“เป็นคนเชียงใหม่ค่ะบอส ฝึกงานจบก็เรียนจบเลยค่ะส่วนจบแล้วธีน่าคงต้องกลับไปทำงานที่บ้านค่ะ บ้านอยู่เชียงใหม่”
“บ้านอยู่เชียงใหม่เหรอ ทำธุรกิจอะไรจ๊ะที่บ้าน”
รวีกวาดตามองครู่เดียวก็รู้ว่าสาวน้อยคนนี้ต้องมาจากครอบครัวที่มีฐานะดีมาก
“คุณพ่อเป็นเจ้าของไร่กาแฟกับส้มที่ฝางค่ะบอสชื่อไร่ไรวินท์กับทำส่งออกกาแฟ ส่วนคุณแม่เปิดร้านอาหารค่ะ”
“ไร่ไรวินท์... ที่ทำกาแฟครบวงจรใช่ไหมเป็นเจ้าของแบรนด์คาเฟ่อคาเดมี่ด้วยใช่ไหม”
รวีซักต่อทันที เธอพอรู้จักไรวินท์เพราะตนเองอยากซื้อผลิตภัณฑ์จากไร่นี้ แต่ไม่เคยกดซื้อทันเพราะว่าแต่ละปีมีกาแฟคั่วออกขายในไทยด้วยปริมาณจำกัด เนื่องจากส่วนมากจะต้องส่งออกไปยังต่างประเทศ ทำให้ใครต่อใครต่างอยากได้เมล็ดกาแฟคั่วเกรดพรีเมี่ยมจากไร่ไรวินท์ แม้ว่ามันจะราคาสูงมากจนถึงห้าหลักต่อกิโลกรัมก็ตาม
“ใช่ค่ะ”
ธิชาเริ่มหายเกร็งแต่ไม่ทันที่พวกเธอจะคุยอะไรกันต่อ ก็มีเสียงห้าวที่ดังมาพร้อมกับประตูห้องเปิด
“มาแล้วยายราวี”
บุรีเดินเข้ามาในห้องนั้นท่ามกลางธิชาที่ตัวแข็งเมื่อได้ยินเสียงห้าวที่เธอจำได้ดี ชายหนุ่มโบกมือพร้อมกับเขย่าคอเสื้อไปมาเหมือนว่าอากาศร้อนมาก
“เป็นอะไรคะเฮีย” รวีขมวดคิ้วมองเพื่อนรุ่นพี่อย่างงงๆ
“ก็ยามบริษัทเธอมันไล่เฮียไม่ให้จอดรถตรงที่จอดประจำ มันบอกว่าสำหรับผู้บริหารเท่านั้น เฮียเลยลงไปด่ามันว่ากูนี่ล่ะผู้บริหาร”
บุรีบ่นก่อนจะเงยหน้าตอบ เขาชะงักตาค้างเมื่อเห็นคนทั้งหมดในห้อง
'คนสวยของเฮียบุพเพสันนิวาสชัดๆ เจอกันโดยบังเอิญครั้งที่สองแล้ว ถ้ามีครั้งที่สามเนื้อคู่ชัวร์'
ธิชาเองก็ยังอยู่ในอาการตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาใหม่เป็นบุรี เธอนึกบริภาษในใจ
'ดวงเราทำไมมันซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ ไปไหนก็เจอตานี่สงสัยจะต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์'
“เฮียคะ”
รวีตบโต๊ะเสียงดังเพราะเรียกบุรีหลายครั้งแต่เขาทำเหมือนไม่ได้ยินสักที
“อะไรเล่าเธอ อยู่กันแค่นี้พูดเบาๆ ก็ได้”
บุรีบ่นเขามองธิชาไม่วางตาจนลลิตาต้องรีบแนะนำให้ธิชาให้เจ้านายอีกคนรู้จัก
“คุณบุรีคะ นี่น้องธีน่าค่ะเป็นน้องฝึกงานวันนี้ลัลเรียกน้องมาช่วยด้วยค่ะ”
ธิชาจำใจไหว้บุรีเพราะเมื่อครู่หัวหน้าสาวกระซิบบอกแล้วว่าชายหนุ่มเป็นเจ้านายอีกคน
“สวัสดีค่ะคุณบุรี”
“สวัสดีครับน้องทีด้า”
“ไม่ใช่ค่ะ น้องชื่อธีน่านะคะ” ลลิตารีบแก้ชื่อ
บุรีเลิกคิ้ว เขายิ้มให้ธิชาเหมือนจะขอโทษที่เรียกผิดแต่หญิงสาวรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ
“อ้าว ผมนึกว่าน้องเขาชื่อทีด้าเสียอีก สงสัยจะหูเพี้ยนขอโทษด้วยนะครับน้องธีน่า”
“หา... เฮียบัญที่เราไปบ้านเขาเมื่อเดือนก่อน เป็นหุ้นส่วนของคุณรวีเหรอ”
คัคนางค์เสียงสูงหลังจากที่กลับมาถึงห้องพักและได้ยินเรื่องที่เพื่อนเล่า ทั้งสองพักด้วยกันตั้งแต่เรียนปีสองและแชร์ห้องกันมาตลอด ด้วยที่พักเป็นคอนโดมิเนียมสองห้องนอนทำให้ทั้งธิชาและคัคนางค์ยังคงมีเวลาส่วนตัวจนไม่อึดอัด
“อือ ฉันนี่จะช็อกตอนที่บอสเรียกไปข้างบนแล้วเจอผู้ชายคนนั้นน่ะ แถมเขายังแกล้งเรียกฉันว่าทีด้าอีก”
ธิชายังจำความรู้สึกตอนที่บุรีแกล้งเรียกชื่อเธอผิดว่าทีด้า แทนจะเป็นธีน่าตามที่หัวหน้าเธอแนะนำ หญิงสาวแน่ใจว่าเขากำลังบอกใบ้กลายๆ ว่าเขาจำได้ว่าเธอคือหนึ่งในบรรดาพริตตี้ที่ไปรับจ็อบในงานปาร์ตี้ฟองสบู่
“แกเอ้ย... ฉันขอโทษนะที่ชวนแกไปทำงานแบบนั้น ไม่น่าเลยธีน่า” คัคนางค์รู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนยุ่งยากแต่ธิชารีบโบกมือปฏิเสธ
“เฮ้ย... ฉันขอไปลองทำเองแกจะขอโทษทำไมแคท”
ถึงเพื่อนจะพูดแบบนั้นแต่คัคนางค์ก็รู้สึกไม่ดี ธิชาเป็นเพื่อนที่ช่วยเธอหลายๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นค่าที่อยู่ที่พัก หรือในด้านการเรียนที่หญิงสาวจำเป็นต้องไปทำงานและขาดเรียนหลายครั้ง เพราะว่าครอบครัวของเธอฐานะไม่สู้ดี แต่คัดนางค์ก็ยังดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เรียน เธอทำงานพิเศษเท่าที่ทำได้และได้ธิชาที่ชวนมาอยู่ด้วยกันโดยไม่ให้เธอจ่ายค่าห้อง
'ถึงเธอไม่มาฉันก็จ่ายเต็มอยู่แล้วแคท ถ้าไม่สบายใจก็จ่ายค่าน้ำค่าไฟที่เป็นส่วนเกินจากที่ฉันเคยจ่ายก็พอ'
นั่นทำให้คัคนางค์รู้สึกขอบคุณเพื่อนเสมอ ที่ทำให้ชีวิตในระหว่างการเรียนมหาวิทยาลัยไม่ยากจนเกินไป ดังนั้นอะไรที่พอจะตอบแทนธิชาได้เธอก็อยากทำแม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ
วันต่อมาลลิตารับสายจากณฤดีและหันมาสั่งงานธิชา
“ธีน่าขึ้นไปช่วยคุณหนูดีเตรียมงานประชุมหน่อยจ้ะ วันนี้มีประชุมกรรมการบริหารคุณหนูดีบอกว่าแม่บ้านลาผู้ช่วยเลขาก็ลา”
“ค่ะพี่ลัล”
ด้วยความเป็นเด็กฝึกงานการที่ได้รับคำสั่งหลากหลายไม่ใช่เรื่องแปลกซึ่งธิชาเข้าใจดี หญิงสาวรีบลุกขึ้นขยับเสื้อผ้าชุดนักศึกษาให้เข้าที่เรียบร้อยก่อนจะรีบขึ้นไปชั้นบน
ธิชาขึ้นมาหาณฤดีที่หน้าห้องของท่านประธานสาวได้สักครู่เลขานุการสาวก็ออกมาจากห้องเจ้านาย เธอยิ้มให้ทันที
“ธีน่ามาแล้วค่ะคุณหนูดี จะให้ช่วยทำอะไรบ้างคะ”
ณฤดีรีบพูดขัด “เรียกพี่หนูดีก็พอค่ะ ไม่ต้องมีคุณนะคะ” เธอเดินนำธิชามาที่โต๊ะหลังโต๊ะทำงานของตนเอง
“ธีน่าช่วยพี่เรียงเอกสารหน่อยจ้ะ พอดีที่ทำไม่ทำ”
เอกสารที่ว่ามีประมาณยี่สิบกอง กองละสามสิบชุด ณฤดีเรียงตามลำดับไว้แล้วเธอหยิบมากองละหนึ่งแผ่นเป็นตัวอย่างให้ธิชาทำตาม
“ได้เลยค่ะ” ธิชาลงมือทำด้วยความทะมัดทะแมง หูก็ฟังรุ่นพี่สอนไปด้วย
“เสร็จหมดแล้วเอามาเรียงกันรอเข้าเล่มนะจ๊ะ พี่จะไปเตรียมอุปกรณ์”
ณฤดีว่าพลางลุกหายเข้าไปในห้องเก็บของข้างห้องแพนทรี ธิชานั่งทำงานต่อจนเสร็จเรียบร้อยก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงทักดังขึ้น
“หนูดีไปไหนครับ”
ชายหนุ่มในชุดสูทตามแบบนักธุรกิจเต็มขั้นมองหาเลขาสาวอย่างสงสัย
“อุ๊ย...ท่านรองสวัสดีค่ะ คือว่าพี่หนูดีไปเตรียมของค่ะ” ธิชาทำการบ้านมาดีพอที่จะรู้จัก ‘ธาวิน’ รองประธานกรรมการบริหารผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของรวี
ณฤดีหอบของมาพอดี หญิงสาววางอุปกรณ์สำนักงานลงบนโต๊ะที่วางเครื่องเข้าเล่มสันห่วงกระดูกงูแล้วมาหาธิชา
“ถ้าเสร็จแล้วย้ายไปโต๊ะนั้นเลยจ้ะ เดี๋ยวพี่สอนวิธีเข้าเล่มธีน่าทำเป็นรึเปล่า”
“ไม่เป็นค่ะ” ธิชารีบขนกองเอกสารเลิกสนใจธาวินที่ยืนกอดอกมองสองสาว
“ใครน่ะ” ธาวินถามเสียงเบาเมื่อธิชาเดินห่างไปแล้ว
“น้องเป็นนักศึกษาฝึกงานค่ะท่านรอง” ณฤดีตอบผู้บริหารหนุ่มหล่อที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มากคนหนึ่ง
“ผมรู้ ใส่ชุดนักศึกษามาขนาดนั้นจะไม่รู้ได้ไงล่ะคุณเลขา” ธาวินลากเสียงสายตายังจับจ้องธิชาไม่วางตา ณฤดีระอาใจส่ายศีรษะไปมาเดินไปสมทบกับธิชาอีกมุมห้อง
ประตูห้องทำงานรวีเปิดออก
“นายวินมานี่เลย อย่ามายุ่งกับคนของฉัน”
ธาวินหันไปมองพี่สาว เขายิ้มมุมปาก
“ผมคิดว่าผมเจอรักแรกพบ” แต่เขาก็ต้องหุบยิ้มเมื่อพี่สาวชี้มือไปทางระเบียง
“โน่นนายเจออยู่ทุกวัน ต้นรักแรกพบมีเต็มระเบียงจะเอาสีไหนล่ะ” รวีเดินออกมาลากคอน้องชายกลับเข้าไปในห้อง
“นายต้องมาจัดการเอกสารพวกนี้ก่อน ตัวเลขพวกนี้มันอะไรกันอธิบายมาเดี๋ยวนี้เลย”