ธิชารีบเตรียมเอกสารให้เสร็จก่อนที่จะเริ่มการประชุม ณฤดีเล่าให้สาวรุ่นน้องฟังว่าวันนี้เป็นการประชุมกรรมการบริหารและผู้ภือหุ้น ซึ่งจะมีจัดขึ้นทุกสามเดือนและเป็นวันที่ทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน
“แล้วคุณบุรีที่มาวันก่อนก็เป็นหุ้นส่วนด้วยเหรอคะพี่หนูดี” เธอเลียบๆ เคียงๆ ถามถึงบุรี
“ใช่จ้ะ คุณบุรีจะมาบ่อยกว่าคนอื่นนิดหน่อยเพราะแกเป็นที่ปรึกษาให้บอสด้วย”
“เขาเป็นแฟนกับบอสด้วยไหมคะพี่”
“เปล่าเลยจ้ะ เขาแค่สนิทกันเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันมานาน ในกลุ่มบอสจะมีกันห้าคนเดี๋ยวธีน่าต้องเจอทุกคน พยายามจำหน้าไว้นะเผื่อเขามากันที่นี่จะได้รับรองถูก”
ณฤดีเดินนำธิชาให้ช่วยถือแจกันดอกไม้ไปวางในห้องประชุมตามจุดต่างๆ จังหวะนั้นบรรดากรรมการบริหารเริ่มเข้าห้องประชุมแล้ว ณฤดีต้องอยู่ทำหน้าที่บันทึกผลการประชุมเธอจึงให้ธิชานั่งเฝ้าหน้าโต๊ะทำงานของเธอก่อน
ธิชาเปิดไอแพดพิมพ์งานต่อจากที่ทำเมื่อเช้า เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงเธอเพลินกับการทำงานสลับกับการรับโทรศัพท์รับเรื่องติดต่อไว้แทนณฤดี จนรู้สึกได้ว่ามีเงาใครสักคนมายืนค้ำศีรษะจึงเงยหน้ามอง
“คุณบุรี! ไม่เข้าประชุมเหรอคะ”
“ผมประชุมจบแล้ว วันนี้ธีน่าขึ้นมาช่วยข้างบนใช่ไหม งั้นรบกวนพิมพ์เอกสารให้ผมด้วยจะใช้ด่วน”
“ได้ค่ะ อันไหนคะให้พิมพ์แล้วปริ๊นใช่ไหมคะ”
“ไม่ต้องปริ๊นท์ครับ แค่พิมพ์เป็นเอกสารแล้วส่งไฟล์พีดีเอฟมาให้ผมทางเมล์” บุรีดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งใกล้ๆ เธอ ท่าทางเป็นงานเป็นการทำให้ธิชาไม่กล้าไล่เขาออกไป
ธิชากดเปิดโปรแกรมเวิร์ดในไอแพดขึ้นมา เพราะไม่อยากละลาบละล้วงใช้คอมพิวเตอร์ของณฤดี เธอพิมพ์เอกสารตามคำบอกของหุ้นส่วนหนุ่มซึ่งเธอเห็นเนื้อหาคร่าวๆ ว่าเกี่ยวกับแผนงานการผลิตเครื่องสำอางร่วมกับแบรนด์ต่างประเทศที่บุรีเป็นผู้ประสานงานให้
บุรีมองนิ้วเรียวขาวผ่องที่กดแป้นพิมพ์ในหน้าจออย่างคล่องแคล่ว ไม่นานนักเอกสารของเขาก็เรียบร้อย ชายหนุ่มชะโงกหน้ามาดูหน้าจอไอแพดใบหน้าใกล้กันจนธิชาตกใจเกร็งตัวเอนหนี
“ตรงนี้แก้ด้วยครับธีน่า ลงตัวเลขผิด” เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ว่าเธออึดอัด
“คุณถอยออกไปก่อนได้ไหมคะ แบบนี้ธีน่าทำงานไม่ได้”
บุรีกระพริบตาก่อนจะอุทาน “อ้าว ขอโทษทีผมลืมตัวไปหน่อย” เขาถอยห่างทันทีเหมือนว่าไม่รู้ตัวจริงๆ
ธิชากลั้นใจทำตามที่เขาบอกแต่ในใจเริ่มไม่พอใจกับกิริยาหมาหยอกไก่ของอีกฝ่าย เธอจัดการเซฟไฟล์เป็นไฟล์ PDF และถามหาอีเมลของบุรี
“ขออีเมลด้วยค่ะคุณบุรี”
“ถ้าผมให้ไปแล้วผมจะเอาเมลที่ไหนใช้ล่ะ”
ธิชานับหนึ่งถึงสิบในใจ ตั้งแต่เกิดมาความอดทนทั้งหมดที่เคยต้องใช้มาทั้งชีวิต น้อยกว่าการที่ต้องอดทนคุยกับบุรีในตอนนี้อีก ส่วนบุรีเมื่อเห็นเธอทำหน้าไม่พอใจจึงรีบเขียนอีเมลแอดเดรสให้ในกระดาษโน้ตที่อยู่บนโต๊ะ
“โอ๋... ผมล้อเล่นอย่าเพิ่งทำหน้างอสิ นี่ครับอีเมลผม”
ธิชาจัดการส่งไฟล์ให้เขาอย่างรีบด่วนเพื่อที่บุรีจะได้ไปเสียที บุรีลุกขึ้นยืนในตอนนั้นเองที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาสมทบ
“พี่อยู่นี่เอง ผมรอเอกสาร”
“เออ กำลังจะเข้าไปมึงออกมาตามทำไมไอ้อรรถ”
บุรีรีบเดินไปกอดคออรรถพร เพื่อนอีกคนในกลุ่มพาหันหลังเดินกลับไปทางห้องประชุม ชายหนุ่มผู้มาใหม่ขืนตัวไว้พลางโวยวาย
“อะไรของพี่มากอดผมทำไมเนี่ย ผมจะมาคุยกับน้องเขาเรื่องฝากสั่งอาหาร” อรรถพรรีบบอกแต่ไม่เป็นผลเมื่อรุ่นพี่หนุ่มลากเขากลับเข้าห้องประชุมไปจนได้
“อะไรของพี่ หวงอะไรหรือเปล่า” หนุ่มรุ่นน้องยังส่งเสียงมาอีกในตอนที่กลับเข้ามาในห้องแล้ว
“เปล่า หวงอะไรไม่มี๊” บุรีเสียงสูง อรรถพรหรี่ตามอง
“ผมได้ข่าวจากไอ้วินว่ามีน้องนักศึกษาฝึกงานมาใหม่ สวยมาก ลุคคุณหนูสุดๆ” อรรถพรเปรยเขาเหลือบตามองหน้าบุรีก่อนจะทิ้งท้ายว่า
“เลยคิดว่าอยากไปส่องสักหน่อยว่าสวยแค่ไหน”
“มึงมีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ จะไปดูสาวอื่นทำไม” บุรีแย้ง
“แค่ไปดู ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไปจีบ เผื่อในอนาคตอาจจะได้เป็นพี่สะใภ้”
“เฮ้ย... ไม่เกี่ยวกับกูโว้ย” อิษวัตที่นั่งอีกมุมห้องรีบปฏิเสธ
“มึงพูดถูก คนนี้ใครห้ามยุ่ง”
บุรีประกาศกลางวงเพื่อน ตอนนี้ในห้องประชุมเหลือเพียงพวกเขาเพื่อนสนิทกันเท่านั้น กรรมการบริหารคนอื่นแยกย้ายออกไปแล้ว
“เหรอ แต่เมื่อเช้าวีเห็นนายวินไปก้อร่อก้อติกอยู่นะเฮีย” รวีพูดขึ้นบ้าง
“งั้นย้ายน้องชายเธอไปทำงานที่โรงงานเครื่องสำอางชั่วคราวก่อนเลย” บุรีตอบ
รวีถอนใจด้วยท่าทางที่รู้ว่าเสแสร้ง
“แหม... เฮียขา เฮียกำลังให้วีใช้อำนาจในทางมิชอบนะคะ”
บุรีกอดอกมองรวีนิ่ง
“อืม... นางแบบของแอลที่เธอว่าอยากได้มาเป็นแบรนแอมปีนี้คงไม่อยากได้แล้วสินะ พอดีว่าเขาตอบรับมาแล้ว...” บุรีพูดแค่นั้นหญิงสาวรุ่นน้องรีบแทรกทันที
“ได้เลยค่ะ เฮียจะให้วีย้ายใครอีกบอกได้เลยนะคะ ย้ายทั้งแผนกวีก็ทำได้ค่ะ เฮียว่าอะไรวีว่าตามกันอยู่แล้วนี่นา”
สามวันต่อจากนั้นธาวินต้องไปทำงานที่โรงงานเครื่องสำอางจริงๆ แต่ไม่ใช่เป็นเพราะบุรีหากแต่เป็นที่โรงงานเครื่องสำอางมีปัญหาเรื่องทุจริต ธาวินจึงเป็นคนออกหน้าไปจัดการตรวจสอบเรื่องนี้เอง
ส่วนรวีนั้นวิ่งวุ่นเรื่องเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บุรีจึงต้องเข้ามาช่วยทีมการตลาดทำแผนโฆษณา อีกทั้งนางแบบสาวที่ทางบริษัทตกลงทำสัญญาจ้างเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ล้วนมีปัญหาจุกจิกทุกครั้งในการทำงาน แต่ปัญหาที่เคยมีจะหมดไปอย่างง่ายดายถ้ามีบุรีมาด้วยในวันนั้น
“ธีน่าไปได้แน่ใช่ไหม พี่จะจองห้องพักเผื่อ” ลลิตาเช็คคนทำงานรอบสุดท้ายก่อนที่จะจองที่พัก สำหรับการไปทำงานนอกสถานที่ที่ภูเก็ต คราวนี้เป็นการไปถ่ายทำโฆษณาครีมกันแดดโดยมีนาตาชา นางแบบชื่อดังแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นพรีเซนเตอร์หลัก
ฝ่ายการตลาดของลลิตาต้องไปกับทีมงานด้วยจำนวนสามคน ประกอบด้วยลลิตา ธิชาและอนิสาพนักงานอีกคน พวกเธอจะต้องเดินทางล่วงหน้าไปก่อนนางแบบหนึ่งวันเพื่อเตรียมงาน
“ได้ค่ะ ธีน่าไม่ติดอะไร” หญิงสาวกระตือรือร้นที่จะได้ทำงานใหม่ๆ ทุกครั้ง และคราวนี้โรงแรมที่ไปพักก็ขึ้นชื่อว่าสวยมาก อยากไปมานานแล้วไม่ปฏิเสธแน่ๆ
“โอเคจ้ะ เจอกันที่สนามบินเลยนะพรุ่งนี้เที่ยง วันนี้ธีน่ากับแอนกลับบ้านได้เลย จะได้ไปเตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้าอย่าลืมว่าเราไปกันหลายวัน เตรียมไปให้พอเตรียมชุดเดรสสวยๆ ไปด้วยเผื่องานเลี้ยงวันสุดท้ายที่ปิดงาน”
ลลิตาอนุญาตให้ลูกน้องที่จะเดินทางกลับก่อนเวลาได้ สองสาวที่ว่าจึงพากันเก็บของกลับที่พัก
“ธีน่าพักที่ไหนเหรอ”
อนิสาพนักงานทั่วไปฝ่ายการตลาดที่เพิ่งผ่านการทดลองงานถามธิชา ขณะที่เธอทั้งสองลงลิฟต์ไปพร้อมกัน
“พักที่คอนโด... น่ะ พี่แอนละคะ”
“พี่อยู่บ้านน่ะ แม่ไม่ยอมให้ย้ายออกมาอยู่ข้างนอก อิจฉาธีน่าจังมีอิสระ” อนิสาตอบ
ธิชายิ้มแห้ง หากเธอไม่ได้มาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็คงไม่ได้ย้ายออกมาอยู่เองเช่นกัน เพราะว่าพ่อเลี้ยงไรวินท์ผู้เป็นบิดาของเธอนั้นหวงลูกสาวมาก
“ถ้าไม่ได้มาเรียนไกลบ้าน ธีน่าก็คงไม่ได้แยกมาอยู่เองเหมือนกันค่ะพี่แอน”
ทั้งสองเดินมาถึงลานจอดรถ จึงบอกลากันตรงนั้น
“พี่ไปก่อน ธีน่าขับรถดีๆ นะ พรุ่งนี้เจอกันที่แอร์พอร์ต”
“ค่าพี่แอน กลับดีๆ นะคะพรุ่งนี้เจอกันค่ะ”