“มีแต่ดอกไม้ดอกนี้เท่านั้น”
“ถ้าไม่อยากตายก็ส่งผู้หญิงมา!” โจชัวเริ่มจะหมดความอดทนไม่ต่างกับพวกลูกน้องแล้วจึงตวาดเสียงดัง ทำให้คนตัวเล็กที่ถูกกักขังไว้หน้าซีดเผลอขยุ้มเสื้อยืดของมังกรไว้แน่น
“ก็บอกว่าไม่มีผู้หญิงไง”
“แล้วที่มึงกอดนั่นอะไร!”
“นี่เหรอ…” มังกรหลุบตามองคนในอ้อมแขนด้วยแววตาอ่านยาก “ดอกไม้…ดอกเดหลี” จบคำพูดนั้นทุกคนต่างขมวดคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสนทันที คงมีเพียงหญิงสาวเจ้าของชื่อที่กัดฟันด้วยความกรุ่นโกรธ และหงุดหงิดอย่างห้ามไม่อยู่
“ไอ้บ้าจะทำอะไรก็ทำเถอะ ไม่งั้นก็ปล่อยฉันไป”
“อยากตายอีกแล้วเหรอ? แค่นี้ก็เหมือนศพแล้วเธอเนี่ย”
“ไอ้มังกือ!” เธอเริ่มจะหมดความอดทนกับเขาแล้วนะ ใครบอกว่าเธออยากตายที่เอ่ยว่าปล่อยคือปล่อยให้เธอหนีต่างหาก หมอนี่มันตีความผิดหรือตั้งใจกวนประสาทกันแน่ โจชัวเห็นท่าทางคนสองคนก็หันไปส่งสายตากับลูกน้อง ก่อนที่ตัวเองจะก้าวเข้ามาใกล้คนทั้งคู่และยังคงเล็งปืนมาตรงมังกรเพราะรับรู้ถึงอันตรายจากตัวชายหนุ่มคนนี้
“เอาละ เลิกเล่นแล้วส่งเธอมา” มือหนาอีกข้างของโจชัวยื่นมาตรงหน้ามังกรเป็นเชิงขอแกมบังคับ
มังกรจับไหล่ทั้งสองข้างก็เดหลีและผลักตัวเธอออกห่าง สายตาของเขาเลื่อนมามองโจชัวที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะทำในสิ่งที่เดหลีอยากจะกัดลิ้นตาย เพราะเขาจับเธอแนบชิดกับกำแพงโดยไม่ทันตั้งตัว
“อ๊ะ!ไอ้บ้าคิดจะทำอะไรเนี่ย” ท่านี้มันไม่ได้โว้ย! ร่างบางเต้นเร้าในใจเมื่อด้านหน้าถูกกดแนบกับกำแพงเย็นเยียบ ส่วนเบื้องหลังกลับมีมืออุ่นร้อนของเขากดแนบลงมายังแผ่นหลังเล็ก
“อย่าคิดเล่นตุกติกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมึงอาจจะได้กินลูกตะกั่วแทนมื้อเย็นก็ได้นะ”
“อยากได้ยัยนี่เหรอ?” มังกรเอ่ยเสียงเรียบพลางออกแรงกดแผ่นหลังเล็กให้แนบชิดกับกำแพงจนใบหน้าสวยหันลำบาก
“ก็ตามที่พูดไปรีบส่งเธอมา!”
“หึ ถ้าอยากได้ก็เข้ามาเอาเองแต่บอกไว้ก่อนนะว่าเจ้าของดอกไม้ดอกนี้น่ะแรงมากมึงสู้ไม่ไหวหรอก” มังกรแค่นเสียงหัวเราะ ก่อนจะปรายตามองไปยังหญิงสาวหนึ่งเดียวที่ถูกกดแนบกำแพง เดหลีที่ได้ยินมังกรเอ่ยแบบนั้นก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบเพราะถ้าเดาไม่ผิดเจ้าของดอกไม้ที่ว่าคือเฮียติณณ์สินะ ความเย็นยะเยือกคืบคลานเข้ามาในจิตใจทันทีที่เริ่มเข้าใจทุกอย่าง เล็บจิกเข้าเนื้อตัวเองจนเลือดซิบ ก่อนจะพยายามคิดหาทางหนีทีไล่
“นายมันทุเรศจริง ๆ พวกนายทั้งหมดมันเลวถ้าฉันตายไป เฮียติณณ์ต้องไม่ปล่อยพวกนายไว้แน่” เอาวะ! ถ้าไม่มีของต่อรองเธอคงจะต้องรอแค่ความตายเท่านั้น จึงเอ่ยอย่างกรุ่นโกรธนัยน์ตาแข็งกร้าวราวกับจะหลั่งเลือด
“ยัยนี่เป็นผู้หญิงของติณณ์จริงสินะ” โจชัวเอ่ยขึ้นมาพลางปรายตามองเดหลีด้วยสายตาล้ำลึก มุมปากเหยียดยิ้มก่อนจะเอื้อมมือจะไปจับร่างบอบบางนั้น
“ดูเร้าใจดีใช่ไหมล่ะ? ดอกไม้ในกระถางของคนอื่นน่ะ” มังกรเอ่ยเสียงเย็นพลางยกมุมปากขึ้นอย่างสมเพช ก่อนจะเอ่ยเสียงกดลึกทำให้คนฟังรู้สึกเย็นเยือกถึงแผ่นหลัง
“แต่เสียใจด้วยที่ดอกไม้ดอกนี้ไม่ใช่ของที่มึงจะแตะได้ เพราะกูสามารถบดขยี้ได้แค่คนเดียว”โจชัวหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของมังกร แต่กว่าจะรู้ตัวอีกฝ่ายก็สะบัดเสื้อแจ็คเก็ตคลุมศีรษะของโจชัวแล้วเรียบร้อย ก่อนจะควักปืนที่เหน็บอยู่ด้านหลังออกมา เล็งปลายกระบอกไปยังบรรดาลูกน้องของมันทีละคนและเหนี่ยวไกออกไปสามสี่ที
“อึก”
สิ้นเสียงแกรกพร้อมควันโขมงที่ปลายกระบอกปืน บรรดาชายชุดดำก็ล้มลงกับพื้นทันที แต่ละคนมีสีหน้าบิดเบี้ยวทรมานเมื่อโดนยิงเข้าที่จุดสำคัญคนละนัด ของเหลวสีเข้มค่อย ๆ ไหลรินลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกเมื่อรวมกันหลายกองกลับดูน่าหวาดผวา แต่ใบหน้าของมังกรยังคงไม่เปลี่ยนสีมันนิ่งมากจนดูน่าหวาดผวา เหมือนมัจจุราชในคราบเทพบุตร นัยน์ตาสีเหล็กกล้าเลื่อนมายังโจชัวที่กำลังกระชากเสื้อหนังออกจากศีรษะ ส่วนมืออีกข้างก็รั้งเอวบางของเดหลีเข้ามาใกล้ จนร่างบางมึนเพราะศีรษะกระแทกอกของเขา
“อ๊ะ!มันเจ็บนะ”
“หุบปาก!” มังกรเอ่ยลอดไรฟัน ก่อนจะตวัดขาเตะปืนในมือของโจชัวจนกระเด็นหลุดไป และเตะซ้ำเข้าที่สีข้างขณะที่มือก็กอดรัดเอวบางของเดหลีไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ก็นายมากอดฉันทำไม จะทำอะไรก็ทำไปสิ” เดหลีเกลียดสถานการณ์แบบนี้ที่สุด ไม่รับรู้แต่กลับโดนลากมาวุ่นวายแล้วอะไรขึ้นบอกเธอหุบปาก แต่ตัวเองลากเธอหมุนไปหมุนมาจนอาหารที่กินไปแทบพุ่งออกมาจากปาก
ไอ้บัดซบ!