเป็นคนที่ไหนปีนี้ฝึกงานจบก็เรียนจบด้วยเลยใช่ไหม” เธอซักทันทีตามนิสัย รวีไม่ถามสถาบันการศึกษาเพราะบริษัทของเธอจำกัดคุณสมบัติของนักศึกษาที่ขอฝึกงานมากพอสมควร ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนย่อมมีคุณภาพเพียงพอ