เข้าถ้ำเสือ

917 คำ
งานที่ต้องลงมือทำในวันนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย เธอต้องเลือกระหว่างเข้ากรงเสือ หรือกระโดดเข้ากรงจระเข้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะบาสคนเดียว คนที่เลวแสนเลว กล้าถึงขนาดทิ้งหนี้ก้อนโตเอาไว้ยังไม่พอ เขายังหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวอีก ทิชาทำได้เพียงเจ็บใจ ไม่สามารถทำอะไรบาสได้เลย ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์ของตัวเอง เพราะผู้ชายที่ส่งเธอมายึดไปแล้ว เขาบังคับให้เธอแต่งตัวด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงสั้นจนเผยให้เห็นก้น แต่งหน้าและทำผมราวกับจะไปออกงานที่ไหน ถึงแม้ว่าทิชาไม่อยากทำ ไม่อยากใส่ แต่เธอต้องทำตามที่ไอ้ผู้ชายคนนั้นบอก เพราะเธอเลือกการเอาตัวรอดด้วยวิธีนี้ “นี่...” ทิชาเอ่ยถามระหว่างทางที่ถูกพาตัวมายังที่ไหนก็ไม่อาจรู้ รู้แค่เธอกำลังอยู่บนรถ กับคนขับรถเพียงลำพัง “อะไร” อีกฝ่ายปรายตามองเธอผ่านกระจกมองหลัง ถึงแม้จะลอบมองใต้กระโปรงเธอหลายครั้งแล้ว “เจ้านายของพี่อะ ชื่ออะไรเหรอ” “จะอยากรู้ไปทำไม” เขาไม่ตอบในทันที แต่เลือกที่จะถามเธอกลับแทน “ก็เผื่อฉันติดใจงานนี้อยากกลับมาทำอีก” “เหอะ” เขาแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกขำ ทิชาช่างไม่รู้ชะตาชีวิตของตัวเองเลย ว่านอกจากเธอจะไม่ติดใจแล้ว เธออาจเข็ดขยาดไปจนตายเลยก็ได้ “ไม่ต้องรู้มากหรอก เขาให้ทำอะไรก็ทำไปซะ” “พี่ว่าฉันจะรอดไหม?” เธอถามต่อ จริง ๆ ก็เพราะอยากสร้างความสนิทสนม เผื่ออีกฝ่ายจะเห็นใจปล่อยเธอลงกลางทาง “หุบปากแล้วนั่งเงียบ ๆ ซะ” “...” คนอะไรดุเป็นหมา ทิชาได้แต่คิดในใจพลันเอนตัวกลับไปพิงเบาะตามเดิม สายตาก็จ้องมองไปยังรอบข้างที่ไม่คุ้นตาเลยสักนิด จนในที่สุด เธอก็มาถึงที่หมายในอีกไม่กี่นาทีต่อมา... ณ ไนต์คลับฟาโรห์ ลูกน้องของมาวินมาส่งทิชาที่ไนต์คลับแห่งนี้ เขาปล่อยเธอให้ลงที่หน้าร้าน ทั้งยังเอ่ยสั่งกำชับเอาไว้ก่อนขับออกไปด้วยว่า “ถ้าใครถาม บอกว่าเจ๊หงส์ส่งมาที่นี่” ทิชาพยักหน้าให้กับชายชุดดำที่เอ่ยบอกกับเธอ ก่อนที่เขาจะปิดประตูรถและขับออกไป เมื่อมาถึงด้านหน้าไนต์คลับก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวสวยเด่น อายุน่าจะมากกว่าเธอไม่กี่ปี เดินตรงมายืนกอดอกแล้วมองทิชาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา “ใครส่งเธอมา” เธอว่าพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบไปด้วย ก่อนจะพ่นควันออกมาจนทิชาแอบสำลักเบา ๆ “จะ เจ๊หงส์” น้ำเสียงติดขัดของทิชานั้นเต็มไปด้วยความกลัวและประหม่า เธอเอ่ยบอกตามที่ลูกน้องของมาวินกำชับเอาไว้ หวังว่าคงไม่มีพิรุธนะ “ฉันชื่อว่าเจ๊ดาว คุณฟาโรห์ให้มารับเธอเข้าไปทำงาน เดินตามฉันเข้ามานี่” ทิชาถอนหายใจเสียงแผ่ว โล่งไปหนึ่งเปลาะที่เจ๊ดาวไม่ได้ดูน่ากลัวเท่ากับมาวิน หลังจากที่ถามว่าใครเป็นคนส่งมา เจ๊ดาวก็หันหลังและเรียกให้ทิชาเดินตามเข้าไปในห้องแต่งตัว ในนี้มีเพื่อนมากมายสวมใส่ชุดแบบเดียวกับเธอ และต่างคนต่างทำงาน “งานของเธอคือเข้าไปบริการแขก VIP ในห้องเบอร์ 09 ห้อง VIP คนนี้ชื่อฟาโรห์ บริการเขาให้ดีตามที่เจ๊หงส์สั่งมาก็แล้วกัน” คำพูดทุกอย่างดูปกติมาก เว้นเสียแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่อีกฝ่ายแสดงออกมา มันชวนให้ขนลุกยังไงชอบกล หลังจากเตรียมตัวเสร็จ เจ๊ดาวก็พาทิชามาส่งที่ห้อง VIP 09 แม้แต่หน้าห้องยังมีลูกน้องชายชุดดำเฝ้าเป็นสิบคน แล้วเข้าไปด้านในทิชาจะมีชีวิตรอดออกมาหรือเปล่า เธอพยายามถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าเอาไงต่อดี แต่มาถึงจุดนี้ไม่สามารถปฏิเสธหรือถอนตัวได้แล้ว ก๊อก ๆ “เสี่ยคะ เอาเด็กมาส่งค่ะ” เธอเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับจูงแขนทิชาพลันยิ้มร่าจนตาหยี ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวทิชาให้ชายตรงหน้าฟัง “น้องเป็นเด็กใหม่นะคะ ยังไม่ประสางาน ยังไงก็ฝากเบามือหน่อยน้าา ไม่งั้นเจ๊หงส์บ่นดาวอีกแน่เลย” พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ทิชาอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ และหนึ่งในนั้นกำลังนั่งอยู่บนโซฟา เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว หน้าตาหล่อเหลาระดับดาราอินเตอร์ แต่แววตาดุดันราวกับเสือ จนทิชาต้องรีบหลบสายตาเฉี่ยวคมนั้น “จะตายไหมนะ” เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ใจเริ่มเต้นรัวด้วยความกลัวจับหัวใจ ลูกน้องยืนล้อมขนาดนี้ จะหาจังหวะไหนติดตั้งกล้องได้ล่ะ “มาสิ” คำพูดสั้น ๆ ของเขาชวนให้เธอตัวสั่นเป็นลูกนก แต่ก็พยายามยิ้มสู้ รีบเดินเข้าไปหาเขาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน ชายใบหน้าขรึมกระดกเหล้าเพียว ๆ เข้าปากรวดเดียวหมด เขาดูหล่อและดูเท่มาก แต่ปนไปด้วยความน่ากลัว สายตาคู่นั้นราวกับนกเหยี่ยวจ้องมองมายังหนูตัวเล็ก หมายมั่นจะกินทั้งตัว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม