ห้องพยาบาลเงียบลงทันทีหลังบานประตูปิดสนิท
เหลือเพียงเสียงแอร์ที่ดังสม่ำเสมอ กับกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ
ครีมมี่ยืนอยู่ปลายเตียง มองร่างสูงที่นั่งพิงเตียงตรวจ สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก แม้จะพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ
เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เหมือนตัดบท
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปเรียนนะ”
เธอพูดเหมือนทุกอย่างมันจบตรงนี้ แค่หน้าที่คนช่วยพามาห้องพยาบาล แล้วก็แยกย้าย
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดแบบนั้น
“เดี๋ยวก่อนดิ”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ทำให้ครีมมี่ชะงักเท้า เธอหันกลับไปมองอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“เธอทำฉันเจ็บนะ จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรือไง”
ครีมมี่เลิกคิ้วขึ้นทันที แววตาหลังกรอบแว่นฉายแววไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“รับผิดชอบ?” เธอทวนคำเสียงเรียบแต่แข็งขึ้น “รับผิดชอบอะไร ก็พามาห้องพยาบาลแล้วนี่ไง”
มังกรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าขมวดลงทันทีเหมือนความเจ็บแล่นขึ้นมาอีกรอบ
“ไม่ได้ยินที่พี่พยาบาลบอกเหรอว่าฉันต้องประคบเย็น ต้องทายาอีก”
“แล้ว?” ครีมมี่สวนกลับแทบจะทันที
“ฉันประคบเองไม่ถึง”
คำพูดนั้นทำให้ครีมมี่นิ่งไปชั่ววินาที ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงขึ้นเล็กน้อย
“พี่ก็ให้แฟนพี่ทำให้สิ”
เธอพูดเหมือนมันเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด แต่มังกรกลับยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมจ้องมาที่เธอไม่วาง
“ฉันไม่มีแฟน” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงกวน ๆ
“เหมือนเธอนั่นแหละ…ยัยเนิร์ต”
บรรยากาศในห้องพยาบาลเย็นวูบลงทันที
“ว่าใครเนิร์ต”
ครีมมี่หันขวับกลับมาทันที ดวงตาที่เคยนิ่งกลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอกำหมัดแน่นก่อนจะยกขึ้นระดับอก สีหน้าเหมือนพร้อมจะซัดจริงหากอีกฝ่ายยังไม่หยุดปาก
“เดี๋ยวก็โดนอีกหมัดหรอก”
“เห้ย ๆ ๆ!”
มังกรรีบร้องเสียงหลง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นห้ามโดยอัตโนมัติ ร่างกายเอนหนีเล็กน้อยทั้งที่แผ่นหลังยังปวดระบม
“ฉันพูดเล่น โอเคไหม พูดเล่นเฉย ๆ อย่าจริงจังขนาดนั้นสิ”
ครีมมี่จ้องเขาเขม็งอีกครู่ ก่อนจะลดมือลงอย่างไม่ไว้ใจ
“พี่ก็โทรเรียกเพื่อนพี่มาอยู่เป็นเพื่อนแล้วกัน ฉันคงไม่ว่างมานั่งดูแลพี่หรอก”
“ได้ไง…”
มังกรขมวดคิ้ว สีหน้าจริงจังขึ้นทันที
“ฉันเจ็บขนาดนี้ก็เพราะเธอแท้ ๆ แล้วจะใจดำไม่รับผิดชอบหน่อยหรือไง”
“โอ๊ยยย…”
ครีมมี่ถอนหายใจแรง มือยกขึ้นกุมขมับอย่างหงุดหงิด
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ให้เก็บของไปนอนเฝ้าห้องพี่เลยไหม เอาไหมล่ะ”
ประโยคประชดถูกโยนออกไปโดยไม่ผ่านการคิด แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องเงียบวูบไปชั่วขณะ
มังกรชะงัก ดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อยก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มมุมเดียว ราวกับเจอของเล่นถูกใจ
“งั้นดี”
เขาตอบกลับทันที น้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“ไปเก็บของเลย”
ครีมมี่อึ้งไปหนึ่งวินาทีเต็ม ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“…พี่จะบ้าหรอ”
ครีมมี่หลุดเสียงออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ หันมองหน้าคนบนเตียงด้วยสายตาเหมือนกำลังประเมินระดับสติ
“ไม่บ้า” มังกรตอบทันควัน สีหน้าเรียบนิ่งเกินเหตุ ราวกับสิ่งที่พูดไปเมื่อครู่เป็นเรื่องปกติของโลกใบนี้
“เอาแบบนี้แหละ ตกลง”
เขาพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เหมือนบทสนทนาทั้งหมดถูกปิดดีลไปเรียบร้อยแล้ว
“ฉันต้องกลับไปเรียนละ” มังกรเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง “มาช่วยพยุงพาไปหน่อยดิ”
“ไม่เอาหรอก” ครีมมี่สวนกลับแทบจะทันที “ตัวพี่หนักอย่างกับควาย”
“เห้ย!” มังกรเบิกตากว้างขึ้นทันที น้ำเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย “พูดดี ๆ หน่อย เดี๋ยวก็ได้โดนควายขวิดหรอก”
“รำคาญว่ะ…”
ครีมมี่กรอกตาขึ้นมองบน ถอนหายใจยาวเหมือนกำลังข่มอารมณ์หงุดหงิดที่กองพะเนินอยู่เต็มอก ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงโดยไม่พูดอะไรต่อ
เธอเอื้อมมือไปพยุงแขนเขาอย่างไม่เต็มใจนัก แรงจับไม่ได้อ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้รุนแรง แค่พอให้เขาทรงตัวได้
“หนักจะบ้า…” เธอบ่นพึมพำเสียงเบา
มังกรเหลือบตามองใบหน้าด้านข้างของเธอ เห็นสีหน้าที่ทั้งหงุดหงิด ทั้งไม่พอใจ แต่กลับยังยอมช่วย เขาอดยิ้มมุมปากไม่ได้เล็กน้อย
ครีมมี่พยุงมังกรออกมาจากห้องพยาบาล ฝ่ามือของเธอรองรับน้ำหนักตัวเขาไว้แทบทั้งหมด แขนหนาของมังกรพาดอยู่บนไหล่เธออย่างไม่เกรงใจนัก ร่างสูงใหญ่เอนพิงเข้ามาใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดทับลงมา
แขนข้างหนึ่งของเธอจับที่ท่อนแขนของเขาไว้แน่น อีกข้างประคองอยู่ตรงเอว แข็งแรงกว่าที่คิด แต่ก็หนักอย่างที่เธอบ่นไม่ผิดสักนิด
“ตัวหนักฉิบ…” ครีมมี่พึมพำเสียงเบา พลางกัดฟันเดินต่อ
มังกรได้ยินชัดเจน แต่กลับยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี ไม่คิดจะโต้แย้ง
พอเดินมาถึงบริเวณคณะวิศวะ สายตาหลายคู่ก็พร้อมใจกันหันมามองแทบจะทันที ทั้งเสียงคุย เสียงหัวเราะ เริ่มเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงซุบซิบเบา ๆ
เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง…กำลังพยุง “มังกร” อยู่
ภาพนั้นสะดุดตาเกินกว่าจะไม่ถูกมอง
ครีมมี่ขมวดคิ้วทันทีเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาจากรอบด้าน เธอเม้มปากแน่น ความหงุดหงิดค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมา
“จะมองอะไรกันนักหนา” เธอบ่นพึมพำเบา ๆ อย่างไม่สบอารมณ์
มังกรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงแฝงความกวนตามสไตล์
“เธอมากับหนุ่มฮอตวิศวะทั้งที ก็ต้องมีคนมองเป็นธรรมดา”
ครีมมี่เหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง สายตาเต็มไปด้วยความระอา
“พี่ช่วยหุบปาก แล้วรีบ ๆ เดินได้ป่ะ ฉันก็มีเรียนเหมือนกันนะ ไม่ได้ว่างมาหิ้วควายทั้งวัน”
“ปากเธอนี่มัน… มีหมาอยู่กี่ตัวว่ะ ถึงได้เห่าเก่งขนาดนี้”
มังกรเอ่ยแซวเสียงกวน แม้สีหน้าจะพยายามนิ่ง แต่แววตากลับเป็นประกายเหมือนกำลังสนุกกับการยั่วเธออยู่ไม่น้อย
ครีมมี่หันขวับไปมองทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ
“ไม่ต้องยุ่ง!” เธอสวนกลับเสียงห้วน ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ อย่างอดกลั้นอารมณ์ “แล้วจะให้ฉันไปส่งที่ไหน บอกมา”
มังกรยกยิ้มมุมปาก พลางพยักหน้าไปทางตึกเรียนด้านหน้า
“ตึกโน้น ชั้นสอง”
น้ำเสียงเอื่อย ๆ เหมือนคนไม่ได้เจ็บอะไรนัก จนครีมมี่แทบอยากจะปล่อยมือให้เขาล้มซ้ำอีกรอบ
แต่สุดท้ายเธอก็ยังคงพยุงเขาเดินต่อไป ทั้งที่ในใจบ่นเขาไปแล้วนับสิบประโยค
ครีมมี่พยุงมังกรขึ้นบันไดมาจนถึงชั้นสอง ก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดยืนอยู่หน้าห้องเรียนขนาดกลาง ประตูยังเปิดแง้มไว้ เสียงพูดคุยด้านในดังลอดออกมาเป็นระยะ
เธอขยับตัวเล็กน้อย เตรียมจะเอาแขนของมังกรที่พาดอยู่บนไหล่ออก แต่เขากลับกระชับแรงไว้แน่นกว่าเดิม ราวกับตั้งใจไม่ให้เธอหลุดไปง่าย ๆ
“อะไร ก็ถึงแล้วเนี่ย” ครีมมี่หันไปมอง คิ้วขมวดอย่างไม่สบอารมณ์
“พาไปส่งข้างในด้วยสิ ฉันเจ็บอยู่” มังกรพูดหน้าตาเฉย น้ำเสียงเหมือนขอความช่วยเหลือ แต่แฝงความเจ้าเล่ห์นิด ๆ
“เชี่ยไรวะแม่ง…” เธอบ่นพึมพำเบา ๆ ก่อนจะถอนหายใจแรงอย่างยอมจำนน แล้วพยุงเขาเดินเข้าไปในห้อง
ทันทีที่ก้าวผ่านกรอบประตู สายตาทั้งห้องก็หันมามองเป็นจุดเดียว เสียงพูดคุยเงียบลงในพริบตา เหลือเพียงบรรยากาศอึดอัดกับสายตาอยากรู้อยากเห็นที่กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า
ยังไม่ทันที่ครีมมี่จะตั้งตัว เสียงแซวจากกลุ่มเพื่อนด้านหลังก็ดังขึ้นทันที
“เชรดดด ไอกร เดี๋ยวนี้มึงเปลี่ยนแนวหรอวะ”
“เด็กใหม่หรอว่ะ โคตรใสเลย”
“เอ้า คนเมื่อวานไม่ใช่คนนี้นี่หว่า!”
ครีมมี่รู้สึกเลือดขึ้นหน้า มือที่ประคองเอวมังกรเผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่มังกรกลับยกยิ้มมุมปากเหมือนสนุกกับสถานการณ์ ตรงข้ามกับเธอที่อยากหายตัวหนีออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด